Custom Search

ฟัตวา (รวมฟัตวาเฉพาะรอมฎอน) ควรค่าแก่การศึกษายิ่ง

ฟัตวา คือ คำชี้ขาดประเด็นปัญหาศาสนา ซึ่งทำการตอบโดยอุละมาอ์ ผู้รู้ ที่มีความรู้ทางศาสนาเป็นอย่างดี โดยผู้ที่ทำการฟัตวานั้น เราจะเรียกว่า "มุฟตี"

ตัวอย่าง

- เชคอับดุลอะซีซ บิน บาซ ได้ทำการฟัตวา ว่าการสูบบุหรี่นั้น ถือว่า "หะรอม"
นั่นคือ เชคอับดุลอะซีซ ได้ชี้ขาดว่า การสูบบุหรี่นั้นหะรอม (ส่วนนี้ คือคำฟัตวา) ส่วนเชค บิน บาซ นั้น เรียกว่า (มุฟตี) นั่นเอง
วัลลอฮุอะอฺลัม แปลว่า "อัลลอฮฺเท่านั้น ที่ทรงรู้ดียิ่ง" มักใช้กล่าวลงท้าย การตอบปัญหาศาสนา โดยเฉพาะในประเด็นที่ไม่แน่ใจ หรือไม่ชัดเจนในหุก่ม เมื่อตอบไปแล้ว ก็จะลงท้ายด้วยคำว่า "วัลลอฮุอะอลัม" หรือ "วัลลอฮุอะลัม บิศเศาะวาบ" (อัลลอฮฺเท่านั้น ที่ทรงรู้ดี ถึงคำตอบ ที่ถูกต้อง) ถือเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง ที่ผู้ที่ทำการตอบปัญหา หรือพูดคุยกันในเรื่องประเด็นปัญหาศาสนา พึงปฏิบัติ

(1) - จะทราบได้อย่างไร ว่าเริ่มเข้าสู่เดือนรอมฎอน?
ถาม : เราจะทราบได้อย่างไร ว่าเข้าสู่เดือนรอมฎอน?
ตอบ : ด้วย 2 วิธี คือ
1- มองเห็นเดือน ดังที่อัลลอฮฺตะอาลา ทรงตรัสไว้ ความว่า “ดังนั้น ผู้ใดในหมู่พวกเจ้า เข้าอยู่ในเดือนนั้นแล้ว ก็จงถือศีลอดในเดือนนั้น” อัลบะเกาะเราะฮฺ : 185
ดังนั้น เมื่อมีการยืนยันจากผู้ที่เชื่อถือได้ ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตาม
2- เดือนชะอฺบานครบ 30 วัน
(ฟัตวาเชค ศอลิหฺ อัลมุนัจญิด)

(2) - นอนเยอะในช่วงกลางวันของเดือนรอมฎอน
ถาม : ในเดือนรอมฎอนนั้น หากว่าหลังจากที่เราทานอาหารสุหูรฺ และละหมาดฟัจญรฺเสร็จ เรานอนยาวถึงเวลาละหมาดซุฮรฺ เมื่อละหมาดซุฮรฺเสร็จ ก็นอนต่อจนถึงอัศรฺ ก็ตื่นละหมาด แล้วนอนต่อถึงมักริบ กระทำเช่นนี้ การถือศีลอดของเรา ถือว่าใช้ได้ไหม?
ตอบ : การถือศีลอดในกรณีนี้ ถือว่าใช้ได้ แต่การที่คนเรานอน ตลอดทั้งวันนั้น ถือเป็นความบกพร่องประการหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ซึ่งเป็นการสมควรอย่างยิ่ง ที่มุสลิมจะกระทำสิ่ง ที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง ให้มากๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านอัลกุรอาน หรือ การศึกษาหาความรู้ เป็นต้น
(ฟัตวาคณะกรรมการถาวร เพื่อการวิจัยทางวิชาการ และชี้ขาดปัญหาศาสนา ซาอุฯ เล่ม 1 หน้า 129)

(3) - การทานอาหารสุหูรฺ เป็นผลดีต่อการถือศีลอด
ถาม : คนที่ไม่ทานสุหูรฺนั้น การถือศีลอดของเขา ถือว่า ใช้ได้ไหม?
ตอบ : การถือศีลอดของเขา ถือว่าใช้ได้ เพราะการทานสุหูรฺนั้น ไม่ใช่เงื่อนไขในการทำให้การถือศีลอดนั้น ใช้ได้ แต่เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำ (มุสตะหับ) เนื่องจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวความว่า “ พวกท่านจงทานสุหูรฺเถิด แท้จริงแล้วการทานสุหูรฺนั้น นำมาซึ่งบะเราะกะฮฺ (ความจำเริญ) ” บันทึกโดย บุคอรี และมุสลิม
(ฟัตวาเชคอับดุลอะซีซ บิน บาซ จากหนังสือรวมฟัตวาของท่าน)

(4) - กลืนน้ำลายขณะถือศีลอด
ถาม : อยากทราบหุก่มการกลืนน้ำลาย ในขณะถือศีลอด
ตอบ : เป็นสิ่งที่กระทำได้ ฉันไม่พบว่า มีอุละมาอฺท่านใด เห็นต่างไปจากนี้ เนื่องจากเป็นการยาก ที่จะหลีกเลี่ยงการกลืนน้ำลาย ส่วนเสมหะ และเสลดนั้น หากออกมาถึงช่องปากแล้ว จำเป็นต้องคายออกมา และไม่อนุญาตให้กลืนเข้าไป เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ต่างจากน้ำลาย วะบิลลาฮิตเตาฟีก
(ฟัตวาเชค บินบาซ ในหนังสือรวมฟัตวาของท่าน เล่ม 3 หน้า 251)

(5) - การใช้ไม้สิวากขณะถือศีลอด
ถาม : มีบางคน พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ไม้สิวาก ขณะถือศีลอด เนื่องจากเกรงว่า จะทำให้เสียการถือศีลอด ไม่ทราบว่าเช่นนี้ ถูกต้องหรือไม่? และเวลาใดที่เหมาะ สำหรับการใช้สิวาก ในเดือนรอมฎอน?
ตอบ : การหลีกเลี่ยงการใช้สิวาก ในขณะถือศีลอดนั้น เป็นการกระทำที่ไม่มีหลักฐาน เนื่องจากการใช้สิวากนั้น ถือเป็นสุนนะฮฺ ดังที่ปรากฎในหะดีษเศาะหีหฺ   ความว่า “การใช้สิวากนั้น เป็นการทำให้เกิดความสะอาดในช่องปาก และทำให้เกิดความพอพระทัย ณ พระผู้เป็นเจ้า” ซึ่ง ส่งเสริมให้กระทำทุกเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อทำการอาบน้ำละหมาด เมื่อจะทำการละหมาด ตื่นจากนอน หรือเข้าบ้าน เป็นต้น ไม่ว่าจะขณะถือศีลอด หรือไม่ ก็ตาม และไม่เป็นการทำให้การถือศีลอด เสียแต่อย่างใด นอกเสียจากว่า ไม้สิวากนั้นจะมีรสชาติ และทิ้งร่องรอยในน้ำลาย หรือใช้แล้ว เกิดมีเลือดไหล ออกจากเหงือก หรือไรฟัน เช่นนี้แล้ว ก็ไม่อนุญาตให้กลืนกินสิ่งเหล่านั้น
(ฟัตวาเชค อิบนฺ อุษัยมีน ในฟิกฮุลอิบาดาต)

(6) - การกินหรือดื่มโดยไม่ได้ตั้งใจ
ถาม : อะไรคือหุก่ม ของการกินหรือดื่ม ขณะถือศีลอด ด้วยความลืมตัว?
ตอบ : ผู้ ที่กินหรือดื่ม ขณะถือศีลอด โดยที่เขาไม่ได้เจตนานั้น การถือศีลอดของเขา ถือว่าใช้ได้ แต่ทันทีที่เขานึกขึ้นได้ จำเป็นต้องคายออกมาทันที แม้ว่าจะเป็นเพียงอาหารแค่คำเดียว ซึ่งหลักฐานที่ระบุว่า การถือศีลอดของเขาถือว่าใช้ได้นั้น ได้แก่หะดีษ ซึ่งรายงานโดยท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวความ ว่า : “ผู้ใดเผลอกินหรือดื่ม ในขณะถือศีลอด ก็ให้เขาถือศีลอดต่อไป แท้จริงแล้วอัลลอฮฺ ได้ทรงประทานอาหารและเครื่องดื่ม แก่เขา” บันทึกโดย บุคอรี และมุสลิม
(ฟัตวาเชค อิบนฺ อุษัยมีน ในฟิกฮุลอิบาดาต)

ถัดไป

หน้าหลัก

มิถุนายน 06, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่าน www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม