Custom Search

อีม่าน 2

5. กียามุฮุบินับซิฮฺ  คือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า พระองค์ทรงดำรงด้วยพระองค์เอง กล่าวคือ การดำรงของพระองค์นั้น ไม่ต้องการผู้สร้าง ผู้ให้กำเนิด และไม่พึ่งพาอาศัยสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ดังปรากฏหลักฐาน ที่ระบุไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า " แท้จริงอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ไม่ทรงพึ่งอาศัย สรรพสิ่งทั้งหลาย ในโลก "

ข้อพิสูจน์ที่ยืนยันว่า พระองค์ดำรงด้วยพระองค์เอง ก็คือ หากพระองค์ไม่ดำรงด้วยพระองค์เองแล้ว ก็ต้องอาศัยสิ่งอื่น ถ้าพระองค์อาศัยสิ่งอื่น ก็ต้องเป็นของใหม่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น อัลลอฮฺต้องดำรงด้วยพระองค์เอง

6. วะหฺดาเนียด  อัลลอฮฺทรงเอกะ กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่น ว่า พระองค์ทรงไม่มีสอง ทั้งซาต ซีฟัต และ อัฟอั้ล ดังหลักฐานที่ปรากฏ ในคัมภีร์อัลกุรอาน ที่ว่า "หากในฟากฟ้าและแผ่นดิน จะมีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) แน่นอนฟากฟ้า และแผ่นดิน จะต้องพินาศสิ้น"

ข้อพิสูจน์ หากพระองค์ไม่มีองค์เดียว ก็ต้องมีหลายองค์ การมีหลายองค์ ทำให้พิภพจักรวาล มีขึ้นไม่ได้ ทั้งนี้ ก็เพราะ

1. ถ้ามีความประสงค์ขัดแย้งกัน องค์หนึ่งสร้าง องค์หนึ่งทำลาย พิภพจักรวาลนี้ ก็มีขึ้นมาไม่ได้ แต่พิภพจักรวาลมีมาแล้ว ดังนั้น พระองค์ต้องมีองค์เดียว

2. ถ้ามีความประสงค์ต้องกัน คือ ร่วมกันสร้าง อำนาจในการสร้าง ก็ไม่สมบูรณ์ เพราะต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติของของใหม่ เราได้ทราบมาแล้วว่า พระองค์ไม่ใช่ของใหม่ การที่ว่าพระองค์อาศัยซึ่งกันและกันนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น พระเจ้าต้องมีองค์เดียว

7. อัลกุดรด  อัลลอฮฺทรงอานุภาพ กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่าองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงมีพลังและอานุภาพ ที่จะบันดาลสรรพสิ่งทั้งหลาย ให้เป็นไปตามความประสงค์ของพระองค์ได้ ดังที่ปรากฏหลักฐานในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า " แท้จริงองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงมีอานุภาพเหนือทุกๆ สิ่ง "

ข้อพิสูจน์ ถ้าพระองค์อัลลอฮฺ ไม่ทรงอานุภาพแล้ว แน่นอนสรรพสิ่งต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ แต่สรรพสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมาแล้ว นั่นก็คือ ต้องมีผู้สร้าง ผู้บันดาล และผู้สร้างก็ต้องทรงอานุภาพ ดังนั้น ผู้ทรงอานุภาพ ก็คึออัลลอฮฺ

8. อัลอิรอดาด  อัลลอฮฺทรงเจตนา กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า องค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงมีเจตนา ในการบันดาลสรรพสิ่งทั้งหลาย โดยไม่พลั้งเผลอ หรือ ถูกบังคับ ดังปรากฏหลักฐาน ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า " พระองค์ทรงกระทำ ตามที่พระองค์ทรงมีเจตนา "

ข้อพิสูจน์ ถ้าพระองค์ไม่ทรงไว้ ซึ่งลักษณะการเจตนา พระองค์ก็ต้องไร้เจตนา จะต้องถูกบังคับ หรือหลงลืม ก็ตาม สรรพสิ่งทั้งหลาย ก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ เมื่อสรรพสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นมาแล้ว นั่นก็แสดงว่าพระองค์อัลลอฮฺทรงเจตนา

9. อัลอิลมุ  อัลลอฮฺทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งในที่ลับและเปิดเผย ดังปรากฏหลักฐานในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า "ท่านทั้งหลายพึงทราบเถิดว่า แท้จริงองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง"

ข้อพิสูจน์ ยืนยันเกี่ยวกับซีฟัตข้อนี้ ก็คือการที่พระองค์ทรงมีอานุภาพ ในการบันดาลสรรพสิ่งต่างๆ และทรงควบคุมกิจการต่างๆ ให้เป็นไปตามระบบอันมั่นคง ซึ่งผู้ที่จะกระทำเช่นนั้นได้ จะต้องเป็นผู้มีความรอบรู้ดีทุกอย่าง ดังนั้น การที่พระองค์ทรงอานุภาพ ในการบันดาลสรรพสิ่งต่างๆ และทรงควบคุมกิจการต่างๆ ให้ดำเนินไปตามระบบได้เช่นนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า พระองค์ทรงรอบรู้อย่างแน่นอน

10. อัลฮะยาต  อัลลอฮฺทรงเป็น กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า องค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงเป็นอยู่ชั่วนิรันดร์ พระองค์จะไม่ตาย และไม่ดับสูญ หลักฐานที่ยืนยันได้ในเรื่องนี้ ปรากฏในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า "สูเจ้าจงมอบหมาย ทุกสิ่งทุกอย่าง แด่พระผู้ทรงเป็นอยู่ ชั่วนิจนิรันดร์"

ข้อพิสูจน์ พระองค์ทรงเป็นอยู่ชั่วนิจนิรันดร์ ก็คือ หากพระองค์ไม่ทรงเป็น และมีการดับสูญ พระองค์ก็ย่อมต้องมีการตาย ถ้าพระองค์เป็นอย่างนั้น พระองค์ก็ไม่สามารถดลบันดาล ให้บังเกิดสิ่งใดๆ ขึ้นได้ แต่ข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้น ดังนั้น พระองค์ทรงเป็นอยู่ตลอดไป ชั่วนิจนิรันดร์

11. อัซซัมอุ  อัลลอฮฺทรงได้ยิน กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงได้ยินทุกสิ่งทุกอย่าง ดังปรากฏหลักฐานระบุไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า "แท้จริงอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงได้ยิน และทรงรอบรู้ยิ่ง"

ข้อพิสูจน์ หากอัลลอฮฺไม่ทรงได้ยิน ก็ต้องหนวก หากอัลลอฮฺทรงหนวก ก็ทรงไว้ซึ่งลักษณะตกต่ำหรือบกพร่อง การทรงไว้ซึ่งลักษณะตกต่ำหรือบกพร่อง สำหรับพระเจ้านั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น อัลลอฮฺต้องทรงไว้ซึ่งซีฟัตได้ยิน ผู้ทรงประทานการได้ยิน ให้แก่บ่าวของพระองค์ จึงเป็นไปไม่ได้ ที่พระองค์จะเป็นผู้ที่ไม่ได้ยินเสียเอง

12. อัลบะชอรุ  อัลลอฮฺทรงเห็น กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมั่นว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นที่ลับหรือเปิดเผย ดังปรากฏหลักฐานที่ระบุไว้ ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า "และอัลลอฮฺทรงเห็น ในสิ่งที่สูเจ้าปฏิบัติ"

ข้อพิสูจน์ ถ้าอัลลอฮฺไม่ทรงเห็น ก็ต้องบอด หากอัลลอฮฺทรงบอด ทรงไว้ซึ่งคุณลักษณะตกต่ำ หรือ บกพร่อง   การทรงไว้ซึ่งลักษณะตกต่ำ หรือบกพร่อง สำหรับพระเจ้านั้น เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น อัลลอฮฺต้องทรงไว้ซึ่งซีฟัตทรงเห็น

13. อัลกะล้ามุ  อัลลอฮฺทรงพูด กล่าวคือ การศรัทธาเชื่อมันว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงพูด  ดังปรากฏหลักฐานที่ระบุไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า "และอัลลอฮฺ ซ.บ. ทรงดำรัสกับมูสา อย่างแท้จริง"

ข้อพิสูจน์ หากพระองค์ไม่ทรงพูดแล้ว พระองค์ก็ทรงลักษณะเป็นใบ้ หากพระองค์เป็นใบ้ พระองค์ก็มีลักษณะตกต่ำ หรือบกพร่อง การที่พระองค์มีลักษณะตกต่ำ หรือบกพร่องนั้น ถือเป็นพระเจ้าไม่ได้ ดังนั้น พระองค์จึงต้องมีคุณลักษณะทรงพูด

14. เกานูฮูกอดิรั้น  การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งอานุภาพ

15. เกานูฮูมูรีดั้น  การที่พรองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งเจตนา

16. เกานูฮูอ้าลีมั้น  การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งรอบรู้

17. เกานูฮูหัยยั้น  การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งเป็น

18. เกาะนูฮูซะมีอั้น  การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งได้ยิน

 19. เกานูฮูบะชีรั้น   การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งเห็น

20. เกานูฮูมุตะกัลลิมั้น  การที่พระองค์อัลลอฮฺทรงไว้ซึ่งพูด

หลักฐานและการพิสูจน์ ทั้ง 7 ซี่ฟัตนี้ ให้ถือหลักฐานการพิสูจน์ซึ่ฟัต ที่ 7-13 ดังกล่าวมาแล้ว

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

- หลักศรัทธา 6 ประการ
- กอฎอ กอดัร
- เตาฮีดสำหรับผู้เริ่มต้น
- ประเภทของเตาฮีด
- วันปรโลก

ย้อนกลับ

หน้าหลัก

สิงหาคม 29, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม