Custom Search

หญิงมีครรภ์ (การจ่ายฟิตยะหฺของญิงมีครรภ์)

หญิงที่ตั้งครรภ์ ไม่ได้ถือศีลอดในรอมดอนปีนี้ เขาต้องจ่ายฟิตยะในรอมดอนปีนี้เลย หรือไม่ครับ

ถามโดย - haroon

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد ؛

สตรีมีครรภ์ ที่ไม่ได้ถือศีลอดในรอมาฎอนปีนี้ จะต้องจ่ายฟิดยะฮฺ ตามจำนวนวันที่ขาดในปีนี้ เมื่อนางมีความสามารถ จะจ่ายฟิดยะฮฺได้ แต่ถ้าหากนางไม่มีความสามารถ ที่จะจ่ายได้ในปีนี้ ฟิดยะฮฺก็ยังคงอยู่ในภาระของนาง ที่ต้องชำระให้ลุล่วง กล่าวคือถือเป็นหนี้ (ซิมมะฮฺ) ที่จำต้องชำระ เมื่อนางมีความสามารถ (อัลย่าซารฺ) และถ้าหากนางไม่จ่ายฟิดยะฮฺ จนกระทั่งเสียชีวิต ก็จำเป็นต้องจ่ายฟิดยะฮฺนั้น จากทรัพย์มรดกของนาง

กรณีคำตอบข้างต้น เป็นเรื่องของฟิดยะฮฺ สำหรับสตรีมีครรภ์ ซึ่งเกรงว่าจะเกิดอันตราย ต่อเด็กในครรภ์ หากนางถือศีลอด ส่วนกรณีการกอฎอ ที่ควบคู่กับการจ่ายฟิดยะฮฺ ตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์นั้น นางจำต้องกอฎอการถือศีลอด ที่ขาดไป ตามจำนวนวันภายในปีนี้ กล่าวคือ ก่อนเข้ารอมาฎอนปีหน้า ถ้าหากนางละเลย และเพิกเฉย ไม่ทำการกอฎอ ก่อนเข้ารอมาฎอนปีหน้า จนกระทั่งรอมาฎอนปีหน้า มาถึง ก็จำต้องเสียฟิดยะฮฺเป็นค่าปรับ อีกกรณีหนึ่ง ทั้งนี้ ตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์

ส่วนกรณีถ้านางจ่ายฟิดยะฮฺอย่างเดียว ไม่มีการกอฎอ โดยถือตามทัศนะของซอฮาบะฮฺ เช่น ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อับบาส เป็นต้น ก็ให้พิจารณาเรื่องความสามารถ ในการจ่ายเป็นเกณฑ์ เพราะตามทัศนะนี้ ไม่มีเรื่องการกอฎอพ่วงเข้ามาด้วย

والله أعلم بالصواب

 

ไม่ได้ถือศีลอด (สตรีที่ตั้งครรภ์)

อัสลามมุอะลัยกุม ตอนนี้แพ้ท้องค่ะ ไม่ได้ถือศีลอด จะต้องจ่ายข้าวหรือเลี้ยงอาหารดีคะ มีคนที่รู้จักบอกว่าต้องเลี้ยงอาหารตกเป็นเงินก็วันละ 80 บาท แต่อ่านในหนังสือให้จ่ายข้าววันละ 1 ลิตร แล้วหลังจากนั้นจึงถือศีลอดใช้ ดิฉันควรจะทำอย่างไรที่จะถูกต้องที่สุด รบกวนอาจารย์ด้วยค่ะ เพราะใกล้จะหมดเดือนบวชแล้ว ขอบคุณมากๆค่ะ

ถามโดย - asmah

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد ؛

กรณีของสตรีที่ตั้งครรภ์นั้น ถ้าหากนางมิได้ถือศีลอด เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอันตรายแก่ตัวนาง หากนางถือศีลอด ก็จำเป็นที่นางจะต้องถือศีลอดชดใช้ (กอฎออฺ) เท่านั้น ก่อนที่จะเข้าสู่รอมาฎอนในปีถัดไป แต่ถ้าหากนางไม่ถือศีลอด เนื่องจากเกรงว่า จะเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ เช่น เกรงว่าอาจจะแท้งได้ หากถือศีลอด ก็จำเป็นที่นางจะต้องถือศีลอดชดใช้ พร้อมกับออกข้าวสารจำนวน 1 มุด (ประมาณ 600 กรัม) ตามจำนวนวัน ที่นางมิได้ถือศีลอดด้วย (จากอัลฟิกฮุ้ล มันฮะญีย์ เล่มที่ 2 หน้า 94)

อย่างไรก็ตาม มีทัศนะของท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร (ร.ฎ.) ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อับบ๊าส (ร.ฎ.) ท่านอิบนุ ญุบัยร์และท่านอื่น ๆ จากชนรุ่นตาบีอีน ระบุว่า ให้นางออกอาหาร (ฟิดยะฮฺ) ตามจำนวนวันที่ขาดไป อย่างเดียวเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องถือศีลอดชดใช้ (กอฎอ) (ฟิกฮุซซิยาม; ดร. ยูซุฟ อัลกอรฎอวีย์ หน้า 61-62 )

ทั้งนี้ เราสามารถนำความเห็นดังกล่าว มาปฏิบัติได้ โดยพิจารณาว่า ถ้าหากสตรีนั้น ตั้งครรภ์ และให้นมต่อเนื่อง (มีลูกหัวปีท้ายปีเป็นต้น) ก็ถือตามทัศนะของซอฮาบะฮฺ และตาบีอีนดังกล่าวได้ แต่ถ้าสตรีมีช่วงว่างเว้นการตั้งครรภ์ (มีลูกห่าง) ก็ให้ถือศีลอดชดใช้ ตามทัศนะของปวงปราชญ์ (อ้างแล้วหน้า 62)

ส่วนการเลี้ยงอาหารคนยากจนแทน จากการออกข้าวสารฟิดยะฮฺ ตามจำนวนวันที่ขาดไป (หากขาดบวช 30 วัน ก็เลี้ยงอาหารคนยากจน จำนวน 30 คน เป็นต้น) ก็มีทัศนะของเหล่าสาวก ตอบเอาไว้ เช่น ท่านอะนัส (ร.ฎ.) คุณ asmah ก็เลือกดูเอา ตามความเหมาะสมเถิด เพราะเรื่องนี้เป็นทัศนะอันเกิดจากความเข้าใจ ของนักวิชาการในยุคสะลัฟซอลิฮฺ เป็นเรื่องที่เปิดกว้าง และศาสนาอิสลามนั้น เป็นเรื่องที่สะดวก ในการปฏิบัติ

والله أعلم

 

การทำฟันในขณะถือศิลอด

1.การทำฟันในขณะถือศิลอดได้หรือไม่ (จำเป็นต้องทำในช่วงนี้ด้วยเพราะเจ็บปวด)
2.ทำฟันเพราะหมอนัด ได้หรือไม่
3.ดัดฟัน เพราะมีช่วงเวลาในช่วงเดือนรอมาดอนเท่านั้น (การทำฟัน รวมไปถึงทำฟันทุกประเภท เช่น อุดฟัน ถอนฟัน)

ถามโดย - อุมัร

الحمدلله وأفضل الصلاة وأنتم السّليم على رسول الله وعلى آله وصحبه أجمعِيْن . وبعد ؛

การทำฟันทุกประเภท เช่น อุดฟัน ถอนฟัน นั้น ถ้าเลี่ยงได้ในช่วงเวลา ของการถือศีลอด จะดีมาก กล่าวคือ ให้เลือกเวลาละศีลอดแล้ว ซึ่งเข้าใจว่า คลินิกทำฟันยังคงเปิดให้บริการอยู่ หากหมอนัด ก็ควรแจ้งกำหนดเวลานัด หลังการละศีลอด และละหมาดมัฆริบแล้ว ส่วนถ้าเลี่ยงไม่ได้ เพราะจำเป็นต้องทำฟัน โดยไม่อาจรีรอได้อีก เกรงว่าจะมีอาการปวดฟันกลับมาอีก (กรณีปวดมาก ๆ และกำลังปวดอยู่ เข้าใจว่า หมอจะไม่ถอนฟันให้ในขณะนั้น เพราะอาจมีปัญหากระทบกับเส้นประสาทที่ รากฟัน) ก็สามารถทำฟันได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาของหมอฟันว่า มีขั้นตอนอย่างไร หากมีการฉีดยาชาก่อนถอนฟัน ก็ถือว่าไม่ทำให้เสียศีลอดแต่อย่างใด โดยถือตามทัศนะของนักวิชาการ ที่ระบุว่า การฉีดยาดังกล่าว เป็นยาชามิใช่น้ำเกลือ (กลูโคส) และถูกฉีดเข้าเส้นประสาท ที่รากฟัน ซึ่งไม่ใช่ทวารเปิด ตามธรรมชาติ และไม่ได้เข้าสู่กระเพาะอาหารภายใน (ดูรายละเอียด เกี่ยวกับเรื่องการฉีดยาเพิ่มเติม ในฟิกฮุซซิยาม ; ดร.ยูซุฟ อัลกอรฎอวีย์ หน้า 82-86)

ส่วนถ้ามีการใช้ตัวยา หรือสมุนไพรบางชนิด ซึ่งอาจจะมีรส หรือกลิ่น อมไว้เหนือฟันกราม โดยไม่มีสิ่งใด หลุดเข้าสู่ภายในลำคอ (เลยกระเดือกเข้าไป) ถือว่าไม่เสียศีลอด ถึงแม้ว่า จะมีรสตกค้าง ในลำคอ ของผู้ถือศีลอด ก็ตาม (ดูฟะตาวา ชัรอียะฮฺ ว่า บุฮุซ อิสลามียะฮฺ ; ชัยค์ ฮะซะนัยน์ มุฮำหมัด มัคลู๊ฟ เล่มที่ 1/275) ประเด็นสำคัญก็คือ ในระหว่างทำฟัน จะต้องไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใด หลุดเลยเข้าไปส่วนภายในของปาก ซึ่งคุณอุมัร ก็ลองคิดดูเอาเถิดว่า จะต้องบ้วนน้ำลายที่ปนเลือด หรือเศษอาหารที่หมอใช้สายฉีด ทำความสะอาด แล้วปนอยู่กับน้ำลายอยู่ตลอดเวลานั้น จะทำได้สะดวกหรือไม่ ยิ่งคุณหมอ มิใช่ทันตแพทย์มุสลิมด้วยแล้ว คุณหมอแกจะช่วยระวังให้เราหรือเปล่า ในประเด็นสำคัญเหล่านี้

ดังนั้น ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง เลื่อนนัดหมอให้ไปทำฟัน หลังละศีลอดได้นั่นแหล่ะ แจ๋วที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ และจำเป็นต้องทำเลย เพราะจะปวดฟันหนัก อีกทั้งลำบากที่จะระวัง ทั้งคนไข้และหมอ ก็ละศีลอดเสีย แล้วไปกอฎอ (ถือศีลอดใช้) ในเวลาอื่นนอกรอมาฎอนก็แล้วกัน

والله أعلم

www.alisuasaming.com

 

หน้าหลัก

พฤษภาคม 19, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
ติดต่อทีมงานผ่าน   www.facebook.com/hasem.piwdee

 

จำนวนผู้เข้าชม