Custom Search

ชะอ์บาน ประตู สู่รอมาฏอน

ความหมายของคำว่า “ชะอฺบาน”

คำว่า ชะอฺบาน เป็นคำเอกพจน์ คือชื่อหนึ่งในบรรดาชื่อเดือน ของอิสลาม เป็นเดือนลำดับที่ 8 ตามปฏิทินอิสลาม อยู่ระหว่างเดือนเราะญับ กับเดือนเราะมะฎอน

ส่วนสาเหตุที่เรียกเดือนนี้ว่า ชะอฺบาน เป็นเพราะในเดือนนี้ ชาวอาหรับจะกระจายกัน ออกไปหาน้ำ หรือกระจัดกระจายกัน ออกไปทำสงคราม (มาจากรากศัพท์เดิมของคำว่า  الْقَوْمُ تَشَعَّبَ  (อ่านว่า ตะชะอะบะ อัลเกามุ) أي تفرق หมายถึง แยกย้าย หรือกระจัดกระจายออกไป) (ดู ฟัตหุลบารีย์ เล่ม4 หน้า 251 ) หลังจากที่พวกเขา ได้หยุดพักจากการทำสงคราม ในเดือนเราะญับ เพราะเป็นเดือนหะรอม หรือเดือนต้องห้ามทำสงคราม

อุละมาอ์บางท่านระบุว่า สาเหตุที่เรียกเช่นนั้น เพราะเดือนนี้ ปรากฏอยู่ช่วงกลาง ระหว่างเดือนเราะญับ กับเดือนเราะมะฎอน (มาจากรากศัพท์เดิมของคำว่า الشَّعَبُ  อ่านว่า อัชชะอะบุ หมายถึง ช่วงที่อยู่ระหว่างสองไหล่ หรือสองเขาสัตว์)

การเตรียมพร้อมในเดือนชะอฺบาน

ชะอฺบานคือประตูสู่เดือนเราะมะฎอน เป็นเดือนที่ใกล้เคียง กับเราะมะฎอนมากที่สุด จึงเป็นโอกาสดี ที่จะเตรียมตัวเข้าสู่เดือนเราะมะฎอน ในทุกๆ ด้าน

ท่านซะละมะฮฺ อิบนุ สุฮัยล์ (บ้างว่า อิบนุ กุฮัยล์) และอุมัร อิบนุ ก็อยส์ กล่าวว่า “เดือนชะอฺบาน คือเดือนแห่งนักอ่านอัลกุรอาน“

ท่านอุมัร อิบนุ ก็อยส์ นั้น เมื่อชะอฺบานมาเยือน ท่านจะปิดประตูบ้าน เพื่อให้เวลากับการอ่านอัลกุรอาน

จากคำกล่าวของอุละมาอ์ข้างต้น พอจะสรุปได้ว่า พวกเขาได้เตรียมตัวอย่างจริงจัง ในการต้อนรับ เดือนเราะมะฎอน แม้จะมีเวลาอีกหนึ่งเดือนก็ตาม

ความประเสริฐของเดือนชะอฺบาน

มีหะดีษมากมาย ที่รายงานถึงความประเสริฐ ของเดือนชะอฺบาน มีทั้งที่เป็นหะดีษเศาะฮีหฺ หะดีษหะสัน หะดีษเฎาะอีฟ (อ่อน) และหะดีษเมาฎูอฺ (หะดีษปลอม) ดังรายละเอียด ต่อไปนี้

1. การถือศีลอดในเดือนชะอฺบาน

รายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา เล่าว่า ท่านนบีได้ถือศีลอดในเดือนนี้ จนกระทั่งพวกเรากล่าวว่า ท่านไม่ได้ละศีลอดเลย และท่านนบีไม่ได้ถือศีลอด จนกระทั่งพวกเรากล่าวว่า ท่านไม่ได้ถือศีลอดเลย และฉันไม่เคยเห็นท่านนบี ถือศีลอดเต็มเดือน นอกจากเดือนเราะมะฎอน และฉันไม่เคยเห็นท่านนบี ถือศีลอดอย่างมากมาย นอกจากเดือนนี้ชะอฺบาน (อัลบุคอรีย์ 1833, มุสลิม 1956 )

2 การอภัยโทษของอัลลอฮฺ ในค่ำคืนที่ 15 ของชะอฺบาน

รายงานจากท่านอบูมูซา อัลอัชอะรีย์ จากท่านเราะซุลลุลลอฮฺ ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวความว่า แท้จริงอัลลอฮฺจะมองดู ในค่ำคืนวันที่ 15 ของเดือนชะอฺบาน ดังนั้น พระองค์จะทรงให้อภัย แก่ทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง นอกจากผู้ที่ตั้งภาคี (มุชริก) หรือคนที่เป็นศัตรูกัน(รายงานโดยอิบนุ มาญะฮฺ, อัลอัลบานีย์ กล่าวว่าหะดีษนี้ เป็นหะดีษหะสัน ดู อัสสิลสิละฮฺ อัศเศาะฮีหะฮฺ หมายเลข 1144)

อย่างไรก็ตาม หะดีษนี้และหะดีษอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน ยังมีความขัดแย้ง ระหว่างบรรดาอุละมาอ์ ถึงระดับความถูกต้องของมัน ตามที่อิบนุ เราะญับได้ระบุไว้ใน ละฏออิฟ อัลมะอาริฟ

อิบนุ ดิห์ยะฮฺ ได้กล่าวว่า "เหล่าอุละมาอ์ เกี่ยวกับสายรานได้ระบุว่า ไม่มีหะดีษใด เกี่ยวกับคืนนิศฟู ชะอฺบาน ที่เป็นหะดีษทถูกต้องเลย" (อัลบาอิษ อะลา อินการ อัลบิดะอฺ ของ อิบนุ ชามะฮฺ หน้า 127)

การถือศีลอดในดือนชะอฺบาน

1 สุนนะฮฺให้ถือศีลอดในเดือนชะอฺบาน

การถือศีลอดในเดือนชะอฺบาน ถือว่าเป็นสุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ที่ควรปฏิบัติตามยิ่ง เนื่องจากมีหะดีษ ที่รายงานด้วยสายรายงาน ที่เศาะฮีหฺ ที่รายงาน โดยท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา เล่าว่า ท่านนบีได้เคยถือศีลอดในเดือนนี้ จนกระทั่งพวกเรากล่าวว่า ท่านไม่ได้ละศีลอดเลย และท่านนบีเคยไม่ถือศีลอดในเดือนนี้ จนกระทั่งพวกเรากล่าวว่า ท่านไม่ได้ถือศีลอดเลย และฉันไม่เคยเห็นท่านนบี ถือศีลอดเต็มเดือน นอกจากเดือนเราะมะฎอน และฉันไม่เคยเห็นท่านนบี ถือศีลอดอย่างมากมาย นอกจากเดือนนี้ คือชะอฺบาน(อัลบุคอรีย์ 1833, มุสลิม 1956 )

ในอีกสายรายงานหนึ่งของมุสลิม 1957

 ท่านนบีได้ถือศีลอด ทั้งเดือนชะอฺบาน และท่านนบีได้ถือศีลอดทั้งเดือน นอกจากวันน้อยนิด (ที่ท่านไม่ได้ถือศีลอด)

ส่วนวิธีการถือศีลอดของท่านนบี ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในเดือนนี้ มีทัศนะที่แตกต่างกันไป โดยสรุปแล้ว ท่านนบีไม่ได้ถือศลอด ตลอดทั้งเดือนชะอฺบาน แต่ท่านนบีจะถือศีลอดในเดือนนี้ มากกว่าเดือนอื่นๆ (ทัศนะของอุละมาอ์ส่วนหนึ่ง อาทิ อับดุลลอฮฺ อิบนุ มุบาร็อก)

ท่านอิมาม อิบนุ เราะญับ ได้อธิบายถึงความประเสริฐ ของการถือศีลอด ในเดือนชะอฺบานนี้ ว่า “การถือศีลดอดในเดือนชะอฺบานนั้น ดีกว่าการถือศีลอด ในเดือนที่ทรงห้ามการทำสงคราม (อัชฮุรฺ อัลหุรุม) และเป็นสุนัตที่ดีที่สุด เนื่องจากอิบาดะฮฺทุกอย่าง ที่ใกล้เคียงกับเดือนเราะมะฎอน จะก่อนหรือหลังเราะมะฎอน ก็ตามแต่ ระดับความประเสริฐของมัน เหมือนกับระดับความประเสริฐ ของการละหมาดสุนัตเราะวาติบ กับการละหมาดฟัรฎู จะก่อนหรือหลังละหมาด ก็ตามแต่ และมันจะช่วยเติมเต็ม ในส่วนที่ขาด หรือบกพร่องไป ในส่วนที่เป็นฟัรฎู เช่นเดียวกับการถือศีลอด ก่อนเราะมะฎอน และหลังเราะมะฎอน ในเมื่อการละหมาดสุนัตเราะวาติบ เป็นสุนัตที่ดีที่สุด ที่เกี่ยวข้องกับการละหมาด ดังนั้น การถือศีลอดก่อนเราะมะฎอน และหลังเราะมะฎอน ก็เป็นสุนัติที่ดีที่สุด ที่เกี่ยวข้องกับการถือศีลอด เช่นเดียวกัน” (ดู ละฏออิฟ อัลมะอาริฟ)

ส่วนสาเหตุที่ว่า ทำไมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ถือศีลอดในเดือนชะอฺบานนี้ มากกว่าเดือนอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ บรรดาอุละมาอ์ ได้มีทัศนะดังนี้

1. เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ไม่สามารถถือศีลอด 3 วัน ประจำเดือนได้ เนื่องจากท่านมีภารกิจ และการเดินทางไกล (มุซาฟิร) ดังนั้น ท่านจึงมารวบรวมทั้งหมดไว้ในเดือนนี้ เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม นั้น จะปฏิบัติสิ่งที่เป็นสุนัตต่างๆ ทั้งหมด เมื่อท่านได้ละทิ้ง เพราะเหตุจำเป็น ท่านก็จะชดใช้แทน ในช่วงเวลาอื่น

2. เพราะภรรยาของท่าน ส่วนใหญ่ จะถือศีลอดชดเชย ในเดือนแห่งนี้ ท่านจึงถือศีลอดด้วย แต่เป็นทัศนะที่ขัดแย้ง กับที่มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา ที่ระบุว่า นางเจตนายืดเวลาถือศีลอดชดเชย มาไว้ในช่วงท้ายของปี เพื่อที่จะได้ถือศีลอดพร้อมๆ กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ในเดือนชะอฺบาน

3. เพราะเป็นเดือนที่คนทั่วไป มักจะหลงลืมจากการถือศีลอด และเป็นเดือนที่อะมัลในรอบปี จะถูกยกขึ้นไปยังอัลลอฮฺ นี่เป็นเหตุผล ที่มีน้ำหนักที่สุด ดังมีรายงานจากหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม จากอุสามะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ความว่า “เดือนชะอฺบานแห่งนี้ เป็นเดือนที่หลายคนหลงลืมมัน ซึ่งอยู่ระหว่างเดือนเราะญับ และเดือนเราะมะฎอน มันเป็นเดือนที่อะมัลต่างๆ จะถูกยกขึ้นไป ยังองค์อภิบาลแห่งสากลโลก ดังนั้น ฉันจึงพอใจ ที่จะให้อะมัลของฉัน ถูกยกขึ้นสู่พระองค์ ในสภาพที่ฉันกำลังถือศีลอดอยู่” (อันนะสาอีย์ 2357)

2  การเจตนาเริ่มถือศีลอด หลังครึ่งเดือนของชะอฺบาน

การถือศีลอดในเดือนชะอฺบานถือว่า เป็นสุนนะฮฺของท่านนบี แต่ประเด็นที่สำคัญประการหนึ่ง คือการเจตนาเริ่มถือศีลอด หลังจากครึ่งเดือนแรกของชะอฺบาน ผ่านไปแล้ว

ท่านอิหม่าม อิบนุ มุลักกิน ซึ่งเป็นอุละมาอ์ ในสังกัดมัซฮับชาฟิอีย์ ได้อธิบายว่า “แท้จริงเมื่อครึ่งหลัง ของเดือนชะอฺบานมาถึง การเจตนาเริ่มถือศีลอด ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องห้าม ซึ่งเป็นทัศนะ ของบรรดาอุละมาอ์มุหักกิกูน (อุละมาอ์ผู้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ) ในมัซฮับของเรา (มัซฮับชาฟิอีย์)

ดังหะดีษที่รายงานโดยอบูฮุร็อยเราะฮฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวความว่า เมื่อถึงครึ่งเดือน ของชะอฺบาน จงอย่าได้ถือศีลอด  (รายงานโดยอัต-ติรมิซีย์ 738 และอบู ดาวูด 2337 ดู อิอฺลาม ฟะวาอิดอุมดะติลอะห์กาม ของอิบนุ มุลักกิน  เล่ม 5  หน้า 159-169)

อย่างไรก็ตาม การถือศีลอดที่ถูกห้าม ในข้างต้น คือกรณีที่มีเจตนา และเจาะจงว่า จะเริ่มการถือศีลอด หลังจากวันที่ 15 ของเดือนชะอฺบาน เป็นต้นไป ส่วนกรณีที่ไม่ได้มีเจตนา ที่จะเริ่มถือศีลอดหลังจากวันที่ 15 ของเดือนชะอฺบานดังกล่าว ถือว่าเป็นสิ่งที่อนุมัติ

3  การถือศีลอดชดเชย (เกาะฎออ์) ในเดือนชะอฺบาน

 การถือศีลอดชดเชย (เกาะฎออ์) สำหรับผู้ที่ได้ละทิ้งศีลอด ในเดือนเราะมะฎอน ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น (วาญิบ) ซึ่งมีระยะเวลา ที่ยาวนานเป็นปี กล่าวคือ เดือนชะอฺบาน คือเดือนสุดท้าย ที่สามารถถือศีลอดชดเชยได้ หากพ้นเวลาดังกล่าว โดยไม่มีเหตุจำเป็น อาทิ ป่วยหรืออื่นๆ จะต้องถูกปรับ และต้องได้รับบาป และหากไม่ชดเชย จนถึงเดือนเราะมะฎอนปีหน้า เขาจะต้องขออภัย (เตาบัต) ต่ออัลลอฮฺ และถือศีลอดชดเชย พร้อมกับต้องให้อาหารแก่ผู้ยากไร้ (ฟากิรฺมิสกีน) ทุกวัน ตามที่จำนวนวัน ที่เขาได้ละทิ้ง (ตามทัศนะของอิมามชาฟิอีย์ อิมามมาลิก และอิมามอะหฺมัด)

4  การถือศีลอดในช่วงท้ายของเดือนชะอฺบาน (1-2 วัน ก่อนเข้าเราะมะฎอน)

การถือศีลอดในช่วงท้ายนี้ แบ่งออกเป็น 3 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1  ถือศีลอดด้วยการเนียตว่า ข้าพเจ้าถือศีลอด ในเดือนเราะมะฎอน เพื่อเผื่อว่า อาจจะเข้าเดือนเราะมะฎอน กรณีนี้ ถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม)

กรณีที่ 2  ถือศีลอด เพราะมีการนะซัรไว้ หรือเพื่อชดเชย (เกาะฎออ์) ที่ขาดไป หรือเพื่อทดแทนกรณีที่ผิด (กัฟฟาเราะฮฺ) กรณีนี้ ถือว่าเป็นสิ่งอนุญาต (ยะญูซ)

กรณีที่ 3  ถือศีลอดสุนัตทั่วๆไป (สุนัตมุฏลัก) กรณีนี้ มีทัศนะที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. ถือว่าเป็นสิ่งที่มักรูฮฺ เพราะมีคำสั่งให้เว้นว่าง จากการถือศีลอด ระหว่างชะอฺบาน กับเราะมะฎอน ถึงแม้ว่า เขาจะปฏิบัติมาเป็นประจำ อย่างต่อเนื่องก็ตาม (ทัศนะของ อัลหะสัน)

2. ถือว่าเป็นสิ่งที่อนุญาต (ทัศนะของอิมามมาลิก)

3. สามารถทำได้ (อนุญาต) ถ้าเป็นการถือศีลอด ที่เขาเคยปฏิบัติมาเป็นประจำ อย่างต่อเนื่อง (ทัศนะของอิมามชาฟิอีย์, เอาซาอีญ์ และอิมามอะหฺมัด )

http://saaid.net/mktarat/12/8.htm

แปล : นุมาน อิสมาอีล สะอะ

Islam House

หน้าหลัก

พฤษภาคม 20, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่าน www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม