ผู้เขียน หัวข้อ: สิทธิของสามีภรรยา  (อ่าน 221 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ govee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1117
    • ดูรายละเอียด
สิทธิของสามีภรรยา
« เมื่อ: เมษายน 17, 2017, 05:13:25 PM »
สิทธิของสามีภรรยา
 
เชค มุหัมมัด บิน ศอลิห์ อัล-อุษัยมีน
 
          การแต่งงานก่อให้เกิดผลพวงที่สำคัญและหน้าที่อันยิ่งใหญ่ เพราะการแต่งงานเป็นการผูกสายสัมพันธ์ระหว่างสามีกับภรรยา ซึ่งแต่ละฝ่ายจำเป็นต้องมอบสิทธิแก่อีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งสิทธิด้านร่างกาย สิทธิด้านสังคม และสิทธิด้านทรัพย์สิน ดังนั้น ทั้งสามีและภรรยาจึงจำเป็นต้องใช้ชีวิตร่วมกันด้วยดี และต้องทุ่มเทในสิทธิที่จำเป็นต้องมอบให้กับอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจและยินดี โดยปราศจากการฝืนใจ ไม่จริงจัง และฉาบฉวยในสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้แก่อีกฝ่าย อัลลอฮฺตรัสว่า
 
( وَعَاشِرُوهُنَّ بِٱلۡمَعۡرُوفِۚ﴾ [النساء : ١٩] 

และจงคลุกคลีกับบรรดาภรรยาของพวกเจ้าด้วยดี”   (อัน-นิสาอ์ : 19)
 
พระองค์ยังตรัสอีกว่า
 
( وَلَهُنَّ مِثۡلُ ٱلَّذِي عَلَيۡهِنَّ بِٱلۡمَعۡرُوفِۚ وَلِلرِّجَالِ عَلَيۡهِنَّ دَرَجَةٞۗ ﴾ [البقرة: ٢٢٨] 

และบรรดาภรรยาก็ควรได้รับสิทธิอันชอบธรรม เช่นเดียวกับที่พวกนางต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อสามีของพวกนาง และสำหรับบรรดาสามีจะมีความประเสริฐเหนือกว่าบรรดาภรรยาหนึ่งขั้น (นั่นคือสิทธิการเป็นผู้ปกครองและต้องได้รับการเชื่อฟังจากภรรยา)”  (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 228)

          ขณะเดียวกัน ภรรยาก็จำเป็นต้องทุ่มเทให้กับสามี ตามเกณฑ์ที่นางจำเป็นต้องทุ่มเทให้กับเขา และเมื่อใดก็ตามที่สามีและภรรยา ต่างปฏิบัติตามสิ่งที่แต่ละฝ่ายจำเป็นต้องปฏิบัติต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ชีวิตครอบครัวของทั้งสอง ก็จะพบกับความผาสุกและการครองชีวิตคู่ระหว่างทั้งสอง ก็จะยืนนาน แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็จะเกิดความขัดแย้งและแตกแยก ทำให้ชีวิตคู่ของทั้งสองฝ่ายต้องระส่ำระสายและไม่เป็นสุข

          มีหลักฐานมากมายที่มาในรูปของคำสั่งเสียให้ดูแลสตรี และให้คำนึงถึงสภาพโดยธรรมชาติของนาง และการที่จะให้นางอยู่ในสภาพเพียบพร้อมสมบูรณ์ทุกอย่างนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ดังคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลออุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า

          “ท่านทั้งหลายจงปฏิบัติดีต่อเหล่าสตรีเถิด แท้จริงสตรีถูกสร้างมาจากซี่โครง และซี่โครงส่วนที่คดงอที่สุดคือส่วนบนสุดของมัน (นั่นคือสมองหรือความคิดอ่าน) ดังนั้น หากท่านพยายามจะดัดมันให้ตรงก็เท่ากับว่าท่านได้ทำให้มันหักสะบั้นลง และหากท่านปล่อยมันไปมันก็จะยังคงคดงออยู่เหมือนเดิมดังนั้น จึงขอให้ท่านทั้งหลายปฏิบัติดีต่อบรรดาสตรีเถิด”  (โดยอัล-บุคอรีย์ 3331, มุสลิม 1468)

ในรายงานอื่นระบุว่า

«إِنَّ الْمَرْأَةَ خُلِقَتْ مِنْ ضِلَعٍ لَنْ تَسْتَقِيمَ لَكَ عَلَى طَرِيقَةٍ، فَإِنِ اسْتَمْتَعْتَ بِهَا اسْتَمْتَعْتَ بِهَا وَبِهَا عِوَجٌ، وَإِنْ ذَهَبْتَ تُقِيمُهَا، كَسَرْتَهَا وَكَسْرُهَا طَلَاقُهَا»

แท้จริงสตรีถูกสร้างมาจากซี่โครง นางจะไม่สามารถอยู่บนแนวทางใดแนวทางหนึ่งอย่างเที่ยงตรงสำหรับท่านได้ ดังนั้น หากท่านประสงค์จะแสวงหาความสุขกับนาง ท่านก็จะได้รับความสุขกับนางขณะที่นางอยู่ในสภาพที่คดงออยู่ และหากท่านพยายามจะดัดนางให้ตรงก็เท่ากับว่าท่านได้ทำให้นางหักสะบั้นลง และการหักของนาง คือการหย่ากับนาง”   (มุสลิม 1468)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«لَا يَفْرَكْ مُؤْمِنٌ مُؤْمِنَةً، إِنْ كَرِهَ مِنْهَا خُلُقًا رَضِيَ مِنْهَا آخَرَ»

สามีผู้ศรัทธาจงอย่าเกลียดภรรยาผู้ศรัทธา หากเขาไม่ชอบนิสัยที่ไม่ดีบางประการในตัวนาง เขาก็น่าจะพอใจนิสัยที่ดีอื่นๆ ในตัวนาง”  (มุสลิม 1469)

          หะดีษต่างๆ ข้างต้น เป็นการชี้แนะจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แก่ประชาชาติของท่านว่า ผู้ชายต้องปฏิบัติต่อผู้หญิงอย่างไร และชี้แนะว่าผู้ชายควรจะรับเอาสิ่งที่สะดวกและเรียบง่ายจากผู้หญิง เนื่องจากธรรมชาติแห่งการสร้างของผู้หญิงถูกสร้างขึ้นมาในสภาพที่ไม่สมบูรณ์และไม่ได้ดีพร้อมเสียทุกอย่าง โดยมีความบกพร่องและคดงออยู่ในตัว และผู้ชายไม่สามารถที่จะแสวงหาความสุขกับนางได้อย่างโล่งใจ นอกจากจะต้องยอมรับธรรมชาติที่อัลลอฮฺสร้างนางมาในแบบดังกล่าวด้วยเท่านั้น

          บทเรียนที่ได้รับจากหะดีษต่างๆ ข้างต้น ก็คือ มนุษย์ควรทำการเปรียบเทียบและแยกแยะระหว่างความดีงามกับความบกพร่อง ที่มีอยู่ในตัวผู้หญิง เพราะยามใดที่เขารู้สึกรังเกียจกับนิสัยที่ไม่ดีบางประการของนาง เขาก็ลองนำนิสัยที่ไม่ดีดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับอีกนิสัยหนึ่งของนางที่เขาพึงพอใจ โดยต้องไม่มองนางด้วยสายตาที่เอือมระอาและเกลียดชังเพียงอย่างเดียว

         มีสามีจำนวนไม่น้อยอยากได้ภรรยาที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์และดีพร้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไม่ได้ ดังนั้น บรรดาสามีเหล่านั้นจึงตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์และกระวนกระวาย และไม่สามารถที่จะแสวงหาความสุขและอยู่ร่วมกับภรรยาของพวกเขาได้อย่างสบายใจ และบางครั้งก็อาจจะเป็นเหตุนำไปสู่การหย่าร้างกัน ดังคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า

«...وَإِنْ ذَهَبْتَ تُقِيمُهَا، كَسَرْتَهَا وَكَسْرُهَا طَلَاقُهَا»

และหากท่านพยายามจะดัดนางให้ตรง ก็เท่ากับว่าท่านได้ทำให้นางหักสะบั้นลง และการหักนางก็คือ การหย่ากับนาง นั่นเอง”  (มุสลิม 1468)

          ดังนั้น สามีจึงควรมีความออมชอม อะลุ่มอล่วย ทำเป็นเพิกเฉยและปล่อยวางบ้างในทุกการกระทำของภรรยา หากว่าการกระทำเหล่านั้นของพวกนางไม่ได้ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อศาสนาหรือเกียรติศักดิ์ศรี

          ส่วนหนึ่งของสิทธิที่สามีพึงปฏิบัติต่อภรรยาคือ การแสวงหาปัจจัยยังชีพแก่ภรรยา ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

( وَعَلَى ٱلۡمَوۡلُودِ لَهُۥ رِزۡقُهُنَّ وَكِسۡوَتُهُنَّ بِٱلۡمَعۡرُوفِۚ ﴾ [البقرة: ٢٣٣] 

และหน้าที่ของสามีผู้เป็นพ่อเด็ก คือการหาปัจจัยยังชีพและเครื่องนุ่งห่ม ให้แก่บรรดาภรรยาอย่างชอบธรรม” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 233)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

และหน้าที่ของพวกท่าน ที่พึงปฏิบัติต่อบรรดาภรรยาของพวกท่าน คือ การหาปัจจัยยังชีพ และเครื่องนุ่งห่มให้แก่พวกนางอย่างชอบธรรม” (มุสลิม 2137)

          ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถูกถามว่า "อะไรคือสิทธิที่ภรรยาของคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเราพึงได้รับ?"

          ท่านตอบว่า“ท่านจะต้องให้อาหารแก่นางเมื่อท่านทานอาหาร ให้เครื่องนุ่มห่มแก่นางเมื่อท่านสวมใส่เครื่องนุ่งห่ม จงอย่าตบหน้านาง อย่าด่าทอหรือพูดจาหยาบคายกับนาง และอย่าลงโทษด้วยการปลีกตัวจากนาง นอกจากให้ทำแค่ในบ้านเท่านั้น (หมายถึงไม่ลงโทษด้วยการหนีจากนางออกไปนอกบ้าน)”

(อบู ดาวูด 1850)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 18, 2017, 09:09:24 PM โดย govee »

ออฟไลน์ govee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1117
    • ดูรายละเอียด
Re: สิทธิของสามีภรรยา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 17, 2017, 05:15:41 PM »
          อีกส่วนหนึ่งของสิทธิที่สามีพึงปฏิบัติต่อภรรยาคือ สามีต้องปฏิบัติอย่างเป็นธรรมระหว่างบรรดาภรรยาทั้งหลายของเขา หากว่าเขามีภรรยามากกว่าหนึ่งคน โดยสามีต้องปฏิบัติอย่างเป็นธรรมในด้านปัจจัยยังชีพ ที่อยู่อาศัย การร่วมหลับนอน และทุกๆ สิ่งที่สามารถสร้างความเป็นธรรมให้กับบรรดาภรรยาทั้งสองคน เพราะการเอนเอียงไปทางภรรยาคนใดคนหนึ่งถือว่าเป็นบาปใหญ่ประการหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«مَنْ كَانَتْ لَهُ امْرَأَتَانِ فَمَالَ إِلَى إِحْدَاهُمَا، جَاءَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ، وَشِقُّهُ مَائِلٌ»

ผู้ใดมีภรรยาสองคน แล้วเขาปฏิบัติด้วยการเอนเอียงไปทางภรรยาคนใดคนหนึ่ง เขาจะปรากฏในวันกิยามะฮฺในสภาพที่เอียงข้าง”  (อบู ดาวูด 2133, อัต-ติรมิซีย์ 1141, อิบนุ มาญะฮฺ 1969)

          อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่สามีไม่สามารถให้ความเท่าเทียมกันแก่ภรรยาทั้งสองได้ อาทิ ความรู้สึกรัก ความเอ็นดู และความสบายใจ เป็นต้น ก็ไม่ถือว่าสามีมีบาปความผิดแต่ประการใด เพราะสิ่งดังกล่าวอยู่นอกเหนือความสามารถของเขา อัลลอฮฺตรัสว่า

( وَلَن تَسۡتَطِيعُوٓاْ أَن تَعۡدِلُواْ بَيۡنَ ٱلنِّسَآءِ وَلَوۡ حَرَصۡتُمۡۖ ﴾ [النساء : ١٢٩] 

และพวกเจ้าจะไม่สามารถให้ความยุติธรรม (ในด้านความรักและความรู้สึกเอนเอียงของจิตใจ) ระหว่างบรรดาภรรยาของพวกเจ้าได้เลย ไม่ว่าพวกเจ้าจะพยายามขนาดไหนก็ตาม”  (อัน-นิสาอ์ : 129)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะแบ่งเวรระหว่างบรรดาภรรยาของท่านด้วยความยุติธรรม แล้วท่านจะก็ขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺว่า

«اللهم هَذِا قَسْمِي فِيمَا أَمْلِكُ، فَلَا تَلُمْنِي فِيمَا تَمْلِكُ، وَلَا أَمْلِكُ»

 “โอ้อัลลอฮฺ นี่คือการแบ่งเวรของฉันซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันครอบครองและสามารถควบคุมได้ ดังนั้น ขอพระองค์โปรดอย่าได้ตำหนิฉันในสิ่งที่พระองค์ทรงครอบครองแต่ฉันไม่ได้ครอบครองมัน  (หมายถึงความรู้สึกรักและเสน่หาระหว่างภรรยา)”  (อบู ดาวูด 2134, อัต-ติรมิซีย์ 1140, อิบนุ มาญะฮฺ 1971)

          แต่ถ้าหากว่ามีความเหลื่อมล้ำในการไปอยู่กับภรรยาคนใดคนหนึ่ง โดยที่ภรรยาคนอื่นยินยอม ก็ถือว่าเป็นที่อนุญาต ดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้แบ่งเวรอยู่กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ โดยผนวกรวมกับเวรของท่านหญิงเสาดะฮฺ หลังจากที่นางได้มอบเวรของนางให้แก่อาอิชะฮฺ และในช่วงที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ป่วยครั้งสุดท้ายก่อนการเสียชีวิต

ท่านได้ถามบรรดาภรรยาของท่านว่า  “พรุ่งนี้ฉันต้องไปอยู่บ้านใคร? พรุ่งนี้ฉันต้องไปอยู่บ้านใคร?

       บรรดาภรรยาของท่านก็ยินยอมให้ท่านเลือกว่าจะอยู่บ้านใคร ซึ่ง ณ ตอนนั้นท่านนอนรักษาอาการป่วยอยู่ที่บ้านอาอิชะฮฺจนกระทั่งท่านเสียชีวิต

(อัล-บุคอรีย์ 5217, มุสลิม 2443)

          ส่วนสิทธิของสามีที่ภรรยาจำเป็นต้องปฏิบัติต่อเขา ถือว่ายิ่งใหญ่กว่าสิทธิของภรรยาที่สามีจำเป็นต้องปฏิบัติต่อนาง เนื่องจากคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

(وَلَهُنَّ مِثۡلُ ٱلَّذِي عَلَيۡهِنَّ بِٱلۡمَعۡرُوفِۚ وَلِلرِّجَالِ عَلَيۡهِنَّ دَرَجَةٞۗ ﴾ [البقرة: ٢٢٨] 

 “และบรรดาภรรยาก็ควรได้รับสิทธิอันชอบธรรม เช่นเดียวกับที่พวกนางต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อสามีของพวกนาง และสำหรับบรรดาสามีจะมีความประเสริฐเหนือกว่าบรรดาภรรยาหนึ่งขั้น (นั่นคือสิทธิการเป็นผู้ปกครองและต้องได้รับการเชื่อฟังจากภรรยา)” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 228)

          ผู้ชายคือผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครอง ดูแล และเลี้ยงดูผู้หญิง ด้วยการแสวงหาสิ่งดีๆ และคุณประโยชน์ต่างๆ ให้แก่นาง ต้องคอยอบรมและชี้นำนาง ดังคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

( ٱلرِّجَالُ قَوَّٰمُونَ عَلَى ٱلنِّسَآءِ بِمَا فَضَّلَ ٱللَّهُ بَعۡضَهُمۡ عَلَىٰ بَعۡضٖ وَبِمَآ أَنفَقُواْ مِنۡ أَمۡوَٰلِهِمۡۚ ﴾ [النساء : ٣٤]

 “บรรดาบุรุษเพศคือผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองและดูแลเลี้ยงดูบรรดาสตรีเพศ ด้วยปัจจัยแห่งความสามารถที่อัลลอฮฺทรงกำหนดให้บุรุษเพศมีเหนือกว่าสตรีเพศ  และเนื่องจากบุรุษเพศต้องใช้จ่ายในทรัพย์ของพวกเขา (เพื่อเป็นปัจจัยยังชีพแก่นาง)”  (อัน-นิสาอ์ : 34)

           ในจำนวนสิทธิของสามีที่ภรรยาจำเป็นต้องปฏิบัติต่อเขาคือ ภรรยาต้องเชื่อฟังคำสั่งของสามี ยกเว้นในเรื่องที่เป็นการฝ่าฝืนทรยศต่ออัลลอฮฺ (ซึ่งภรรยาไม่จำเป็นต้องเชื่อฟัง) ต้องปกป้องสามีในยามลับตาเขา รวมทั้งต้องดูแลทรัพย์สินของเขาด้วย แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«لَوْ كُنْتُ آمِرًا أَحَدًا أَنْ يَسْجُدَ لِأَحَدٍ؛ لَأَمَرْتُ الْمَرْأَةَ أَنْ تَسْجُدَ لِزَوْجِهَا»

 “หากฉันสามารถสั่งให้คนหนึ่ง กราบสุญูดต่อคนหนึ่งได้ แน่นอนว่าฉันก็จะสั่งให้ภรรยาสุญูดต่อสามีของนาง (แต่ท่านไม่ได้สั่งเช่นนั้น เพราะการสุญูดต่อสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ เป็นเรื่องต้องห้ามในอิสลาม)”  (อบู ดาวูด 2140, อัต-ติรมิซีย์ 1159)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«إِذَا دَعَا الرَّجُلُ امْرَأَتَهُ إِلَى فِرَاشِهِ فَأَبَتْ أَنْ تَجِيْءَ، فَبَاتَ غَضْبَانَ عَلَيْهَا، لَعَنَتْهَا الْمَلَائِكَةُ حَتَّى تُصْبِحَ»

 “เมื่อสามีคนหนึ่งชวนภรรยามายังที่หลับนอนของเขา แต่ภรรยากลับปฏิเสธไม่ยอมไป ทำให้เขานอนทั้งคืนในสภาพที่โกรธเคือง บรรดามะลาอิกะฮฺก็จะสาปแช่งนางจนถึงรุ่งเช้า”  (อัล-บุคอรีย์ 5193, มุสลิม 1436)

        สิทธิของสามีอีกส่วนหนึ่งที่ภรรยาจำเป็นต้องปฏิบัติต่อเขา ก็คือ ภรรยาต้องไม่ยุ่งอยู่กับงานใดๆ ที่ทำให้บกพร่องต่อการปรนนิบัติและให้ความสุขกับสามีได้ อย่างสมบูรณ์เต็มที่ ถึงแม้ว่าจะเป็นการทำอิบาดะฮฺสุนัตก็ตาม เนื่องจากคำสอนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า

«لاَ يَحِلُّ لِلْمَرْأَةِ أَنْ تَصُومَ وَزَوْجُهَا شَاهِدٌ إِلَّا بِإِذْنِهِ، وَلاَ تَأْذَنَ فِي بَيْتِهِ إِلَّا بِإِذْنِهِ»

 “ไม่อนุญาตให้สตรีผู้เป็นภรรยาถือศีลอดสุนัต ในขณะที่สามีอยู่กับบ้าน นอกจากจะได้รับอนุญาตจากสามี และต้องไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าบ้านนอกจากจะได้รับอนุญาตจากสามีก่อน”  (อัล-บุคอรีย์ 5195, มุสลิม 1026)

          แท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกว่า ความพอใจของสามีที่มีต่อภรรยา เป็นสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้นางได้เข้าสวนสวรรค์ ดังหะดีษที่บันทึกโดยอัต-ติรมิซีย์จากอุมมุ สะละมะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา นางเล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«أَيُّمَا امْرَأَةٍ مَاتَتْ وَزَوْجُهَا عَنْهَا رَاضٍ دَخَلَتِ الْجَنَّةَ»

ผู้หญิงท่านใดก็ตามที่เสียชีวิตลง ในสภาพที่สามีของนางพึงพอใจต่อนาง แน่นอนว่านางจะได้เข้าสวนสวรรค์”  (อัต-ติรมิซีย์ 1161, อิบนุ มาญะฮฺ 1854)

ผู้แปล: อันวา สะอุ และ อุษมาน อิดรีส

Islam House
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 19, 2017, 05:01:19 PM โดย govee »