Custom Search

ฮิกมะฮ์ของการถือศีลอด

ท่านทราบไหมว่า มีการทำความดีใดบ้าง ที่เป็นการปรับปรุงจิตใจ ให้ดีงามและสูงส่ง  ช่วยผลักดัน ให้ขวนขวยกระทำแต่สิ่งที่น่าชื่นชม  และให้ห่างไกลจากความเสื่อมเสีย  ช่วยสร้างสรรค์พลังอันมั่งคง ขึ้นในจิตใจ  ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี หายจากการเจ็บป่วย  และทำให้มีความใกล้ชิดกับอัลลอฮ์ มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็จะได้รับการอภัยโทษ ในความผิดต่างๆ และได้เพิ่มพูนความดีมากยิ่งขึ้น  และในวันกิยามะฮ์  ก็จะได้รับเกียรติ ให้เป็นผู้ใกล้ชิดอัลลอฮ์ ?

คำตอบ คือ "การถือศีลอด" นั้นเอง

การถือศีลอด ช่วยสร้างความยำเกรง ขึ้นในจิตใจ  อัลลอฮ์ ตรัสไว้มีความว่า “  บรรดาผู้ที่มีอีมานแล้ว ทั้งหลาย  การถือศีลอดได้ถูกกำหนดแก่พวกเจ้า ดังเช่นที่ได้ถูกกำหนด แก่บรรดาผู้ที่มาก่อนพวกเจ้า  เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้มีความตักวายำเกรง “   ( ซูเราะฮ์  อัลบะกอเราะฮ์  2 : 183 )

ดังนั้น จุดมุ่งหมายของการให้มีการถือศีลอด ก็เพื่อให้เกิดความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ และจากการยำเกรงนี้เอง ที่อัลลอฮ์ จะทรงให้เกียรติ แก่บ่าวของพระองค์  ที่มีลักษณะดังกล่าว อยู่ในตัว  เพราะอัลลอฮ์ มิได้ทรงมองรูปร่างของบ่าว  แต่พระองค์ทรงมองดูหัวใจ ของพวกเขาต่างหาก เพราะหัวใจเป็นบ่อเกิด แห่งความยำเกรง  ซึ่งจะแสดงออกมาด้วยการกระทำ  และชี้ให้เห็นว่า บุคคลนั้นๆ เป็นผู้มีความยำเกรงหรือไม่ ? ดังคำดำรัสของพระองค์ ที่มีความว่า แท้จริง  ผู้ที่มีเกียรติยิ่ง ในหมู่พวกเจ้า ณ อัลลอฮ์ ก็คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งที่สุดนั้นเอง ( ซูเราะฮ์ อัลฮุจญร๊อต  49: 13 )          

ความยำเกรงดังกล่าวคือ  ที่พระองค์อัลลอฮ์ ทรงบรรจุไว้  ในการกระทำคุณความดีต่างๆ ดังดำรัสที่มีความว่า “  เนื้อของมัน (สัตว์เชือด) และเลือดของมัน จะไม่ถึงอัลลอฮ ์ ดอก  แต่ทว่าการตักวายำเกรง จากพวกเจ้าต่างหาก ที่จะถึงพระองค์  (ซูเราะฮ์ อัลฮัจญ์ 22: 34)             

ความยำเกรงที่แท้จริง  คือการที่บ่าวรู้จักอัลลอฮ์ รู้จักลักษณะที่ยิ่งใหญ่ อำนาจและเดชานุภาพ ของพระองค์ จึงเกิดความยำเกรงขึ้น  มีการพึ่งพาอาศัยพระองค์  ไม่ปล่อยตัวให้ถลำไป ในการฝ่าฝืน  และเป็นศัตรูกับอัลลอฮ์ รู้ถึงพระคุณของอัลลอฮ์  ที่ทรงเมตตา  ทรงอภัยและพระมหากรุณาธิคุณ อันไม่มีที่สิ้นสุดของพระองค์ ที่ได้จัดเตรียมไว้แก่บ่าวของพระองค์ 

ความยำเกรงนี้เอง  จะช่วยผลักดันให้บ่าวรีบกระทำความดี ที่อัลลอฮ์  ทรงพอพระทัย      

บุคคลจะไม่ถึงซึ่งความยำเกรง  เว้นแต่จะต้องทำการภักดี ต่อพระองค์อัลลอฮ์  อยู่เป็นประจำ สม่ำเสมอ  ด้วยรูปแบบบัญญัติ ที่อัลลอฮ์  และร่อซูลของพระองค์ ได้กำหนดไว้  และกระทำด้วยใจบริสุทธิ์ อิคลาศ ต่ออัลลอฮ์ เพียงองค์เดียวเท่านั้น  และห่างไกลจากการทรยศ และฝ่าฝืนพระองค์ในทุกรูปแบบ 

ผู้ปฏิบัติได้เช่นนั้น จึงจะได้รับแสงสว่าง แนวทางอันเที่ยงตรง  และเป็นที่รักของพระองค์อัลลอฮ์   และจะเป็นผู้ที่ประสบ กับชัยชนะในที่สุด

Custom Search

ผู้ศรัทธาคือผู้ที่พบกับความสุข อันแท้จริง          อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮุวะตะอาลา ตรัสไว้มีความว่าดังนั้น จะเป็นสิ่งใดก็ตาม ที่พวกเจ้าได้รับจาก (จากอัลลอฮ์) แท้จริงสิ่งนั้น ก็เป็นเพียงความภิรมย์ แห่งชีวิตทางโลกนี้ (ชั่วคราวอันหาความจีรังใดๆไม่ได้ ) แต่สิ่งที่มีอยู่ที่องค์อัลลอฮ์นั้น ย่อมประเสริฐที่สุด และมั่นคงที่สุด สำหรับบรรดาผู้ศรัทธา และพวกเขามอบกายใจแก่พระผู้เป็นเจ้าของเขา  และสำหรับผู้ที่หลีกเลี่ยง ( การกระทำ ) บาปใหญ่ต่างๆ และสิ่งชั่วช้าสามานย์ทุกชนิด และเมื่อพวกเขารู้สึกโกรธ ก็ให้อภัยได้  ซูเราะฮ์ อัช-ชูรอ: 36-37

จากความหมาย ของโองการของพระองค์อัลลอฮ์ดังกล่าว คือ อันความกรุณาปราณี ในรูปแบบของวัตถุ ที่พระเจ้าได้มอบให้มนุษย์นั้น มากมาย ไม่เป็นการประหลาดอะไร ที่คนที่ร่ำรวยอยู่แล้ว ยิ่งร่ำรวยเพิ่มขึ้นอีก คนที่อุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ขึ้นอีก คนที่ยากจน ก็กลายเป็นคนร่ำรวย คนที่ลำบาก ก็ได้รับความสุขสบาย เพราะมีโอกาสใหม่ๆ ที่จะสร้างความร่ำรวยได้ การแข่งขันกันในการหาผลประโยชน์ สร้างความร่ำรวย กอบโกย และตักตวง เอาความสุขสบายด้านวัตถุ นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จนกระทั่งมีการทุ่มเทพลังทั้งหมด เพื่อสิ่งดังกล่าว

แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราควรจะสำนึกอยู่เสมอ นั้นก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้รับอยู่นั้น ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน เงินทอง  ความสุขสบาย ล้วนเป็นความกรุณาปราณี ของพระองค์อัลลอฮ์ ทั้งสิ้น มนุษย์ถูกเตือนให้ทราบว่า ความกรุณาปราณีของอัลลอฮ์ ในรูปแบบของความร่ำรวย  ความสุขสบายและเกียรติยศ เป็นความสุขสบาย ชั่วระยะเวลาอันสั้น สำหรับชีวิตในโลกอันชั่วคราวนี้ จะหาความจีรังยั่งยืนไม่ได้

ชีวิตในโลกนี้ เต็มไปด้วยสิ่งทดสอบ นานาชนิด และเป็นช่วงเวลาที่แสนสั้น ทุกคนจะต้องกลับ ไปหาพระเจ้า ทิ้งทรัพย์สมบัติ และความร่ำรวย ตลอดจนตำแหน่งหน้าที่ และเกียรติยศต่างๆ ไว้เบื้องหลัง

ด้วยเหตุดังกล่าว มนุษย์ได้ถูกเตือนให้ทราบว่า สิ่งตอบแทนของพระองค์อัลลอฮ์ ในรูปแบบของความสุข อันนิรันดรนั้น กำลังรอท่านอยู่ ณ วันอาคิเราะหฮ์ หรือวันปรโลก ซึงเป็นความสุขที่ถาวรกว่า เป็นความสุขที่มั่นคง และนิรันดร ไม่มีวันสิ้นสุด

การที่มนุษย์ได้สูญเสียผลประโยชน์ต่างๆ ในโลกนี้ อันเป็นสิ่งชั่วคราวนั้น ย่อมเป็นของธรรมดา  ไม่ควรจะไปเสียใจ หน้าที่ของมนุษย์ ก็คือการแสวงหาความสุขวันอาคิเราะฮ์

ส่วนความสุขแห่งอาคิเราะฮ์นั้น ถูกเตรียมไว้ สำหรับตอบแทนผู้ศรัทธาอีมาน มอบกายใจ แด่พระบัญชา ของพระองค์อัลลอฮ์ พร้อมกับปฏิบัติตามข้อใช้ และหลีกห่างจากข้อห้ามของศาสนา อย่างเด็ดขาด และพร้อมที่จะให้อภัยเสมอ หากมีอะไรทำให้เขาบันดาลโทสะขึ้น

สรุปแล้ว ผู้ที่จะลิ้มรสแห่งความสุขนิรันดรดังกล่าวนั้น ได้แก่ กลุ่มชนที่รักพระเจ้า ปฏิบัติตามคำบัญชา ของพระองค์ ทุกอย่าง ด้วยความบริสุทธิ์ใจและซื่อสัตย์  ยึดเอาสัจธรรมคำสอนของอิสลาม เป็นธรรมนูญแห่งชีวิต

ด้วยเหตุดังกล่าว ความภาคภูมิใจในความร่ำรวย ความสุขสบาย เกียรติยศในโลกนี้นั้น เป็นภาพลวงตา ที่หาแก่นสารอะไรไม่ได้ เพราะทุกอย่าง เราจะต้องทิ้งมันไว้เบื้องหลัง ไม่วันใดก็วันหนึ่งเป็นแน่

 โอ้! อัลลอฮ์ ...... ผู้เป็นที่รักยิ่ง โปรดให้เรามีชีวิตอยู่ และกลับสู่พระองค์ในฐานะชาวอาคิเราะฮ์ด้วยเถิด อามีน......

คัดจากวารสารสายสัมพันธ์ (อัร-รอบิเฏาะฮ์)

islammore.com

หน้าหลัก

พฤษภาคม 21, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่าน   www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม