Custom Search

สรุป 
(หลักศรัทธา)

การศรัทธาในความหมายทั่วไป คือ การที่จิตใจยึดมั่น โดยไม่สั่นคลอน หมดข้อสงสัย หรือข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น อาจมีคำถามว่า อิสลามบังคับให้ศรัทธาหรือไม่ แต่ละคน อาจจะตอบได้ ตามความรู้สึกของตนเอง แต่คำตอบที่ปรากฏในอัลกุรอาน คือ

" ไม่มีการบังคับในการถือศาสนา " ( 2 : 256 )

 "และจงกล่าวเถิดมุหัมมัดว่า สัจธรรมนั้น มาจากพระผู้เป็นเจ้าของพวกเจ้า ดังนั้น ผู้ใดประสงค์ ก็จงศรัทธา และผู้ใดประสงค์ (ที่จะปฏิเสธ) ก็จงปฏิเสธ"         ( 18 : 29 )

" ศาสนาของท่าน ท่านก็ปฏิบัติ ศาสนาของฉัน ฉันก็ปฏิบัติ " ( 109 : 6 )

โองการเหล่านี้ และอีกหลายโองการ ที่เป็นเครื่องยืนยันคำตอบ ของคำถามนี้

ท่านศาสดามุหัมมัด (ช.ล.) กล่าวไว้ ความว่า

“ศาสนานั้น คือ ปัญญา ไม่มีศาสนาในผู้ไม่มีปัญญา

ดังนั้น แต่ละคนจึงมีอิสระเสรี ที่จะค้นหาหลักฐาน ใช้สติปัญญาวิเคราะห์ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ แล้วตัดสินใจให้แน่วแน่ว่า สมควรศรัทธาหรือไม่ เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้น


การศรัทธาในความจริง 6 ประการนี้   มีผลให้ผู้ศรัทธาประพฤติดี ได้อย่างไร

1. การศรัทธาในอัลลอฮฺ 

ทำให้ผู้ศรัทธาสำนึกว่า การทำทุกอย่างของตน ไม่ว่าในที่ลับ หรือที่เปิดเผย ย่อมอยู่ในการรู้เห็นของอัลลอฮฺ ทำความดี อัลลอฮฺก็เห็น ทำความชั่ว อัลลอฮฺก็เห็น และในที่สุดตนก็จะกลับไปรับการพิพากษา อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

คติที่ว่า "ความลับไม่มีในโลก" เป็นคติที่สอดคล้อง กับการศรัทธาในอัลลอฮฺนี่เอง

การศรัทธาในอัลลอฮฺ จึงเป็นกำลังใจให้คนทำความดี และเป็นเครื่องยับยั้ง มิให้ทำความชั่ว ได้อย่าง สมบูรณ์แบบ

2. การศรัทธาในมลาอีกะฮฺ

เป็นการย้ำให้ผู้ศรัทธาสำนึกว่า เมื่อทำดีก็มีผู้บันทึกผลไว้ให้ และทำชั่วก็มีผู้บันทึกผลไว้ให้ เช่นเดียวกัน ความคิดที่ว่า "ชาติ ทำดีไม่มีใครเห็น" หรือ ความคิดที่ว่า "ทำชั่วได้ดีมีถมไป" จึงไม่เข้ามาแทรกแซงจิตใจ ให้ลังเลที่จะทำดี เป็นการป้องกัน มิให้บุคคลทำตน เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก หรือแอบซุ่มทำความผิด เมื่อไม่มีใครเห็น

3. การศรัทธาในคัมภีร์

คัมภีร์ของอัลลอฮฺมีหลายเล่ม แต่มาสรุปรวมอยู่ในเล่มสุดท้ายเล่มเดียว คือ อัลกุรอาน สามารถรักษาสภาพเดิม ตามที่บันทึกไว้ ในสมัยที่ท่านศาสดายังมีชีวิตอยู่ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข แม้ตัวอักษรเพียงตัวเดียว

เนื้อหาสาระของคัมภีร์นี้ เป็นทางนำสำหรับมนุษย์ (ไม่ใช่เฉพาะมุสลิม) ในด้านการดำรงชีวิตที่ดีงาม ทุกๆ ด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา การครองเรือน กฎหมาย การแพทย์ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และอื่นๆ

การดำเนินชีวิต ตามคัมภีร์อัลกุรอาน จะนำไปสู่ความสันติสุข ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

4. การศรัทธาในศาสนทูตหรือศาสดา

ท่านศาสดาประพฤติปฏิบัติ ในสิ่งที่สอดคล้องกับคัมภีร์อัลกุรอาน เป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติตาม ของประชาชน นักปกครอง นักการทหาร นักธุรกิจ การเป็นสามี การเป็นบิดา การเป้นเพื่อน การเป็นเพื่อนบ้าน และ อื่นๆ ท่านศาสดามีมาแล้วหลายท่าน และท่านสุดท้าย คือ ศาสดามุหัมมัด (ช.ล.) การศรัทธาในท่านศาสดา ที่ถูกต้อง ก็คือ การปฏิบัติตามแบบอย่างของท่าน ให้สมบูรณ์ที่สุด จึงเป็นหลักประกันได้ดียิ่งว่า ผู้ทำตามแบบอย่างของท่าน จะต้องทำในสิ่งที่ดีงาม

5. การศรัทธาในวันสิ้นโลก หรือ วันพิพากษา หรือ โลกหน้า

อิสลามยืนยันในเรื่องโลกหน้าอย่างไม่ลังเล

การศรัทธาในข้อนี้ ทำให้ผู้ศรัทธา เป็นผู้มองอนาคตอันยาวนานนิจนิรันดร์ การกระทำสิ่งต่างๆ จึงไม่มองแต่ผลประโยชน์ระยะสั้น ประกอบกับความสำนึกว่า อัลลอฮฺรู้เห็นการกระทำของตน และตนจะต้องกลับไปรับผล จากการกระทำของตนเอง อย่างแน่นอน จึงควบคุมจิตใจ ให้มุ่งกระทำแต่ความดี ที่ตรงกับคำสอนของอัลลอฮฺ เพื่อผลตอบแทนในโลกหน้า เพราะในโลกหน้านั้น อัลกุรอานยืนยันไว้ ความว่า

"ดังนั้น ผู้ใดทำความดี หนึ่งความดี มีปริมาณเท่าน้ำหนักของผงธุลี เขาก็จะได้เห็นมัน และผู้ใด กระทำความชั่ว หนึ่งความชั่ว มีปริมาณเท่าน้ำหนักของผงธุลี เขาก็จะได้เห็นมัน"            (99 : 7-8)

เป็นความน่ากลัว สำหรับผู้ที่คิดจะทำชั่ว และเป็นกำลังใจ สำหรับผู้ที่คิดจะทำดี

6. การศรัทธาในกฎแห่งสภาวการณ์

การศรัทธาในข้อนี้ ช่วยให้ผู้ศรัทธายอมรับความทุกข์ยาก ด้วยความอดทน และยอมรับความสุข ด้วยความขอบคุณอัลลอฮฺ

การศรัทธาในข้อนี้ ทำให้มีการตีความไปในทางที่ผิดๆ อยู่บ้างว่า มนุษย์อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรก็ได้กระมัง เพราะอัลลอฮฺกำหนดไว้แล้ว ว่าจะให้ใครได้อะไร มากน้อยเพียงไร

แม้ว่าอัลลอฮฺจะประะทานอะไร ให้แก่ใครก็ตาม ตามแต่พระองค์ทรงประสงค์ แต่พระองค์ก็ตรัสไว้ ในคัมภีร์อัลกุรอาน ความว่า "แท้จริง อัลลอฮฺ จะมิทรงเปลี่ยนแปลงสภาพ ของกลุ่มชนใด จนกว่าพวกเขา จะเปลี่ยนแปลงสภาพ ของเขาเอง"   ( 13 : 11 )

และพระองค์ได้ประทานสติปัญญา และความสามารถมาให้แล้ว จึงเป็นหน้าที่ของแต่ละคน ที่จะต้องตัดสินใจเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม ด้วยตนเอง เพราะผู้ที่จะได้ผล ก็คือตัวของเขาเอง

จากการศรัทธาในความจริง 6 ประการนี้ จึงสามารถสร้างความสำนึก ให้ผู้ศรัทธากระทำความดี ตามคำบัญชาของพระองค์อัลลอฮฺ และแบบอย่างของท่านศาสดา ทั้งที่ลับและที่เปิดเผย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง อันเป็นคุณสมบัติ ของผู้ซื่อสัตย์สุจริต ต่อตนเองและผู้อื่นนั่นเอง

มีอยู่บ่อยครั้งที่บางคนถามว่า เรื่องนี้ทำไมมุสลิมคนนั้น ประเทศนั้น ทำได้ แต่ทำไมท่านบอกว่า ท่านทำไม่ได้

ก็คงจะได้คำตอบที่ชัดเจนว่า อิสลามมิได้ยึดมั่นศรัทธา ในแบบอย่างอื่นใด นอกจากคำสอนในอัลกุรอาน และแบบอย่างของท่านศาสดามุหัมมัด (ช.ล.) เรื่องใดที่ขัดกับหลักฐาน 2 อย่างนี้ ย่อมไม่เป็นที่อนุมัติโดยสิ้นเชิง

หน้าหลัก

มิถุนายน 16, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่าน www.facebook.com/hasem.piwdee


จำนวนผู้เข้าชม