Custom Search

ต้อนรับรอมาฏอน

อ.รอชีดี อ่อนหวาน

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธา ในวันอาคิเราะห์ ที่เคารพรักทุกท่าน  ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เราท่านทั้งหลาย ตลอดจนประชาชาติมุสลิม ในทั่วทุกมุมโลก จะได้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะ ผู้มีเกียรติผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งจะมาเยือน ซึ่งท่านผู้นี้ จะแวะมาเยือนเราหนึ่งครั้ง ในรอบหนึ่งปี เป็นระยะเวลา 29-30 วัน เป็นผู้ที่จะนำมา ซึ่งความดีนานับประการ มาสู่พวกเรา อาคันตุกะท่านนี้ มีนามว่า เศามุร่อมาฎอน หรือ การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน เดือนอันประเสริฐ เป็นฤดูกาลที่พระองค์อัลลอฮฺ ทรงใช้ให้บ่าวของพระองค์ ถือศีลอดในเดือนนี้

ดังที่อัลลอตรัสไว้ ในซูเราะห์ อัลบะเกาะเราะห์ อายะห์ที่ 183

قال  تعالى : ((يَا أََيّهَا الذِيْنَ آمَنُوا كُتِبَ عَلَيْكُمُ الصِّيَامُ كَمَا كُتِبَ عَلَى الَّذَيْنَ مِنْ قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُوْنَ)) البقرة/183

ความว่า  โอ้บรรดาผู้ศรัทธาแล้วทั้งหลาย การถือศีลอดได้ถูกบัญญัติ แก่สูเจ้าทั้งหลาย เช่นเดียวกับที่ได้ถูกบัญญัติ แก่ประชาชาติก่อนสูเจ้า เพื่อว่าสูเจ้าจะได้รับความยำเกรง

และในซุนนะห์ของท่านร่อซูลลุลลอฮฺ  ซึ่งมีฮะดีษ ที่บันทึกโดยอิหม่ามอะหมัด ที่รายงาน จากท่านอบีฮุรอยเราะห์  ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ แจ้งว่า ท่านร่อซูล  ได้กล่าวว่า

قاَلَ صلى الله عليه وسلم ((آتَاكُمْ رَمَضَانُ شَهْرٌ مُبَارَكٌ فُرِضَ عَلَيْكُمْ صِيَامُهُ)) رواه أحمد

ความว่า   "เดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนอันมหาประเสริฐ ได้มาหาพวกท่าน การถือศีลอดในเดือนนี้ ได้ถูกบัญญัติให้แก่พวกท่าน"

ดังนั้น เพื่อเป็นการต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่จะมาเยือนเราในเวลาอันใกล้นี้ เราผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นมุสลิม มุอฺมิน ผู้เป็นบ่าวของอัลลอฮฺ จำเป็นจะต้องน้อมรับ ด้วยการตระเตรียมร่างกาย และจิตใจ ด้วยการปฏิบัติอิบาดะห์ ประเภทต่างๆ ที่พระองค์ทรงใช้ ให้เต็มความสามารถ ให้สมกับการมาเยือน ของแขกพิเศษท่านนี้

ฉะนั้น ในเดือนรอมฎอนนี้เอง จึงเปรียบเสมือน ฤดูแห่งการแข่งขันกัน ทำคุณงามความดี ฤดูแห่งการเพาะปลูก เพื่อไปเก็บเกี่ยวผลบุญ ในโลกอาคิเราะห์ ของบรรดามุอฺมินีน เป็นเดือนที่มีอยู่คืนหนึ่ง ดียิ่งกว่าหนึ่งพันเดือน เป็นเดือนแห่งการเพิ่มพูนคุณความดี เป็นเดือนที่การตอบแทนของคุณความดี ไม่มีใครคณานับได้ เป็นเดือนที่ถูกปกคลุม ไปด้วยความเอ็นดูเมตตา จากอัลลอฮฺ เป็นเดือนแห่งการอดทน เป็นเดือนแห่งการลบล้างความผิด เป็นเดือนแห่งการอบรม (ขัดเกลา) จิตใจ เป็นเดือนแห่งการสำนึกผิด และการกลับเนื้อกลับตัว เป็นเดือนแห่งความรักใคร่ เป็นเดือนแห่งการศึกษาอัลกุรอาน เป็นเดือนที่ในระยะสิบวันแรก จะได้รับความเอ็นดูเมตตา สิบวันกลาง จะได้รับการอภัยโทษจากความผิด และสิบวันสุดท้ายของเดือนนี้ จะได้รับการปลดปล่อยให้พ้นจากไฟนรก
 
ฉะนั้น ในช่วงเวลานี้ ของทุกๆ ปี เราจะพบว่าพี่น้องมุสลิมของเรา ขะมักเขม้น ในการปฏิบัติ สิ่งที่เป็นฟัรฎู ชนิดต่างๆ เช่น การละหมาดญะมาอะห์ ละหมาดในยามค่ำคืน    อีกทั้งยังขมีขมัน ขยันขันแข็ง ในปฏิบัติสิ่งที่เป็นซุนนะห์ต่างๆ เช่น การทำศ่อดาเกาะห์ การอ่านอัลกุรอ่าน พร้อมทั้งศึกษาความหมาย การละหมาดตะรอเวียฮ์

ท่านพี่น้องผู้มีศรัทธาทั้งหลาย  มีรายงานจากท่านอุรวะห์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ แจ้งว่า ท่านหญิงอาอิชะห์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้บอกกับท่านว่า “แท้จริงท่านร่อซูลลุลลอฮฺ ได้ออกไปในกลางดึก แล้วไปละหมาด ในมัสยิด และได้มีพวกผู้ชาย มาละหมาดตามท่าน ครั้นรุ่งเช้าประชาชน ต่างโจทย์ขานกัน จึงมีผู้คนมารวมกัน และละหมาดกับท่านมากขึ้น พอรุ่งขึ้นอีกวัน ประชาชนต่างโจทย์ขานกันต่อไป ข้างมัสยิด จึงเพิ่มมากขึ้นอีกในคืนที่สาม แล้วท่านร่อซูลลุลลอฮฺ ก็ออกไปแล้วได้ละหมาด เหล่าประชาชน ก็ได้ละหมาดร่วมกับท่าน

ครั้นถึงคืนที่สี่ ปรากฏว่าที่มัสยิดนั้น มีมหาชนแน่นขนัด จนไม่สามารถจุคนละหมาดได้ ซึ่งในที่สุดท่านร่อซูล   ได้มาออกเอา เมื่อเวลาละหมาดศุบฮฺ  และเมื่อท่านละหมาดฟัจริเสร็จแล้ว  ท่านก็ได้กล่าว ชะฮาดะห์ แล้วก็ปราศรัยขึ้นว่า أَمَّا بَعْدُ،      "

"การปรากฏตนของพวกท่าน ณ. ที่มัสยิดนั้น ไม่เป็นที่ซ่อนเร้น แก่ฉันหรอก แต่ทว่าฉันเกรงไปว่า การละหมาดนี้ จะถูกบัญญัติให้แก่พวกท่าน แล้วพวกท่านก็จะไม่สามารถ ที่จะปฏิบัติกันได้” (บันทึกโดย อิหม่ามบุคคอรีย์)

ท่านพี่น้องที่เคารพ จากฮะดีษข้างต้นนี้ เราพอจะได้ทราบว่า เป็นอุปนิสัยของศอฮาบะห์ ในการที่จะปฏิบัติคุณความดี และกระตือรือร้น ในสิ่งที่ท่านนบี  วางแนวทางเอาไว้ ทั้งนี้ ก็เพราะพวกเขาเหล่านั้น ได้มอบชีวิตจิตใจ ให้อยู่ภายใต้พระประสงค์ ของอัลลอฮฺ จึงจำเป็นต่อเรา ผู้เป็นมุอฺมิน จะต้องพยายามฝึกตน ให้บรรลุถึง ให้สมกับการที่เราให้คำมั่นสัญญา ที่ได้กล่าวในทุกๆ เวลาละหมาด ไว้ว่า

......إِنَّ صَلاَتَيْ وَنُسُكِيْ وَمَحْيَايَ وَمَمَاتِيْ للهِ رَبِّ العَالَمِيْنَ،
لاَ شَرِيْكَ لَهُ وَبِذلِكَ أُمِرْتُ وَأَنَا مِنَ المُسْلِمِيْنَ.

ความว่า "แท้จริงการละหมาดของข้าพระองค์ และการอิบาดะห์ของข้าพระองค์ การเป็น และการตายของข้าพระองค์ เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าแห่งสากลโลก ไม่มีภาคีใดๆ ร่วมกับพระองค์ท่าน และด้วยประการเช่นนี้ ข้าพระองค์ถูกใช้ไว้ และข้าพระองค์เป็นมุสลิม ผู้มอบกายผู้หนึ่ง"

ดังนั้น คราใดที่ความรักของบ่าว ที่มีต่อพระเจ้าของเขา เพิ่มมากขึ้นแล้ว ความรักอันนี้ ก็จะแสดงออกมา ในรูปของการทำอิบาดะห์ และแสวงความใกล้ชิด เพิ่มมากขึ้น กล่าวคือ เขาจะปฏิบัติสิ่งที่เป็นฟัรฎู ด้วยความนอบน้อม ด้วยความประณีตเรียบร้อย และสมัครใจปฏิบัติสิ่งที่เป็นซุนนะห์ ด้วยความรักและภักดี

ดังนั้น ท่านพี่น้องทั้งหลาย รอมดอนใกล้มาถึงเราแล้ว เดือนชะอ์บานที่ยังอยู่ ก็หมั่นฝึกฝน ให้เหมือนนักกีฬา ที่ฟิตซ้อมร่างกาย เพื่อเตรียมขึ้นชิงชัย เพราะการแข่งขันครั้งนี้ ยิ่งใหญ่ยิ่งนัก เดิมพันด้วยสวรรค์เลยที่เดียว ขอให้เราท่านทั้งหลาย จงมีสุขภาพพลานามัยที่ดี และมีโอกาสสัมผัสรอมดอนกันทุกคน....อินชาอัลลอฮ

คุตบะห์วันศุกร์ ณ มัสยิดท่าอิฐ

www.islammore.com

หน้าหลัก

พฤษภาคม 30, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่าน   www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม