Custom Search

รอมาฏอนอุทยานแห่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตศรัทธาชน

โดย  อาหมัด อัลฟารีตีย

بسم الله الرحمن الرحيم

الحمد لله والصلاة والسلام على رسول الله وعلى آله وصحبه ومن والاه، وبعد:

เดือนเราะมะฎอน เป็นเดือนแห่งการถือศีลอด มีจุดประสงค์เพื่อฝึกอบรม และหล่อหลอมให้ผู้ศรัทธา มีความสำรวมตน จากความชั่ว และยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซึ่งเป็นสุดยอดคุณลักษณะที่ประเสริฐ

อัลลอฮฺ ทรงตรัสว่า

{ يَأَيُّهَا الَّذِيْنَ آمَنُوا كُتِبَ عَلَيْكُمُ الصِّيَامُ كَمَا كُتِبَ عَلَى الَّذِيْنَ مِنْ قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُوْن }

ความว่า บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย! การถือศีลอดได้ถูกกำหนด สำหรับสูเจ้า ดั่งที่ได้ถูกกำหนด สำหรับบรรดาผู้คนก่อนหน้าสูเจ้า  เพื่อสูเจ้าจะได้สำรวมตน จากความชั่ว (ตักวา)(อัลบะเกาะเราะฮฺ  2 : 183)

ท่านรสูลุลลอฮฺ   กล่าวว่า

" مَنْ صَامَ رَمَضانَ إيْمَانًا واحْتِسَابًا غُفِرَ لَهُ مَا تَقدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ  "

ความว่า ผู้ใดถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน ด้วยศรัทธามั่น และหวังในความโปรดปราน จากอัลลอฮฺ  เขาจะได้รับการอภัยโทษ จากความผิดของเขา ที่ผ่านมา(หะดีษรายงาน โดยบุคอรีย์เลขที่ 37 และ มุสลิมเลขที่ 1268)

กิจกรรมการฝึกอบรม และพัฒนาคุณภาพชีวิต ในเดือนเราะมะฎอน จะไม่จบลงเพียง ในภาคกลางวัน แต่จะต่อเนื่องไป จนถึงภาคกลางคืน ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่ดีเยี่ยม สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะตักตวง และแสวงการอภัยโทษ และพระเมตตาจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงยิ่งในความเมตตากรุณาปราณี และผู้ทรงอภัย นั่นก็คือ การกิยามเราะมะฎอน (ละหมาดตะรอเวียหฺ และวิตรฺ) นั่นเอง ท่านรสูลุลลอฮฺ กล่าวว่า

" مَنْ قَامَ رَمَضَانَ إِيْمَانًا وَاحْتِسَابًا غُفِرَ لَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ "

ความว่าผู้ใดลุกขึ้น (ละหมาด และประกอบอิบาดะฮฺ) ในเดือนเราะมะฎอน ด้วยศรัทธามั่น และหวังในผลตอบแทน จากอัลลอฮฺ  เขาจะได้รับการอภัยโทษ จากความผิดของเขา ที่ผ่านมา (บุคอรีย์เลขที่ 36 และมุสลิมเลขที่ 1266 )

เราะมะฎอนเดือนแห่งอัลกุรอาน

เดือนเราะมะฎอน เป็นเดือนที่อัลลอฮฺ ทรงประทานอัล-กุรอานลงมา  เพื่อเป็นธรรมนูญแห่งชีวิต ของมวลมนุษยชาติ  เป็นคำสอนที่ครอบคลุม สมบูรณ์ และสอดคล้อง กับมนุษย์ทุกยุคสมัย เป็นคัมภีร์ที่นิรันดร์ อัลลอฮฺ ตรัสว่า

{ شَهْرُ رَمَضَانَ الَّذِى أُنْزِلَ فِيْهِ الْقُرْآنُ هُدًى لِلنَّاسِ وَبَيِّنَاتٍ مِنَ الْهُدَى وَالْفُرْقَانِ }

ความว่า    เดือนเราะมะฎอน คือ เดือนที่อัลกุรอาน ได้ถูกประทานลงมา  เป็นทางนำสำหรับปวงมนุษย์  และหลักฐานต่างๆ แห่งทางนำ และข้อจำแนก ระหว่างความจริงและความเท็จ...(อัลบาเกาะเราะฮฺ  2 : 185)

ดังนั้น วิถีชีวิตของมุสลิม ในเดือนเราะมะฎอน เป็นชีวิตที่แนบแน่น และใกล้ชิดกับอัลกุรอาน เป็นอย่างมาก การอ่านอัลกุรอาน ในเดือนเราะมะฎอน ควรอ่านอย่างน้อย 1 จบ หรือมากกว่านั้น   ท่านรสูลุลลอฮฺ จะอ่าน และตะดัรรุส อัลกุรอาน ( ผลัดกันอ่านให้ฟัง ) ในเดือนเราะมะฎอน โดยการนำของมลาอีกะฮฺญีบรีล  ท่านรสูล กล่าวว่า

" كَانَ يَلْقَاهُ جِبْرِيْلُ فِى كُلِّ لَيْلَةٍ مِنْ رَمَضَانَ فَيُدَارِسُهُ القُرْآنَ "

ความว่า แท้จริงรสูลุลลอฮฺ  พบกับญิบรีลทุกคืน ในเดือนเราะมะฎอน ทำตะดัรรุส ( ผลัดกันอ่าน )  อัลกุรอาน(หะดีษรายงานโดยบุคอรีย์ เลขที่ 6 )

อาจกล่าวได้ว่า การมาของเราะมะฎอน และการกำหนดให้ถือศีลอดนั้น ก็เพื่อให้มุสลิม มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด กับอัลกุรอาน

เราะมะฎอนเดือนแห่งดุอาอฺ

ดุอาอฺเป็นอิบาดะฮฺ เหมือนกับอิบาดะฮฺอื่นๆ ที่ผู้กระทำปฏิบัติ ตามสุนนะฮฺของท่านรสูล และกระทำ ด้วยจิตใจบริสุทธิ์ จะได้รับผลบุญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ถือศีลอด ดุอาอฺของเขา จะไม่ถูกปฏิเสธ ท่านรสูล กล่าวว่า

" الدُّعَاءُ هُوَ الْعِبَادَة "

ความว่า" ดุอาอฺนั้นคืออิบาดะฮฺ " (ในเศาะเหียะห์ อบูดาวูด เลขที่ 1329 )

ท่านรสูล กล่าวอีกว่า

" ثَلاَثُ دَعْوَاتٍ لاَ تُرَدُّ : دَعْوَةُ الْوَالِدِ وَدَعْوَة الصَّائِمِ وَدَعْوَةُ الْمُسَافِرِ "

ความว่า "ดุอาอฺสามประเภท ที่ไม่ถูกปฏิเสธ คือ ดุอาอฺของบุพการี ดุอาอฺของผู้ถือศีลอด และดุอาอฺของผู้เดินทาง" (รายงานโดยอัลบัยฮะกีย์เลขที่ 6185,ในเศาะเหียหฺอัลญามิอฺเลขที่ 3032 )

เราะมะฎอนเดือนแห่งลัยละตุ้ลก็อดรฺ

อัลลออฺ ตรัสว่า

{ إِنَّا أَنْزَلْنَاهُ فِى لَيْلَةِ الْقَدْرِ وَمَا أَدْرَاك مَا لَيْلَةُ الْقَدْرِ(2) لَيْلَةُ الْقَدْرِ خَيْرٌ مِنْ أَلْفِ شَهْرٍ (3) تَنَزَّلُ الْمَلاَئِكَةُ وَالرُّوْحُ فِيْهَا بِإِذْنِ رَبِّهِمْ مِنْ كُلِّ أَمْرٍ(4) سَلاَمٌ هِيَ حَتَّى مَطْلَعِ الْفَجْرِ (5) }

ความว่า แท้จริง เราได้ประทานอัล-กุรอานลงมา ในคืนลัยละตุลก็อดรฺ อันใดจะทำให้เจ้าทราบว่า คืนลัยละตุลก็อดรฺคืออะไร? คืนลัยละตุลก็อดรฺนั้น ดีกว่าพันเดือน ปวงมลาอีกะฮฺ และอัร-รูหฺ (ญีบรีล) ลงมาใน (คืน) นั้น โดยอนุมัติของพระผู้อภิบาลของพวกเขา พร้อมด้วย  (พระบัญชา) แห่งกิจการทุกสิ่ง ศานติ! นี่จนกระทั่งเบิกอรุณ (อัล-ก็อดรฺ 97: 1-5)

จากโองการ ท่านรสูลุลลอฮฺ   กล่าวว่า

" تَحَرَّوْا لَيْلَةَ الْقَدْرِ فِى الْعَشْرِ الأَوَاخِرِ مِنْ رَمَضَانَ "

ความว่าจงแสวงหาลัยละตุลก็อดรฺ อย่างจริงจัง ในช่วงสิบวันสุดท้าย ของเดือนรอมาฎอน(หะดีษรายงาน โดยบุคอรีย์เลขที่1886 และมุสลิมเลขที่2006)

ดุอาออฺสำหรับคืนลัยละตุลก็อดรฺ

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ ได้ถามท่านรสูลุลลอฮฺ ว่า บอกฉันเถิด ถ้าหากคืนใดฉันรู้ว่า เป็นลัยละตุลก็อกร์ จะให้ฉันกล่าวดุอาอฺใด ?    ท่านรสูล ตอบว่า  จงกล่าวว่า

" اللّهُمَّ إِنَّكَ عَفُوٌّ تُحِبُّ الْعَفْوَ فَاعْفُ عَنِّيْ "

ความว่า "โอ้องค์อภิบาลแห่งข้า แท้จริง พระองค์นั้น ทรงเป็นผู้อภัยยิ่ง พระองค์ทรงรักการอภัย ดังนั้น ได้โปรดอภัยให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด" ( รายงานโดยอิบนุมาญะฮฺเลขที่ 3840)

เราะมะฎอนเดือนแห่งการเอียะติก้าฟ

ช่วงสิบวันสุดท้าย ของเดือนเราะมะฎอน เป็นช่วงเวลาที่ประเสริฐที่สุด และเป็นนาทีทอง สำหรับการตักตวง และแข่งขันการทำความดี  ท่านรสูลุลลอฮฺ จึงมีความกระตือรือร้น และจริงจัง กับการฎออะฮฺต่ออัลลอฮฺ

ท่านหญิงอาอิชะฮฺรายงานว่า

" كَانَ رَسُول الله  يَجْتَهِدُ فِى الْعَشْرِ الأَوَاخِرِ مَا لاَ يَجْتَهِدُ فِى غَيْرِهِ "

ความว่า แท้จริงท่านรสูลุลลอฮฺ จะกระตือรือร้น และจริงจังกับการอะมัล (ปฏิบัติตามพระบัญชา ของอัลลอฮฺ) ในช่วงสิบวันสุดท้าย ของเดือนเราะมะฎอน ซึ่งท่านไม่เคยกระทำมาเช่นนี้ ในคืนอื่นๆ(หะดีษรายงานโดยมุสลิมเลขที่2009)

ในช่วงสิบวันสุดท้าย ของเดือนเราะมะฎอน ท่านรสูลุลลอฮฺ จะเอียะติก้าฟที่มัสยิดทุกปี ไม่เคยขาด ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต  ดังหะดีษรายงาน จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ ความว่า

"كَانَ النَّبِيُّ  يَعْتَكِفُ العَشْرَ الأَوَاخِرَ مِنْ رَمَضَانَ حَتَّى تَوَفَّاهُ اللهُ، ثُمَّ اعْتَكَفَ أَزْوَاجُهُ مِنْ بَعْدِهِ "

ความว่าแท้จริง ท่านนบี เอียะติก้าฟในช่วงสิบวันสุดท้าย ของเดือนเราะมะฎอน ทุกปี ตราบจนท่านเสียชีวิต  ต่อมาบรรดาภรรยาของท่าน ก็ได้สืบทอดต่อ(บุคอรีย์เลขที่ 1886 และมุสลิมเลขที่2006)

เราะมะฎอนเดือนแห่งความโอบอ้อมอารี และเอื้ออาทร

เราะมะฏอน เป็นสถาบันแห่งการฝึกอบรม และพัฒนาคน ให้มีความโอบอ้อมอารี และเอื้ออาทร ท่านหญิงอาอิชะฮ ฺรายงานว่า

" كَانَ رَسُولُ الله  أَجْوَدَ النَّاس وَكَانَ أَجْوَدَ مَا يَكُوْنُ فِى رَمَضَانَ "

ความว่าแท้จริงท่านรสูลุลลอฮฺ นั้น เป็นผู้มีจิตโอบอ้อมอารี และท่านจะมีจิตโอบอ้อมอารีมาก ในช่วงเดือนเราะมะฎอน (รายงานโดยบุคอรีย์เลขที่ 6 และมุสลิมเลขที่ 2308)

ส่วนหนึ่งของรูปธรรม แห่งความเอื้ออาทร ในเดือนเราะมะฎอน ก็คือ การเลี้ยงอาหาร แก่ผู้ละศีลอด

" مَنْ فَطَّرَ صَائِمًا كَانَ لَهُ مِثْلُ أَجْرِهِ غَيْرَ أَنَّهُ لاَ يَنْقُصُ مِنْ أَجْرِ الصَّائِمِ شَيْئًأ "

ความว่าผู้ใดให้อาหารละศีลอด แก่ผู้ที่ถือศีลอด เขาจะได้รับผลบุญตอบแทน เหมือนกับผู้ที่ถือศีลอด และผลบุญที่เขาได้รับนั้น จะไม่ทำให้ผลบุญ ของผู้ที่ถือศืลอด บกพร่องเลยแม้แต่น้อย  ( ติรมีซีย์ : 807 และอิบนุมาญะฮฺ : 1619)

คำเชิญชวน

ภารกิจอันประเสริฐ ที่มุสลิมพึงปฏิบัต ิในเดือนเราะมะฎอน คือ

• พึงให้เกียรติแก่เดือนเราะมะฎอนอันสูงส่ง ด้วยการไม่ละเมิดขอบเขตต่างๆ ที่ถูกกำหนดไว้
• เข้าใจและเข้าถึงแก่นแท้ และสารัตถะของเราะมะฎอน
• นำไปฏิบัติด้วยศรัทธา และหวังผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ

ชมรมส่งเสริมกิจการอิสลาม

หน้าหลัก

พฤษภาคม 30, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่าน  www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม