สิ่งมหัศจรรย์ของโลก


นำข้อมูลมาจาก http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/st2545/5-6/no38/index.html

การแบ่งประเภทของสิ่งมหัศจรรย์

การแบ่งประเภทของสิ่งมหัศจรรย์ในโลกอันกว้างนั้น สามารถจำแนกออกเป็นหลายสาขาด้วยกัน อาทิเช่น สิ่งมหัศจรรย์ สาขาภูมิศาสตร์ , สาขาประวัติศาสตร์ , สาขาจิตรกรรม และสถาปัตยกรรม , สาขาชีววิทยา และก็ สาขาวิทยาศาสตร์

การจัดแบ่งสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม สามารถแบ่งได้เป็น 3 ยุค คือ

1. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ
2. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง
3. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน

1. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ (อายุตั้งแต่ 5,000 ปี ก่อนคริสตกาล - ค.ศ. 500)

ประมวลและจัดโดยนักปราชญ์กรีก ชื่อ แอนติเพเตอร์( Antipater ) แห่งไซดอน ( Sidon )ในศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล สิ่งมหัศจรรย์ของโลก 7 อย่าง ยุคโบราณเป็นผลงานของมนุษย์ ทางด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรมและศิลปกรรม จากยุคสมัยแรก เริ่มอารยธรรมของโลก ในแถบลุ่มแม่น้ำไนล์ ในประเทศอียิปต์ ถึงยุคความรุ่งเรืองของอารยธรรมกรีกโบราณ และยุคสมัยอาณาจักรโรมันเรืองอำนาจ อันได้แก่

1) พีระมิดแห่งเมืองกิเซห์


สถานที่ตั้ง เมืองกิเซห์ ประเทศอียิปต์ ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

พีระมิดเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์อียิปต์ ในสมัยโบราณ ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ห่างไปทางตอนใต้ของเมืองอเลกซานเดรีย ประมาณ 160 กิโลเมตร สร้างด้วยหินเป็นรูปกรวยเหลี่ยม เมื่อประมาณ 3500 ปี ก่อนคริสตกาล กินเนื้อที่ในบริเวณพีระมิด 131 เอเคอร์ พีระมิดนี้ สูงถึง 147 เมตร ฐานกว้างด้านละ 230 เมตร ใช้ก้อนหินในการก่อสร้าง 2500000 ก้อน หนักก้อนละ 2 ตันครึ่ง บางก้อนหนักถึง 16 ตัน รวมน้ำหนักกว่า 6,000,000 ตัน มีการเตรียมการสร้างถึง 10 ปี ใช้กรรมกรก่อสร้างประมาณ 100000 คน มาใช้แรงงานถึง 20 ปี เพื่อสร้างพีระมิดดังกล่าว ให้สำเร็จจนลุล่วง ปัจจุบันส่วนยอดของพีระมิดทรุดโทรมลง จนมีความสูงเพียง 137 เมตร

2) โบสถ์แห่งเดียนา


สถานที่ตั้ง เมืองเอฟฟิอุส ประเทศกรีก ปัจจุบัน ยังมีซากหลงเหลืออยู่บ้าง

โบสถ์แห่งเดียนา สร้างขึ้นโดยชาวเอฟฟิเซียน ด้วยฝีมือของบรรดาสถาปัตย์กรีกผู้มีชื่อเสียง ซึ่งสร้างได้งามวิจิตรพิสดารมาก ทั้งนี้ เพื่อเป็นที่ระลึกถึง อาร์เทมิส ผู้มาจากสวรรค์ ผู้ที่ได้ช่วยกู้ความหายนะ ของเมืองไว้ได้ถึง 2 ครั้ง เมื่อศตวรรษที่ 5 ก่อนคริศตกาล ยาวถึง 425 ฟุต กว้าง 225 ฟุต มีเสาหินอ่อนรวม 127 ต้น แต่ละต้นสูง 60 ฟุต หลังคาใช้กระเบื้องหินอ่อน ส่วนประตูประดับประดาไปด้วยงาช้างและทองคำ

3) สุสานของกษัตริย์มอโซลุส


สถานที่ตั้ง เมืองฮาลคาร์นาซัส ประเทศตุรกี ปัจจุบัน ยังมีซากหลงเหลือ

สุสานของมอโซลุส หรือสถานที่เก็บพระศพ ของพระเจ้ามอโซลุสกษัตริย์ แห่งเอเซียไมเนอร์ ซึ่งพระนางเตมีเซีย บรมราชินีได้ขึ้นครองราชย์ ต่อจากพระราชสวามี และได้เป็นผู้สร้างขึ้นไว้ เพื่อเป็นที่ฝังพระศพของพระราชสวามี ที่เมืองซาเรีย (เมืองฮาลคาร์นาซัสในปัจจุบัน)โดยใช้ช่างออกแบบ ฟิดิอัส ซาติรัส บรายอาซีส สโคปาส ทิโมทิอัส ที่มีชื่อเสียง ฝีมือเยี่ยมในกรีก ทั้งหมดมาช่วยกันสร้างด้วยหินอ่อน แต่ยังไม่ทันสร้างเสร็จ พระนางก็สิ้นพระชนม์เสียก่อน สร้างเมื่อประมาณ 352 ปีก่อนคริสตกาล มีความสูง 140 ฟุต วัดฐานโดยรอบยาว 111 ฟุต แบ่งเป็น 5 ชั้น บนยอดมีรูปปั้นมอโซลุส ประทับบนราชรถเทียมด้วยม้า

4) สวนลอยแห่งกรุงบาบิโลน


สถานที่ตั้ง กลางทะเลทราย เมืองแบกแดด ประเทศอิรัก ปัจจุบัน ทั้งสวนและผนังดังกล่าวทรุดโทรมจนแทบไม่เหลือซาก

สวนลอยแห่งกรุงบาบิโลนนี้ กินเนื้อที่ 4 เอเคอร์สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 63 โดยพระเจ้าเนบูชาดเนสซาร์ที่ 2 กษัตริย์แห่งเปอร์เซีย หลังจากการพิชิตปราบปรามเมืองใกล้เคียง มาอยู่ในอำนาจ แล้วก็กวาดต้อนประชาชนพลเมือง มาใช้เป็นทาส ให้สร้างสวนลอยนี้ขึ้น บนทะเลทราย มีกำแพงดินกั้นล้อมรอบ และประกอบด้วยลานกว้างๆ เป็นหลายๆ ส่วน บนพื้นที่โค้ง มีความสูงมาก และปลูกต้นไม้ ดอกไม้สีสันสดใส สร้างสระน้ำสีต่างๆ ทำน้ำตก น้ำพุ โดยทำท่อเอาน้ำมาจากลุ่มแม่น้ำยูเฟตีส สวนลอยแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประพาส หย่อนพระทัย ของพระมเหสีเซมีรามีส

5) เทวรูปซีอูส


สถานที่ตั้ง เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีก ปัจจุบัน ไม่เหลือซาก

ทวรูปซีอูส ตั้งอยู่ในวิหารโอลิมเปีย ประเทศกรีก เป็นเทวรูปของ ซีอูส ลักษณะประทับอยู่บนบัลลังก์ทอง ซึ่งแกะสลักโดยช่างที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นมีชื่อว่า ฟีดีอัส ประมาณศตวรรษที่ 5 โดยกล่าวกันว่า ตัวเทพซีอูส แกะสลักด้วยงาช้าง สูง 40 ฟุต พระหัตถ์ซ้ายทรงคธา พระหัตถ์ขวารองรับรูปปั้นแห่งชัยชนะ มีเครื่องประดับกายทำด้วยทองคำล้วนๆ นับว่าเป็นเทวรูปแกะสลักที่ใหญ่ที่สุด และถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชา ของชาวกรีก

6) เทวรูปโคโลสซูส


สถานที่ตั้ง เกาะโรดส์ ประเทศกรีก ปัจจุบัน ไม่เหลือซาก

เป็นรูปสำริดขนาดใหญ่ของพระอาทิตย์ หรือรูปหล่อของพระเจ้าอปอลโล หล่อด้วยทองบรอนซ์ ในท่ายืน สูง 100 ฟุตโดยเฉพาะฐานที่รองรับรูปหล่อนั้น สูงกว่าตึก 5 ชั้น พระหัตถ์ขวาถือดวงประทีป ตั้งอยู่หน้าเมืองโรดส์ประเทศกรีก สร้างโดยกษัตริย์แชรัสแห่งลินดัส เชื่อกันว่า เป็นรูปปั้นที่คอยกั้นอ่าวของเกาะแห่งนี้ของกรีก ในทะเลเอเจียน สร้างเสร็จหลังจากใช้เวลา 12 ปี แล้วเสร็จเมื่อประมาณ 280 ปีก่อนคริสตกาล และต้องพังทลายลง เพราะแผ่นดินไหว ถูกทอดทิ้งเป็นเวลา 900 ปี จึงถูกขายเป็นเศษเหล็ก ให้แก่ชาวเมืองซาราเซน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสงคราม

7) ประภาคารฟาห์โรห


สถานที่ตั้ง เกาะฟาห์โรห์ เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ปัจจุบัน ไม่เหลือซาก

ประภาคารฟาห์โรห์ ตั้งอยู่บนเกาะฟาห์โรห์ ในอ่าวหน้าเมืองอเลกซานเดรีย สร้างเมื่อประมาณ 280 ปี ก่อนคริสตกาล โดยพระเจ้าปโตเลมีที่ 2 กษัตริย์แห่งประเทศอียิปต์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่สังเกต แก่ชาวเรือที่จะเข้าเมืองท่าอียิปต์ สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สลักลวดลายวิจิตรงดงาม สูงประมาณ 400 ฟุต บนยอดมีตะเกียงจุดไฟแก๊สขนาดใหญ่ ในสมัยนั้น อียิปต์เป็นประเทศที่เจริญในวิทยาการต่างๆ ใครๆ ก็ชอบที่จะติดต่อทำการค้าด้วย เหตุนี้จึงต้องสร้างประภาคารขึ้น จุดตะเกียงแก๊สตลอดทั้งคืน เพื่อให้ผู้ที่ไม่เคยเดินเรือ ใช้เป็นที่สังเกตจะได้ไม่หลง นอกจากนั้นแล้ว ยังใช้เป็นหอคอยไว้ดูข้าศึก ที่จะมารุกรานอีกด้วย หลังจากเกิดแผ่นดินไหว ประภาคารนี้ก็พังทลายลงมา ตั้งแต่ ค.ศ. 955 และถูกทำลายโดยสมบูรณ์ ในช่วงศตวรรษที่ 14

 

2. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง (อายุตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 5 - คริสตศตวรรษที่ 16)

สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ถูกจัดขึ้นและเป็นที่ยอมรับกันแพร่หลาย ในเวลาต่อมา หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคโบราณ แทบทั้งหมด ยกเว้นพีระมิด ล้วนแต่เสื่อมโทรมเสื่อมสลายไปแล้วทั้งสิ้น คงเหลือแต่เพียงร่องรอยหลักฐาน หรือแบบจำลอง ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเท่านั้น อันได้แก่

1) หอเอนเมืองปิซ


สถานที่ตั้ง ประเทศอิตาลี ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชม

หอเอนแห่งเมืองปิซา สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น แต่ละชั้นมีเสาหินอ่อนรองรับ ได้ลงมือสร้างเมื่อ ค.ศ. 1174 ไปเสร็จในปี ค.ศ. 1350 ใช้เวานานถึง 176 ปี ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในโลก พอสร้างเสร็จฐานก็ทรุดลงไปข้างหนึ่ง ทำให้เอียงออกไปจากเส้นดิ่ง 4 เมตร แต่ที่ไม่ล้มลงมา เพราะแรงที่จุดศูนย์ถ่วง เมื่อลากดิ่งลงมาไม่ออกนอกฐานจึงไม่ล้มยังทรงตัวอยู่ได้ และหอเอนเมืองปิซานี้ช่วยให้กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ ชาวอิตาเลียน ผู้มีชื่อเสียงของโลก ได้ทดลองความจริง เรื่องน้ำหนักของของที่ตกเป็นผลสำเร็จ

2) โคลอสเซียมแห่งโรม


สถานที่ตั้ง ประเทศอิตาลี ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

โคลอสเซียมแห่งโรม เป็นสนามกีฬากลางแจ้งที่ใหญ่โตที่สุด ในสมัยโบราณ ตั้งอยู่ที่กรุงโรมประเทศอิตาลี พระเจ้าเวชเปเซียนทรงโปรดให้สร้างขึ้น ในราว ค.ศ. 72 - ค.ศ. 80 สถานที่แห่งนี้ พระเจ้าเวชเปเซียนเสด็จมาประทับทอด พระเนตรการแสดงกีฬาต่างๆ ในสมัยโบราณ ตัวสนามสร้าง เป็นวงกลม ก่อด้วยอิฐ และหินขนาดใหญ่ วัดโดยรอบยาว 527 เมตร สูง 57 เมตร มี 4 ชั้นจุคนดูประมาณ 80,000 คน มีห้องใต้ดินสำหรับขังนักโทษ และสิงโต หลายร้อยห้อง ใช้เป็นสถานที่แสดงกีฬา ประลองฝีมือ ในเชิงฟันดาบ ของบรรดาเหล่าทาส ให้ต่อสู้กันเอง และบรรดาเหล่านักโทษ ให้ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร ยิ่งถ้าต่อสู้กัน จนถึงสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตาย ก็จะได้รับเกียรติอย่างสูง เพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยม และยกย่องกันมาก ปีๆ หนึ่งต้องสูญเสียชีวิตนักโทษ และทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคน

3) สุสานแห่งอเลกซานเดรีย


สถานที่ตั้ง เมืองอเลกซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได

ที่ฝังศพแห่งอเลกซานเดรีย อยู่ที่เมืองอเลกซานเดรีย ประเทศอียิปต์ป็นอุโมงค์ใต้ดิน ใช้สำหรับเก็บทรัพย์สมบัติโบราณ เรียกว่า อุโมงค์คาตาคอมส์ เป็นอุโมงค์ที่สร้างด้วยหินก้อนใหญ่ๆและขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น ทางเดินกว้าง 3-4 ฟุต ตามช่องริมผนังอุโมงค์ขุดเป็นช่องลึกๆ เข้าไป เพื่อใช้เป็นที่บรรจุพระศพของพวกศาสนาคริสต์

4) สุเหร่าเซ็นต์โซเฟีย


สถานที่ตั้ง เมืองคอนสแตนติโนเปิลหรือ เมืองฮิสตันบูล ประเทศตุรกี ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย เป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ตั้งอยู่ที่เมืองคอนสแตนติโนเปิล (เมืองฮิสตันบูล ประเทศตุรกีในปัจจุบัน) สร้างเมื่อ ค.ศ. 532 พระเจ้าจักรพรรดิ์คอนสแตนติน เป็นผู้สร้าง เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์ แต่ถูกผู้ก่อการร้าย เผาเสียวอดวาย จนถึงสมัยพระเจ้าจัสตินเนียน จึงได้สร้างขึ้นใหม่ เมื่อประมาณปี ค.ศ 1453 ในเนื้อที่ 700 ตารางเมตร ประกอบด้วยเสางามสลักอย่างวิจิตร 108 ต้น (ชั้นบน 68 ต้น ชั้นล่าง 40 ต้น) มียอดเป็นโดมคล้ายซาลาเปา มีหอมินาเรสท์เป็นยอดแหลมๆ มากมาย และประดับประดา ด้วยสิ่งของมีค่าอย่างเหลือล้น จนถึงสมัยพระเจ้าโมฮัมหมัดที่ 2 ของตุรกี จึงเปลี่ยนแปลงโบสถ์ ให้เป็นสุเหร่าทางศาสนาอิสลาม ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์

5) กำแพงเมืองจีน


สถานที่ตั้ง ประเทศจีน ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

กำแพงเมืองจีน หรือกำแพงยักษ์ เป็นกำแพงกั้นพรมแดน ระหว่างประเทศจีนกับธิเบต เป็นกำแพงที่ยาวใหญ่มหึมา สร้างเมื่อ พ.ศ. 215 สูงจากพื้นดิน 20-30 ฟุต กว้าง 15-20 ฟุต ยาวประมาณ 1400 ไมล์ บนกำแพงทุก ๆ ระยะ 200 เมตร จะมีหอ หรือป้อม สำหรับตรวจเหตุการณ์ สร้างสูงขึ้นไปอีก 3 เมตร ถึง 6 เมตร และมีระฆังแขวน เพื่อตีบอกสัญญาณเกิดเหตุ ไว้ประจำทุกหอ รวมทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่า 20,000 หอ เริ่มสร้างระหว่างปี พ.ศ. 300-329 (243-252 ปีก่อนคริสตกาล) ในสมัยพระเจ้าซี่วังตี่ ใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี เสียชีวิตมนุษย์นับพัน เป็นสิ่งก่อสร้างชนิดเดียวในโลก ที่สามารถมองเห็นเมื่อมองจากดวงจันทร์

6) เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง


สถานที่ตั้ง เมืองนานกิง ประเทศจีน ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได

เจดีย์กระเบื้องเคลือบ เมืองนานกิง เป็นเจดีย์รูปแปดเหลี่ยม สูง 9 ชั้น สูง 60 เมตร มีระฆัง 152 ลูก และโคมไฟอีกหลายร้อย ผูกแขวนไว้ ตามชายคา เวลาลมพัดมีเสียงดังไพเราะมาก จักรพรรดิ์หยุงโล้ ได้จัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์เพื่อระลึกคุณมารดา เมื่อระหว่างปี ค.ศ. 1413-1442 กล่าวกันว่า บนยอดเจดีย์ มีลูกบอลทำด้วยทอง ติดอยู่ มีเหล็กวงแหวนล้อมรอบถึง 9 วง มีไข่มุกขนาดใหญ่ 5 เม็ด อยู่ที่ปลาย เป็นเครื่องราง บอกความมีโชคชัย ของกรุงนานกิง แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่บางส่วนถูกพวกกบฎไต้เผ็ง ทำลายเมื่อปี พ.ศ. 2396 (ค.ศ. 1853) เสียหายมาก ถึงกระนั้นก็ยังได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ ที่ทำด้วยกระเบื้องเคลือบวิจิตรงดงาม มีค่าสูงยิ่ง

7) กองหินประหลาดสโตนเฮนจ


สถานที่ตั้ง เมืองซัลลิสเบอรี่มณฑลวิลไซร์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

ที่ทุ่งนาแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนออกไป ประมาณ 90 ไมล์ มีแนวหินเรียงราย ราวๆ 3 กิโลเมตร และมีกลุ่มหินใหญ่ประมาณ 30 ก้อน ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่งนา เป็นรูปวงกลม กว้าง 30 เมตร โดยไม่มีร่องรอยของความเป็นมา และไม่ปรากฏว่า มีการเคลื่อนย้ายสิ่งปรักหักพัง ในการก่อสร้าง คาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อน ค.ศ. ประมาณ 2,000 ปี ซึ่งหิน 16 ใน 30 ก้อนที่ตั้งอยู่รอบนอกเฉลี่ยแล้วสูง 4 เมตร หนัก 26 ตัน

Custom Searc

3. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน (สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 17 - ศตวรรษที่ 20)

1) ปราสาทหินนครวัตนครธม


สถานที่ตั้ง ประเทศกัมพูชา ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

นครวัต เป็นสถาปัตยกรรมที่มหัศจรรย์ยิ่ง สร้างขึ้นเมื่อประมาณ ค.ศ. 1643 กษัตริย์เขมร ชื่อชัยวรมันที่ 2 ทรงสร้างขึ้นปราสาทนี้ กว้างด้านละ 5 เส้น รอบ ๆ ปราสาท มีคู สร้างเป็น 3 ตอน ทางเข้าปราสาทด้านหน้า ปูด้วยหินขนาดใหญ่ มีราวกำแพงสลักเป็นพญานาค ซุ้มประตูสร้างเป็นพระปรางค์ 3 ยอด ผ่านประตูเข้าไปข้างใน ถึงตอนกลาง เป็นปราสาท ก่อเป็นพระปรางค์มี 5 ยอด มีภาพแกะสลักลงในเนื้อหิน อย่างวิจิตรทุกส่วน สร้างด้วยศิลาแลง นครธมเป็นนครโบราณ ที่ประกอบไปด้วยปราสาทหิน เป็นรูปสี่เหลียมจตุรัสมีคูเมืองกำแพง ป้อมปราการอันสวยงาม สร้างด้วยศิลาและหิน เนื้อที่ประมาณ 5500 ไร่

2) ทัชมาฮาล


สถานที่ตั้ง ประเทศอินเดีย ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได

ทัชมาฮาล เป็นสุสานฝังศพ ตั้งอยู่ที่ตอนโค้งของแม่น้ำยมนา ฝั่งขวา เมืองอัคระ ประเทศอินเดีย ชาห์ชะฮาน สร้างเป็นศรีสง่าแก่บริเวณพระราชวัง สำหรับเก็บศพมุมทัชมาฮาลพระมเหสี สร้างระหว่างปี ค.ศ. 1630-1648 ด้วยหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอยสีฟ้า หินสีฟ้า โมรา หินทองแดงหินลาย พลอยสีเขียว นอกจากนี้ ยังมีเครื่องประดับ ที่ได้มาจากนานาประเทศ ที่เป็นมิตร ซึ่งได้รับคำรับรองจากสถาปนิกทั่วโลก ว่า สร้างขึ้นโดยถูกสัดส่วน และวิจิตรงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 39 เมตร ตรงกลางมีโดมสูง 60 เมตร มีผู้ร่วมสร้างเป็นผู้ออกแบบ ช่างเขียนลวดลาย ช่างอิฐ ช่างปูน ช่างประดับลวดลายด้วยกระเบื้อง ช่างแกะสลัก ช่างตกแต่งภายใน รวม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ภายหลังที่สร้างทัชมาฮาลชาห์ ชะฮานใฝ่ฝันที่จะสร้างที่ฝังศพตัวเอง ที่ฝั่งแม่น้ำตรงกันข้าม จะเป็นหินอ่อนสีดำล้วนๆ แต่ลูกชายเกรงเงินจะหมด จะไม่มีใช้ เมื่อขึ้นครองราชสมบัติ จึงจับพ่อขังอยู่ได้ 7 ปี ก็สิ้นพระชนม์ ประมาณปี พ.ศ.2209 (ค.ศ.1666) แล้วเอาศพไปฝังข้างศพแม่ ส่วนนายช่างผู้ออกแบบ ถูกสั่งให้ประหาร ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีโอกาสออกแบบ สิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่สวยกว่าได้

3) พระราชวังแวร์ซายส


สถานที่ตั้ง ประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

เป็นสถานโบราณอันมีคุณค่า และสวยงามมากที่สุด แห่งหนึ่งในโลก พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โปรดให้สร้างด้วยหินอ่อน เมื่อปี ค.ศ. 1661(พ.ศ. 2204) เสียค่าใช้จ่ายไปทั้งสิ้น 500 ล้านฟรังค์ สามารถจุคนได้ 10000 คน กินเวลา 30 ปี ใช้คนงาน 30,000 คน ภายในพระราชวังแบ่งออกเป็นห้องๆ มีห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องโถง สำหรับออกว่าราชการฯลฯ แต่ละห้อง มีเครื่องประดับมีค่ามากมาย ทั้งวัตถุและภาพศิลปะ ห้องที่มีชื่อที่สุด คือห้องกระจก ที่เคยใช้ลงนามเซ็นสัญญาสงบศึก ในคราวมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายแพ้ต่อเยอรมัน จึงต้องประกาศให้ปารีสเป็นเมืองปลอดทหาร ไม่มีการต่อสู้ใดๆ ทั้งสิ้น จึงไม่มีการเสียหาย ทุกๆ ปี จะมีนักท่องเที่ยวไปชมความงาม ไม่น้อยกว่า 900,000 คน

4) เรือควีนแมรี่


สถานที่ตั้ง เมืองลองบีช ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได

เรือเดินสมุทร "ควีนแมรี่" ของอังกฤษลำนี้ สร้างบนฝั่งแม่น้ำไคลด์ ในประเทศสกอตแลนด์ หนักทั้งสิ้น 80,773 ตัน มีความยาว 300 เมตร สูง 54 เมตร เครื่องยนต์ขับเคลื่อน มีกำลังทั้งหมด 200,000 แรงม้า อัตราความเร็วชั่วโมงละ 30 นอต มีหม้อน้ำขนาดใหญ่ต้มน้ำ 400 ตัน ให้เดือดอยู่ทุกๆ ชั่วโมง บรรจุคนได้ประมาณ 2,000 คน บนดาดฟ้ามีที่ว่างทำสนามเล่นกีฬาได้ถึง 3 เอเคอร์ ภายในเรือมีร้านขายอาหาร สนามเด็กเล่น สำนักพิมพ์ เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เคยทำสถิติความเร็ว โดยได้เดินทางจากเมืองท่าลิเวอร์พูล อังกฤษถึงเมืองท่านิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในเวลา 9 วัน

5) สะพานโกลเดนเกต


สถานที่ตั้ง เมืองซานฟรานซิศโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน สามารถเยี่ยมชมได้

สะพานโกลเดนเกต เป็นสะพานที่มีช่วงยาวที่สุดในโลก ทอดข้ามปากอ่าวทางตอนเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก สร้างใน ค.ศ. 1937 ช่องกลางระหว่างตอม่อ ยาว 4200 ฟุต ริมทั้งสองข้าง ยาวข้างละ 1125 ฟุต กว้าง 90 ฟุต สร้างเป็นแบบโครงแขวน แขวนอยู่บนหอคอยสูง 215 เมตรใช้เหล็กสายโยงขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว ข้างละ 2 เส้น รวม 4 เส้น ยาว 107,000 ไมล์ และยังมีเส้นลวดเล็ก ยึดสายโยงอีก รวม 27,572 เส้น มีทางรถยนต์ 6 ทาง ทางรถบรรทุก 3 ทาง ทางรถไฟ 2 ทาง สูงกว่าระดับน้ำประมาณ 66 เมตร

6) ตึกเอมไพรสเตรท


สถานที่ตั้ง บนเกาะแมนฮัดตัน นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

ตึกเอมไพรสเตรท เป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ประเทศอเมริกา มีทั้งหมด 102 ชั้น สูงจากพื้นดิน 1248 ฟุต มีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 2158000 ตารางฟุต จุคนได้ 25000 คน บนยอดสุด มีโดมสูงขึ้นไปอีก 60 เมตร จากชั้นล่างถึงชั้นที่ 86 มีโครงเหล็กเสริมอย่างดี คิดเป็นน้ำหนัก 730 ตัน เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2472 สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2480

7) ทำนบยักษ์ฮูเวอร


สถานที่ตั้ง หุบเขาแบลกแคนยอน ระหว่าง รัฐเนวาดา กับ รัฐอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

ทำนบโบลเดอร์ หรือเขื่อนยักษ์ฮูเวอร์ เป็นทำนบที่สูงที่สุดในโลก กักเก็บน้ำในแม่น้ำโคโรลาโดไว้ใช้ตลอดปีสำเร็จมาตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ตัวทำนบสูง 218 เมตร ฐานข้างล่างกว้าง 198 เมตร สันทำนบข้างบนกว้าง 13.5 เมตร ยาว 385 เมตร ใช้คอนกรีตเฉพาะสร้างตัวทำนบ 3,250,000 ลูกบาศก์หลาและส่วนอื่นๆอีก 4,400,000 ลูกบาศก์หลา มีเครื่องทำไฟฟ้าจากน้ำตกรวม 17 เครื่อง ให้กำลังไฟฟ้า 1,835,000 กิโลวัตต์ การสร้างทำนบมีจุดประสงค์ เพื่อป้องกันอุทกภัย กักน้ำไว้ใช้ในการกสิกรรม สงวนพันธ์ปลา สร้างกระแสไฟฟ้าด้วยพลังน้ำ



หน้าหลัก

กันยายน 01, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม