ผู้เขียน หัวข้อ: ความประเสริฐของอัลกุรอาน  (อ่าน 3873 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ nong

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1052
    • ดูรายละเอียด
ความประเสริฐของอัลกุรอาน
« เมื่อ: มีนาคม 28, 2012, 10:00:31 PM »
بسم الله الرحمن الرحيم

ความประเสริฐของอัลกุรอาน

มุหัมมัด อิบรอฮีม อัต-ตุวัยญิรีย์

1. อัลลอฮฺทรงมีดำรัส ความว่า “อัลลอฮฺได้ทรงประทานคำกล่าวที่ดียิ่งลงมา เป็นคัมภีร์ คล้องจองกัน กล่าวซ้ำกัน ผิวหนังของบรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้าของพวกเขา จะลุกชันขึ้น เนื่องด้วยได้สยบต่อโองการนั้น แล้วผิวหนังของพวกเขา และหัวใจของพวกเขา จะสงบลง สู่การรำลึกถึงอัลลอฮฺ นั่นคือการชี้นำทางของอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงชี้นำทาง แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาหลงทาง  ดังนั้น สำหรับเขาจะไม่มีผู้ชี้นำทาง” (อัซซุมัรฺ : 23)

2.อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัส ความว่า “แท้จริง อัลกุรอานนี้ นำสู่ทางที่เที่ยงตรงยิ่ง และแจ้งข่าวดี แก่บรรดาผู้ศรัทธา ที่ประกอบความดีทั้งหลายว่า สำหรับพวกเขานั้น จะได้รับการตอบแทนอันยิ่งใหญ่” (อัลอิสรออ์ : 9)

ความประเสริฐของผู้อ่านอัลกุรอาน พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำสอนของอัลกุรอาน

จากอบูมูซา เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«المؤمِـنُ الَّذِي يَـقْـرَأُ القُـرْآنَ وَيَـعْمَـلُ بِـهِ كَالأُتْرُجَّـةِ، طَعْمُهَا طَيِّبٌ وَرِيحُهَا طَيِّبٌ، وَالمُؤْمِنُ الَّذِي لا يَـقْرَأُ القُرْآنَ وَيَـعْمَلُ بِـه كَالتَّمْـرَةِ، طَعْمُهَا طَيِّبٌ وَلا رِيـحَ لَـهَا، وَمَثَـلُ المُنَافِـقِ الَّذِي يَـقْــرَأُ القُـرْآنَ كَالرَّيْـحَـانَـةِ، رِيحُـهَا طَيِّبٌ وَطَعْمُهَا مُـرٌّ، وَمَثَــلُ المُنَافِـقِ الَّذِي لا يَـقْـرَأُ القُــرْآنَ كَالحَنْظَلَــةِ، طَعْمُهَا مُــرٌّ أَوْ خَبِيـثٌ وَرِيحُـهَا مُـرٌّ». متفق عليه.

ความว่า “อุปมาผู้ศรัทธาที่อ่านอัลกุรอาน และปฏิบัติตามคำสอนของอัลกุรอาน อุปมัยดังผลส้ม (Citrus) ที่มีรสชาติดี อีกทั้งมีกลิ่นหอม อุปมาผู้ศรัทธา ที่ไม่อ่านอัลกุรอาน และปฏิบัติตาม อุปมัยดังผลอินทผาลัม ที่มีรสชาติดี แต่ไร้กลิ่นหอม อุปมาคนมุนาฟิก (กลับกลอก) ที่อ่านอัลกุรอาน อุปมัยดังใบโหระพา ซึ่งมีกลิ่นหอมแต่มีรสชาติขม และอุปมาคนมุนาฟิก (กลับกลอก) ที่ไม่อ่านอัลกุอาน อุปมัยดังบวบขม ที่มีรสขม และไม่มีกลิ่น” (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์: 5059, มุสลิม: 797)

ความประเสริฐของการศึกษา และสอนอัลกุรอาน

จากอุษมาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«خَيْرُكُمْ مَنْ تَعَلَّمَ القُرْآنَ وَعَلَّمَهُ». أخرجه البخاري.

ความว่า “ผู้ที่ประเสริฐที่สุดในหมู่พวกท่าน คือผู้ที่ศึกษา และทำการสอนอัลกุรอาน” (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ : 5027 )

ผู้ที่ชำนาญในการอ่านอัลกุรอาน

จากอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«المَاهِرُ بِالقُرْآنِ مَعَ السَّفَرَةِ الكِـَرامِ البَرَرَةِ، وَالَّذِي يَـقْرَأُ القُرْآنَ وَيَتَتَعْتَعُ فِيهِ، وَهُوَ عَلَيهِ شَاقٌّ، لَـهُ أَجْرَانِ». متفق عليه.

ความว่า “ผู้ที่ชำนาญในการอ่านอัลกุรอานนั้น จะอยู่ร่วมกับมลาอิกะฮฺ ผู้จดบันทึก อีกทั้งมีเกียรติ และผู้ที่อ่านอัลกุรอาน อย่างตะกุกตะกัก (ไม่คล่อง) แต่เขาก็พยามยามอ่าน เขาจะได้สองผลบุญ” (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ : 4937 , มุสลิม : 798 )

ความประเสริฐของการรวมตัวเพื่ออ่านอัลกุรอาน

จากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«... وَمَا اجْتَـمَعَ قَومٌ فِي بَيْتٍ مِنْ بُيُوتِ الله، يَتْلُونَ كِتَابَ الله، وَيَتَدَارَسُونَـهُ بَيْنَـهُـمْ، إلَّا نَزَلَتْ عَلَيْـهِـمُ السَّكِينَةُ، وَغَشِيَتْـهُـمُ الرَّحْـمَةُ، وَحَفَّتْـهُـمُ الملائِكَةُ، وَذَكَرَهُـمُ الله فِيْـمَنْ عِنْدَهُ، وَمَنْ بَطَّأَ بِـهِ عَمَلُـه، لَـمْ يُسْرِعْ بِـهِ نَسَبُـهُ». أخرجه مسلم.

ความว่า “...และไม่มีกลุ่มบุคคลใด ที่รวมตัวในบ้านหลังหนึ่งจากบ้านของอัลลอฮฺ (มัสยิด) แล้วพวกเขาต่างอ่านคัมภีร์ของอัลลอฮฺ (อัลกุรอาน) พร้อมทั้งศึกษา ทำความเข้าใจกับคัมภีร์นั้น นอกจากความสงบจะถูกประทานลงมาแก่พวกเขา ความเมตตาของอัลลอฮฺ ก็จะถูกแผ่ให้แก่พวกเขา มวลมลาอิกะฮฺจะสยบปีกให้แก่พวกเขา แล้วอัลลอฮฺก็จะดำรัสถึงพวกเขากับผู้ใกล้ชิดพระองค์ (ด้วยความภาคภูมิใจ) ส่วนคนที่ละเลยต่อการทำดี เขาจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากศักดิ์ศรี และชาติตระกูลของเขา" (บันทึกโดย มุสลิม: 2699)

ความประเสริฐของการทบทวนอัลกุรอาน

จากอบูมูซา เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«تَعَاهَدُوا القُرْآنَ فَوَالَّذِي نَفْسِي بِيَدِهِ لَـهُوَ أَشَدُّ تَفَصِّياً مِنَ الإبِلِ فِي عُقُلِـهَا». متفق عليه

ความว่า “พวกท่านจงทบทวน (เอาใจใส่) กับอัลกุรอานให้มาก ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ผู้ซึ่งชีวิตของมุหัมหมัด อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ อัลกุรอานนั้น เปรียวยิ่งกว่าอูฐที่ผูกมันไว้เสียอีก” (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ : 5033 , มุสลิม : 791 )

ความประเสริฐของผู้ที่ดำรงตนด้วยอัลกุรอาน

จากอับดุลลลอฮฺ บิน อุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«لا حَسَدَ إلَّا فِي اثْنَتَينِ: رَجُلٌ آتَاهُ الله القُرْآنَ، فَهُوَ يَـقُومُ بِـهِ آنَاءَ اللَّيلِ وَ آنَاءَ النَّهَارِ، وَرَجُلٌ آتَاهُ الله مَالاً، فَهُوَ يُنْفِقُهُ آنَاءَ اللَّيلِ وَ آنَاءَ النَّهَارِ». متفق عليه

ความว่า “ไม่มีการอิจฉากันนอกจากในสองกรณี คือ บุคคลหนึ่งที่อัลลอฮฺ ประทานความรู้อัลกุรอาน ให้กับเขา และเขาได้ดำรงตน (ทั้งอ่านและปฏิบัติตามอัลกุรอาน) ทั้งกลางวันและกลางคืน และบุคคลหนึ่งที่อัลลอฮฺ ประทานทรัพย์สินแก่เขา และเขาได้บริจาคไปทั้งกลางวันและกลางคืน” (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ : 5025 , มุสลิม : 815 )

ความประเสริฐของการอ่านอัลกุรอานด้วยเสียงที่ไพเราะ

จากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ได้รับการรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«مَا أَذِنَ اللهُ لِشَيْءٍ مَا أَذِنَ لِنَبِيٍّ يَتَغَنَّى بِالقُرْآنِ». متفق عليه.

ความว่า “อัลลอฮฺ ไม่ทรงอนุญาตใดๆ ในสิ่งที่พระองค์เคยอนุญาตให้กับนบี เหมือนกับที่ได้อนุญาตให้อ่านอัลกุรอานด้วยเสียงไพเราะเป็นท่วงทำนอง” (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ : 5024 , มุสลิม : 792 )

ความประเสริฐของสูเราะฮฺ อัลฟาติหะฮฺ

จากอบูสะอีด บิน อัลมุอัลลา เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ฉันได้กล่าวว่าโอ้ท่าเราะสูลุลอฮฺ แท้จริงท่านเคยกล่าวว่า ฉันจะสอนท่านดีไหมถึงซูเราะฮฺที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอัลกุรอาน ท่านนบีกล่าวว่า

«الحَـمْدُ للهِ رَبِّ العَالَـمِينَ هِيَ السَّبْعُ المثَانِي، وَالقُرآنُ العَظِيمُ الَّذِي أُوتِيتُـهُ». أخرجه البخاري.

ความว่า “อัลหัมดุลิลละฮิร็อบบิลอาละมีน (มวลการสรรเสริญเป็นสิทธฺของพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก-หมายถึงสูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ) คือ เจ็ดโองการที่ถูกกล่าวซ้ำบ่อยครั้ง และเป็นอัลกุรอานที่ยิ่งใหญ่ที่ถูกประทานแก่ฉัน” (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ : 5006)

คำสั่งเสียของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

จากฏ็อลหะฮฺ กล่าวว่า ฉันได้ถามอับดุลลอฮฺ บิน อบีเอาฟา ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สั่งเสีย  (หมายถึงสั่งเสียให้แบ่งเศษหนึ่งส่วนสาม จากทรัพย์สินของท่านก่อนเสียชีวิต) ไหม? ท่านตอบว่า ไม่ ฉันกล่าวว่า แล้วทำไมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงได้สั่งให้ผู้คนกล่าวคำสั่งเสีย แต่ท่านเองกลับมิได้สั่งเสีย? ท่านอับดุลลอฮฺ บิน อบีเอาฟา กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สั่งเสียด้วยคัมภีร์ของอัลลอฮฺแล้ว (คือสั่งเสียให้ทุกคนยึดมั่นกับอัลกุรอาน) (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ : 5022, มุสลิม: 1634)

ความประเสริฐของการอ่านอัลกุรอาน

1.จากอบู อุมามะฮฺ อัลบาฮิลีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านเราะสูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«اقْرَؤُوا القُرْآنَ، فَإنَّهُ يِأتِي يَوْمَ القِيَامَةِ شَفِيعاً لأَصْحَابِـهِ، اقْرَؤُوا الزَّهْرَاوَيْنِ: البَقَرَةَ وَسُورَةَ آلِ عِمْرَانَ، فَإنَّهُـمَا تَأْتِيَانِ يَومَ القِيَامَةِ كَأَنَّهُـمَا غَمَامَتَانِ، أَوْ كَأَنَّهُـمَا غَيَايَتَانِ، أَوْ كَأَنَّهُـمَا فِرْقَانِ مِنْ طَيْرٍ صَوَافَّ، تُـحَاجَّانِ عَنْ أَصْحَابِـهِـمَا، اقْرَؤُوا سُورَةَ البَقَرَةِ، فَإنَّ أَخْذَهَا بَرَكَةٌ، وَتَرْكَهَا حَسْرَةٌ، وَلا يَسْتَطِيعُهَا البَطَلَةُ». أخرجه مسلم.

ความว่า “พวกท่านทั้งหลายจงอ่านอัลกุรอาน เพราะอัลกุรอานนั้น จะมาให้ความช่วยเหลือต่อเขา ในวันกิยามะฮฺ พวกท่านจงอ่าน อัซซะฮฺรอวัยนฺ คือ ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ และซูเราะฮฺอาลิอิมรอน เพราะทั้งสองจะมาในวันกิยามะฮฺ ดุจดังเมฆสองก้อน หรือร่มสองคัน หรือประดุจดังนกสองฝูง ที่กางปีกปกป้องเจ้าของทั้งสองสูเราะฮฺนั้น ท่านทั้งหลายจงอ่านสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ เพราะการอ่านมันนั้นเป็นความบะเราะกะฮฺ (จำเริญ) การละเลยต่อซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ (ไม่อ่าน) ถือว่าขาดทุน และผู้ที่ปลุกเสกคุณไสยไม่อาจชนะสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺได้” (บันทึกโดย มุสลิม : 804 )

2. จากอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«أَيُـحِبُّ أَحَدُكُمْ إذَا رَجَعَ إلَى أَهْلِـهِ، أَنْ يَـجِدَ فِيهِ ثَلاثَ خَلِفَاتٍ عِظَامٍ سِمَانٍ؟» قُلْنَا نَعَمْ، قَالَ: «فَثَلاثُ آيَاتٍ يَـقْرَأُ بِـهِنَّ أَحَدُكُمْ فِي صَلاتِـهِ خَيْرٌ لَـهُ مِنْ ثَلاثِ خَلِفَاتٍ عِظَامٍ سِمَانٍ». أخرجه مسلم.

ความว่า “คนหนึ่งในหมู่พวกท่านจะพอใจไหม หากกลับบ้านแล้ว พบอูฐสามตัวที่อ้วนพี พวกเราตอบว่าใช่แล้ว (พวกเราพอใจ) ท่านเราะสูลกล่าวว่า “สามอายะฮฺที่พวกท่านได้อ่านในละหมาดของตน ดียิ่งกว่าอูฐสามตัวที่อ้วนพีเสียอีก” (บันทึกโดย มุสลิม : 802 )

3. จากอับดุลลอฮฺ บิน อัมรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

«يُـقَالُ لِصَاحِبِ القُرآنِ اقْرَأ وَارْتَقِ وَرَتِّلْ كَمَا كُنْتَ تُرَتِّلُ فِي الدُّنْيَا فَإنَّ مَنْزِلَكَ عِنْدَ آخِرِ آيَةٍ تَقْرَؤُهَا». أخرجه أبو داود والترمذي.

ความว่า “(ในวันอาคิเราะฮฺ) จะถูกกล่าวแก่ผู้ที่อ่านอัลกุรอานว่า จงอ่านและจงเลื่อนขึ้นตามระดับขั้น (ในสวรรค์) และจงอ่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ ดังที่ท่านเคยอ่านในโลกดุนยามาก่อน เพราะชั้นสวรรค์ที่เจ้าจะได้รับ คืออายะฮฺสุดท้ายที่ท่านได้อ่านอัลกุรอานจบ” (หะดีษ หะสัน เศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบูดาวูด : 1464 , อัตติรมิซีย์ : 2914 )

แปล: อันวา สะอุ
ตรวจทาน: ซุฟอัม อุษมาน
ที่มา: มุคตะศ็อร อัล-ฟิกฮฺ อัล-อิสลามีย์
IslamHouse.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 18, 2014, 05:25:47 PM โดย piwdee »

ออฟไลน์ nong

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1052
    • ดูรายละเอียด
Re: ความประเสริฐของอัลกุรอาน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2012, 10:54:46 PM »
ความประเสริฐของการอ่านอัลกุรอาน

1.จากอบู อุมามะฮฺ อัลบาฮิลีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านเราะสูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«اقْرَؤُوا القُرْآنَ، فَإنَّهُ يِأتِي يَوْمَ القِيَامَةِ شَفِيعاً لأَصْحَابِـهِ، اقْرَؤُوا الزَّهْرَاوَيْنِ: البَقَرَةَ وَسُورَةَ آلِ عِمْرَانَ، فَإنَّهُـمَا تَأْتِيَانِ يَومَ القِيَامَةِ كَأَنَّهُـمَا غَمَامَتَانِ، أَوْ كَأَنَّهُـمَا غَيَايَتَانِ، أَوْ كَأَنَّهُـمَا فِرْقَانِ مِنْ طَيْرٍ صَوَافَّ، تُـحَاجَّانِ عَنْ أَصْحَابِـهِـمَا، اقْرَؤُوا سُورَةَ البَقَرَةِ، فَإنَّ أَخْذَهَا بَرَكَةٌ، وَتَرْكَهَا حَسْرَةٌ، وَلا يَسْتَطِيعُهَا البَطَلَةُ». أخرجه مسلم.

ความว่า “พวกท่านทั้งหลายจงอ่านอัลกุรอาน เพราะอัลกุรอานนั้น จะมาให้ความช่วยเหลือต่อเขา ในวันกิยามะฮฺ พวกท่านจงอ่าน อัซซะฮฺรอวัยนฺ คือ ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ และซูเราะฮฺอาลิอิมรอน เพราะทั้งสอง จะมาในวันกิยามะฮฺ ดุจดังเมฆสองก้อน หรือร่มสองคัน หรือประดุจดังนกสองฝูง ที่กางปีกปกป้องเจ้าของทั้งสองสูเราะฮฺนั้น ท่านทั้งหลายจงอ่านสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ เพราะการอ่านมันนั้นเป็นความบะเราะกะฮฺ  (จำเริญ) การละเลยต่อซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ (ไม่อ่าน) ถือว่าขาดทุน และผู้ที่ปลุกเสกคุณไสย ไม่อาจชนะสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺได้”  (บันทึกโดย มุสลิม : 804 )

2. จากอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«أَيُـحِبُّ أَحَدُكُمْ إذَا رَجَعَ إلَى أَهْلِـهِ، أَنْ يَـجِدَ فِيهِ ثَلاثَ خَلِفَاتٍ عِظَامٍ سِمَانٍ؟» قُلْنَا نَعَمْ، قَالَ: «فَثَلاثُ آيَاتٍ يَـقْرَأُ بِـهِنَّ أَحَدُكُمْ فِي صَلاتِـهِ خَيْرٌ لَـهُ مِنْ ثَلاثِ خَلِفَاتٍ عِظَامٍ سِمَانٍ». أخرجه مسلم.

ความว่า “คนหนึ่งในหมู่พวกท่านจะพอใจไหม หากกลับบ้านแล้วพบอูฐสามตัวที่อ้วนพี พวกเราตอบว่าใช่แล้ว (พวกเราพอใจ) ท่านเราะสูลกล่าวว่า “สามอายะฮฺที่พวกท่านได้อ่านในละหมาดของตน ดียิ่งกว่าอูฐสามตัวที่อ้วนพีเสียอีก” (บันทึกโดย มุสลิม : 802 )

3. จากอับดุลลอฮฺ บิน อัมรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

«يُـقَالُ لِصَاحِبِ القُرآنِ اقْرَأ وَارْتَقِ وَرَتِّلْ كَمَا كُنْتَ تُرَتِّلُ فِي الدُّنْيَا فَإنَّ مَنْزِلَكَ عِنْدَ آخِرأخرجهِ آيَةٍ تَقْرَؤُهَا». أبو داود والترمذي.

ความว่า “(ในวันอาคิเราะฮฺ) จะถูกกล่าวแก่ผู้ที่อ่านอัลกุรอานว่า จงอ่าน และจงเลื่อนขึ้นตามระดับขั้น (ในสวรรค์) และจงอ่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ ดังที่ท่านเคยอ่านในโลกดุนยามาก่อน เพราะชั้นสวรรค์ที่เจ้าจะได้รับ คืออายะฮฺสุดท้าย ที่ท่านได้อ่านอัลกุรอานจบ” (หะดีษ หะสัน เศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบูดาวูด : 1464 , อัตติรมิซีย์ : 2914 ) [/size]

มุหัมมัด อิบรอฮีม อัต-ตุวัยญิรีย์
แปล: อันวา สะอุ


Islamhouse.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 18, 2014, 05:29:57 PM โดย piwdee »

ออฟไลน์ nong

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1052
    • ดูรายละเอียด
Re: ความประเสริฐของอัลกุรอาน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2012, 10:58:38 PM »
อัลกุรอานเป็น คำตรัสของ “อัลลอฮ์”

อัลกุรอ่านเป็น กะลามุลลอฮ์

1. อัลกุรอาน เป็น กะลามุลลอฮ์ หรือ คำตรัสของอัลลอฮ์ ทั้งอักษรทุกตัว และความหมายทั้งหมด มิได้เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งถูกสร้าง หากแต่อัลลอฮ์ทรงตรัสประทานลงมา อัลกุรอานมาจากอัลลอฮ์ และต้องคืนกลับไปยังพระองค์ อัลกุรอานเป็นความมหัศจรย์ (มัวะญิซาต) ที่ยืนยันให้เห็นถึงความเป็นนะบี อันสัจจริงของท่านนะบีมุฮัมมัด อัลกุรอานได้รับความคุ้มครอง ปกป้องรักษา โดยอัลลอฮ์ ตั้งแต่ที่ประทานลงมา จวบจนวันกิยามะฮ์

2. อัลลอฮ์ทรงตรัส ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และในเวลาที่พระองค์ทรงประสงค์ ถ้อยคำของพระองค์ เป็นสัจจริง ทั้งตัวอักษรและเสียง แต่จะเป็นลักษณะใดนั้น เราไม่สามารถทราบได้ และเราจะไม่โต้เถียงกันในเรื่องนี้

3. การพูดว่า กะลามมุลลอ์ หรือ อัลกุรอานเป็นนิทาน หรือคำเปรียบเปรย ทำนองนี้ ล้วนเป็นความหลงผิด เป็นการมีความเคลือบแคลง และไขว้เขว ซึ่งจะส่งผลให้กลายเป็นผู้ปฏิเสธ

4. ผู้ใดปฏิเสธที่จะเชื่อ สิ่งที่มีอยู่ในอัลกุรอาน หรือกล่าวอ้างว่าบกพร่อง หรือมีส่วนใดลดหย่อน หรือมีการถูกตัดทอนออกไป หรือถูกเพิ่มเติมขึ้นมา หรือถูกเปลี่ยนแปลงไป เท่ากับผู้นั้น เป็นผู้ปฏิเสธโดยปริยาย

5. การอรรถาธิบายอัลกุรอาน นั้นจำเป็นต้องอรรถาธิบาย ไปตามแนวทางของบรรดาสลัฟ ศอลิห์ เท่านั้น และห้ามอรรถาธิบาย (ตัฟซีร) อัลกุรอาน ด้วยความเห็น โดยปราศจากตัวบทสนับสนุน จากอัลนัศ (อัลกุรอาน และอัลฮะดิษ และทรรศนะของบรรดาสลัฟ) มิฉะนั้น จะเป็นการกล่าวเท็จใส่อัลลอฮ์ ส่วนการโยงความหมายอัลกุรอาน ไปสู่ความหมายลับที่รู้กันเฉพาะกลุ่มซูฟี (บาฏินียะฮ์) หรือการกล่าวใส่ทำนองนั้น ล้วนเป็นการปฏิเสธทั้งสิ้น


หลักการศรัทธา
รร.ศาสนูปถัมภ์ ประเวศ กทม


islammore.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2013, 12:54:10 PM โดย piwdee »

ออฟไลน์ govee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1117
    • ดูรายละเอียด
Re: ความประเสริฐของอัลกุรอาน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2012, 01:38:00 PM »
อัลกุรอานแหล่งที่มาแห่งการสร้างเอกภาพ

โดย... ปริญญา ประหยัดทรัพย์

ท่านพี่น้องมุสลิมทั้งหลาย พึงเกรงกลัวอัลเลาะฮฺ  เถิด เพราะการยำเกรงต่อพระองค์นั้น คือ ทางรอดแห่งชีวิต ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า พี่น้องที่เคารพ คำว่า “เอกภาพ” คือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความสามัคคี ความร่วมมือกัน ความสัมพันธ์โดยแนบสนิท ท่านนบีมูฮัมหมัด พยายามที่จะให้มวลผู้ศรัทธาทั้งหลาย ได้ยึดมั่นสิ่งเหล่านี้ คุณลักษณะความเป็นเอกภาพ ความชนะใจคนนั้น มีอยู่ในตัวของท่านนบี  ตลอดเวลา

ย้อนอดีตในปีฮิจเราะฮฺศักราชที่ 8 ในขณะที่กองทัพอันเกรียงไกร ของท่านนบี นำทัพออกจากมหานครมาดีนะฮฺ เพื่อยึดนครมักกะฮฺ แดนมาตุภูมิ เมื่อกองทัพได้รายล้อมรอบนครมักกะฮฺนั้น ชาวมักกะฮฺคิดว่า คราวนี้ท่านนบี  จะใช้หนี้แค้น ที่ครั้งหนึ่งถูกขับไล่ไสส่งออกจากนครมักกะฮฺ ด้วยแสนยานุภาพของกองทัพ อันมหึมาของท่าน เกินกว่ากำลังของชาวมักกะฮฺ จะทัดทานได้ ในที่สุดท่านนบี  ได้ให้คนประกาศว่า  “ชาวมักกะฮฺผู้ใด เข้ามาในมัสยิดฮารอม จะปลอดภัย ผู้ใดเข้าบ้านอบูซุฟยาน จะไม่ปลอดภัย"

ชาวมักกะฮฺด้วยความหวาดหวั่น ต่างพากันเข้ามัสยิดฮะรอมแน่นขนัด เมื่อไปถึงที่นั่น มีชายฉกรรจ์ถืออาวุธ ที่พร้อมจะสังหารคู่อาฆาตเก่า ให้ถึงแก่ความตายได้ ในเวลาอันสั้น แต่ท่านนบี  ได้กำชับสั่งการเด็ดขาด ห้ามไม่ให้อาวุธของเรา ได้สัมผัสเลือดเนื้อร่างกายของชาวมักกะฮฺ จนกว่าเขาจะทำร้ายเราก่อน เราจะไม่หยิบยื่นความเจ็บปวด หรือการแก้แค้น ทำลายพวกเขา ทั้งๆ ที่เราเคยเลือดตกยางออก และออกจากนครมักกะฮฺ ด้วยความสูญเสีย อันประเมินค่าไม่ได้

พี่น้องที่เคารพทั้งหลาย การให้อภัยของท่านนบี  นั้น เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ท่านหยิบยื่นความเมตตา ให้ชาวมักกะฮฺ สลัดความอาฆาตพยาบาท ทิ้งไป ซึ่งถือว่า เป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ที่สามารถโน้มน้าวจิตใจชาวมักกะฮฺ ให้สนใจเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามด้วยหัวใจที่ซาบซึ้ง ในเจตนารมณ์แห่งคำสอนอันบริสุทธิ์ ของอัลอิสลาม ที่มิได้ขึ้นอยู่กับการสั่งสอน ในภาคทฤษฎีเท่านั้น แต่ได้แฝงฝังอยู่ในความบริบูรณ์สูงสุด ในภาคปฏิบัติ และด้วยตัวอย่างที่สามารถสัมผัส ในชีวิตจริงได้

หลังจากนั้น ธงของอิสลาม ได้ถูกยกให้สูงขึ้น ลัทธิการบูชา นอกเหนือจากอัลเลาะฮฺ ได้อันตรธานหายไป จนหมดสิ้น กระทั่งในปีที่ 9 แห่งฮิจเราฮฺศักราช รัศมีแห่งอัลอิสลาม ได้เจิดจรัสทั่วคาบสมุทรอาหรับ นักประวัติศาสตร์ได้ขนานนามปีนี้ว่า “ปีแห่งหมู่คณะ” ทั้งนี้ เนื่องจากคลื่นมหาชน จากคาบสมุทรอาหรับ ได้หลั่งไหล เข้าสู่นครมาดีนะฮฺ พร้อมประกาศเข้ารับศาสนาของอัลเลาะฮฺ เป็นหมู่คณะด้วยความสมัครใจ

เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ อัลเลาะฮฺ ทรงดำรัสไว้ ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ว่า

إذاجاءنصرالله والفتح ورأيت الناس يدخلون فى دين الله أفواجا فسبّح بهمدربّك واستغفر إنه كان توّابا

" เมื่อความช่วยเหลือแห่งอัลเลาะฮฺ และการพิชิต ได้มาปรากฏแล้ว และเจ้าได้เห็นมวลมนุษย์ พากันเข้ามาสู่ศาสนา ของอัลเลาะฮฺ เป็นกลุ่ม ๆ  ดังนั้น เจ้าจงสดุดีพระบริสุทธิคุณ พร้อมด้วยการสรรเสริญองค์อภิบาล ของเจ้าเถิด และจงขออภัยต่อพระองค์ เพราะแท้จริงพระองค์ทรงรับการสารภาพโทษยิ่ง " (ซูเราะฮฺ อัน-นัศรฺ : 1-3)

หลังจากภารกิจการเผยแพร่ศาส์นอิสลาม ได้เสร็จสมบูรณ์ การสร้างสังคมใหม่ บนพื้นฐานของการศรัทธา ในพระผู้อภิบาล แห่งสากลจักรวาล และเจตนารมณ์ของรอซูลลุลลอฮ์   ได้ดำเนินไปอย่างครบถ้วน ท่านรอซูลลุลลอฮ์  เริ่มมีสิ่งบอกเหตุว่า ตัวเองใกล้มาถึงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว ท่านจึงได้กล่าวแก่มุอ๊าซ บิน ญะบัล ในวันที่ท่านส่งตัวเขาไปยังเมืองยะมันว่า “โอ้มูอ๊าซเอ๋ย ! หลังจากปีนี้แล้ว เป็นไปได้ว่า ท่านอาจไม่มีโอกาส พบฉันอีกแล้ว และบางทีท่านอาจเดินผ่าน เข้ามัสยิดของฉัน และพบสุสานของฉัน

เมื่อได้ยินถ้อยคำดังกล่าว ท่านมูอ๊าซก็ร้องไห้ อันเนื่องจากเกรงว่า จะไม่ได้พบบุคคล ผู้เป็นสุดที่รักเหนือชีวิต และแล้วสิ่งบอกเหตุของท่านนบี  ก็เป็นจริง เพราะท่านได้กลับคืน สู่ความเมตตาของอัลเลาะฮฺ ในปี ฮ.ศ. ที่ 11 ในขณะที่มูอ๊าซ กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ในเมืองยะมัน

พี่น้องผู้รักเอกภาพทั้งหลาย มุสลิมทุกคนนั้น เป็นพี่น้องกัน ซึ่งจะต้องมีความรักต่อกัน แต่ในบางครั้ง เนื่องจากเราอยู่กันหมู่มาก อาจจะมีความคิดเห็นขัดแย้งกัน ก็ตาม แต่จงเอาความดี เข้าผูกพัน ก่อนที่จะมีสิ่งอื่นแทรงแซง เข้ามาทำให้เราเสียเอกภาพ ฉะนั้น ท่านทั้งหลาย จงเกรงกลัวอัลเลาะฮฺ ในเรื่องที่จะไม่มีเอกภาพเถิด เพราะแท้ที่จริง ผู้ใดก็ตาม ที่ทำลายเอกภาพ ผู้นั้นจะไม่ได้รับความเมตตาจากอัลเลาะฮฺ นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัว น่าหวั่นอย่างยิ่ง ใครจะทำอะไรก็ตาม ในเมื่อคนนั้น ถูกขับออกจากดินแดนแห่งความกรุนา และความเมตตาของอัลเลาะฮฺ แล้วจะมีอะไรดีอีกหรือ สำหรับบุคคลนั้น

เมื่อเป็นอย่างนี้ ความเป็นเอกภาพ ความมีภราดรภาพ ความเป็นญาติ ได้ถูกกำหนดไว้อย่างสูงสุด ในอิสลาม ที่บุคคลต้องสำนึกอยู่ตลอดเวลา มิฉะนั้น ผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ในเรื่องนี้ เขาจะสูญเสียศักดิ์ศรี ในความเป็นมุสลิม สูญเสียความเป็นมุอฺมิน อย่างสมบูรณ์ โดยแน่นอน   เล่าโดย นัวะมาน บุตรของท่านบะซีร ว่า ท่านนบี ได้กล่าวไว้ ความว่า : “อุปมาอุปไมย แก่มวลศรัทธาชน ในอันที่จะต้องมีความรักต่อกัน มีความเมตตาต่อกัน มีความอ่อนโยนต่อกัน มีความสัมพันธ์ต่อกัน มีความเกื้อกูลกันนั้น ดุจดั่งเรือนร่างเดียวกัน เมื่ออวัยวะหนึ่งอวัยวะใด เกิดเจ็บป่วย ย่อมแผ่ความเจ็บปวด กระจายไปทั้งร่าง ให้นอนไม่หลับ" (รายงานโดยบุคคอรี – มุสลิม)

ท่านพี่น้องที่เคารพทุกท่าน อัลกุรอานสอนให้เราทุกคน อยู่ร่วมกันในสังคม บนโลกใบนี้ อย่างสันติสุข มีความสมานฉันท์ มีเอกภาพต่อกัน ดังอัลกุรอานได้ระบุไว้ ในซูเราะฮฺ อาลิอิมรอน โองการที่ 102,103,104  ความว่า

"โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าจงยำเกรงอัลเลาะฮฺ อย่างจริงใจ และพวกเจ้าจงดำรงมั่น อยู่ในศาสนาอิสลาม จนกว่าจะตาย"

"พวกเจ้าทั้งหลาย จงยึดมั่นในแนวศาสนาของอัลเลาะฮฺเถิด และจงอย่าแตกแยกกัน"

"และพวกเจ้าแต่บางส่วน จงเป็นกลุ่มชนที่ชักชวน ไปสู่ศาสนาอิสลามใช้ให้กระทำดี และห้ามปรามจากความชั่ว พวกเหล่านั้นแหละ คือพวกที่มีชัย"

โองการพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานข้างต้นนี้ กำชับให้สมัครสมานสามัคคี ให้มีเอกภาพ และให้มีผู้ที่คอยตักเตือน ให้กระทำแต่ความดี และห้ามปรามมิให้กระทำชั่ว เมื่อท่านทั้งหลายรู้หน้าที่ของตน และปฏิบัติตาม โดยถือตามเนื้อหาของอัลกุรอาน ที่กล่าวมาแล้ว สังคมก็จะมีแต่ความร่มเย็น เป็นสุข ทั่วหน้ากัน


www.skthai.org

islammore.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2013, 12:58:25 PM โดย piwdee »

ออฟไลน์ govee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1117
    • ดูรายละเอียด
Re: ความประเสริฐของอัลกุรอาน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2013, 06:39:31 PM »
ความมหัศจรรย์ของอัลกุรอาน ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

http://piwdee.net/Quran0001/quran01.html