ผู้เขียน หัวข้อ: สิทธิของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  (อ่าน 202 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ govee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1117
    • ดูรายละเอียด
สิทธิของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

เชค มุหัมมัด บิน ศอลิห์ อัล-อุษัยมีน

สิทธิข้อนี้ เป็นสิทธิที่ยิ่งใหญ่ที่พึงมีต่อมัคลูก (สรรพสิ่งที่ถูกสร้าง) ด้วยกัน ไม่มีสิทธิของสรรพสิ่งใดๆ ที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าสิทธิที่พึงมีต่อศาสนทูตของอัลลอฮฺ (นบีมุหัมมัด) ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม พระองค์อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

إِنَّآ أَرۡسَلۡنَٰكَ شَٰهِدٗا وَمُبَشِّرٗا وَنَذِيرٗا ٨ لِّتُؤۡمِنُواْ بِٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦ وَتُعَزِّرُوهُ وَتُوَقِّرُوهُۚ ﴾ [الفتح: ٨-٩] 

แท้จริงเราได้ส่งเจ้า (มุหัมมัด) มาเพื่อเป็นพยาน และผู้แจ้งข่าวดี และผู้แจ้งข่าวร้าย เพื่อให้พวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์ รวมทั้งเพื่อให้พวกเจ้ามอบความช่วยเหลือสนับสนุนเขา และเทิดทูนให้เกียรติแก่เขา”  (อัล-ฟัตหฺ : 9-8)

ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมอบความรักแด่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เหนือกว่ามนุษย์คนอื่นๆ แม้กระทั่งตัวท่านเอง ลูกๆ หรือบิดามารดาของท่าน ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«لَا يُؤْمِنُ أَحَدُكُمْ حَتَّى أَكُوْنَ أَحَبَّ إِلَيْهِ مِنْ وَلَدِهِ وَوَالِدِهِ وَالنَّاسِ أَجْمَعِيْنَ»

"คนหนึ่งคนใดจากพวกท่าน จะยังไม่ศรัทธาโดยสมบูรณ์ จนกว่าฉัน (ท่านนบี) จะเป็นที่รักยิ่งสำหรับเขา มากกว่าบิดาของเขา ลูกของเขา และมนุษย์ทั้งหมด"  (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ 15, มุสลิม 44, อัน-นะสาอีย์ 5013, อิบนุ มาญะฮฺ 67, อะหฺมัด  3/207, อัด-ดาริมีย์ 2741)
 
ส่วนหนึ่งจากสิทธิที่พึงมีต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คือ การให้เกียรติแก่ท่าน การเทิดทูนและเชิดชูที่เหมาะสมกับฐานะ โดยไม่เลยเถิดจนเกินไป และไม่ละเลยจนเกินควร รูปแบบการให้เกียรติแก่ท่านในขณะที่ท่านยังมีชีวิต คือ เคารพให้เกียรติแนวทางและตัวท่านเอง ส่วนการให้เกียรติหลังจากที่ท่านได้สิ้นชีวิตไปแล้ว คือ การเคารพและให้เกียรติแนวทางและคำสอนของท่าน หากใครได้เห็นถึงการให้เกียรติและเทิดทูนของบรรดาเศาะหาบะฮฺต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมแล้ว เขาก็จะทราบดีว่าบรรดาเศาะหาบะฮฺผู้ทรงเกียรติเหล่านั้น ได้ทำหน้าที่ที่พึงมีต่อศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไว้อย่างไรบ้าง

อุรวะฮฺ บิน มัสอูด ได้เล่าแก่ชาวกุร็อยชฺ ครั้งที่พวกเขาได้ส่งเขาไปเจรจากับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในการทำสนธิสัญญา อัล-หุดัยบิยะฮฺ เขากล่าวว่า "ฉันเคยเข้าเฝ้าบรรดากษัตริย์หลายองค์ ไม่ว่าจะเป็น กิสรอ (คุสโรแห่งเปอร์เซีย), ก็อยศ็อรฺ (ซีซาร์แห่งโรมัน) หรือ อัน-นะญาชีย์ (แห่งอบิสสิเนียหรือเอธิโอเปีย) แต่ฉันไม่เคยพบว่าบรรดาพสกนิกรของกษัตริย์เหล่านั้น จะให้เกียรติแก่กษัตริย์ของพวกเขา เฉกเช่นที่บรรดาเศาะหาบะฮฺของมุหัมมัด ได้กระทำกับมุหัมมัด ทั้งนี้ เมื่อเขา (มุหัมมัด) บัญชาสิ่งใด พวกเขารีบสนองคำบัญชาทันที เมื่อเขาจะอาบน้ำละหมาด บรรดาเศาะหาบะฮฺต่างแย่งกันที่จะอำนวยความสะดวกให้ท่านอาบน้ำละหมาด เมื่อเขาพูดจาสนทนา บรรดาเศาะหาบะฮฺจะพากันลดเสียงในขณะที่อยู่ต่อหน้าเขา และพวกเขาจะไม่จ้องมองสายตาไปยังเขาทั้งนี้เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เขา"  (มุคตะศ็อร สีเราะฮฺ อัร-เราะสูล โดยชัยคฺ อับดุลลอฮฺ บิน มุหัมมัด บิน อับดุลวะฮ์ฮาบ หน้าที่ 300)

เช่นนี้แหละที่บรรดาเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ได้ให้เกียรติและเทิดทูนท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เนื่องจากอัลลอฮฺได้ประทานให้ท่านนบีมีนิสัยและมารยาทที่งดงาม มีความอ่อนน้อม และใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ซึ่งหากท่านนบีเป็นบุคคลที่ก้าวร้าวแน่นอนคนรอบข้างจะพากันเตลิดหนีหายจากท่านไป

และส่วนหนึ่งจากสิทธิที่พึงมีต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คือ ศรัทธาและเชื่อในสิ่งที่ท่านได้แจ้งให้เราทราบ ทั้งในเรื่องอดีตกาลและเรื่องที่จะเกิดขึ้นภายภาคหน้า การปฏิบัติตามคำบัญชาของท่าน การหลีกห่างจากสิ่งที่ท่านได้ห้ามและเตือนระวัง ตลอดจนศรัทธาว่าทางนำของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คือทางนำที่สมบูรณ์ที่สุด บทบัญญัติของท่านนั้นคือบทบัญญัติที่สมบูรณ์แบบที่สุด และไม่เอาบทบัญญัติ หรือกฎระเบียบใดๆมาอยู่เหนือบทบัญญัติหรือคำสอนของท่านไม่ว่าจะมาจากแหล่งใดก็ตาม
 
อัลลอฮฺ ตรัสว่า
 
( فَلَا وَرَبِّكَ لَا يُؤۡمِنُونَ حَتَّىٰ يُحَكِّمُوكَ فِيمَا شَجَرَ بَيۡنَهُمۡ ثُمَّ لَا يَجِدُواْ فِيٓ أَنفُسِهِمۡ حَرَجٗا مِّمَّا قَضَيۡتَ وَيُسَلِّمُواْ تَسۡلِيمٗا ٦٥ ﴾ [النساء : ٦٥] 

"มิใช่เช่นนั้นดอก ข้าขอสาบานด้วยพระเจ้าของเจ้าว่า เขาเหล่านั้นจะยังไม่ศรัทธา จนกว่าพวกเขาจะให้เจ้าตัดสินในสิ่งที่ขัดแย้งกันระหว่างพวกเขา แล้วพวกเขาไม่พบความคับใจใดๆ ในจิตใจของพวกเขา จากสิ่งที่เจ้าได้ตัดสินใจ และพวกเขายอมจำนนด้วยดี"  (อัน-นิสาอ์ : 65)

( قُلۡ إِن كُنتُمۡ تُحِبُّونَ ٱللَّهَ فَٱتَّبِعُونِي يُحۡبِبۡكُمُ ٱللَّهُ وَيَغۡفِرۡ لَكُمۡ ذُنُوبَكُمۡۚ وَٱللَّهُ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٣١ ﴾ [آل عمران: ٣١] 

"จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ว่า หากพวกท่านรักอัลลอฮฺ ก็จงปฏิบัติตามฉัน อัลลอฮฺก็จะทรงรักพวกท่าน และจะทรงอภัยให้แก่พวกท่านซึ่งโทษทั้งหลายของพวกท่าน และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ"  (อาล อิมรอน : 31 )

และส่วนหนึ่งจากสิทธิที่พึงมีต่อท่านนบีคือปกป้องศาสนบัญญัติ และแนวทางของท่านเท่าที่เขาคนนั้นจะมีความสามารถแม้ว่าในบางกรณีจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังและอาวุธต่อสู้ก็ตาม

เมื่อศัตรูโจมตีด้วยปรัชญาและข้อคลุมเครือต่างๆ การปกป้องเกียรติของท่านก็ต้องตอบโต้ด้วยหลักวิชาการและพยามยามหักล้างข้อกล่าวหาต่างๆ และอธิบายเปิดโปงการใส่ร้ายอันมดเท็จ

แต่หากว่าศัตรูโจมตีด้วยอาวุธ การปกป้องก็ต้องเป็นไปตามความเหมาะสมกับเหตุการณ์ และไม่บังควรอย่างยิ่งที่ผู้ศรัทธาคนหนึ่งเมื่อได้ยินคนมาดูหมิ่นท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หรือหลักการคำสอนของท่าน เขาจะอยู่อย่างนิ่งเฉยไม่ได้แสดงกริยาใดๆ ในการที่จะปกป้องเกียรติของท่าน ทั้งที่สามารถจะปกป้องท่านได้

ผู้แปล: อันวา สะอุ และ อุษมาน อิดรีส

Islam house
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 08, 2017, 05:36:35 PM โดย govee »

ออฟไลน์ leontalk

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
เป็นคำสอนที่ดีจริงมีการแปลเนื้อหาให้เข้าใจง่าย ยังไงก็ลงไว้อีกน่ะจะเข้ามาอ่าน