การละหมาดอีดทั้งสอง

การละหมาดอีดทั้งสองนั้น เป็นซุนนะฮ์ที่มีน้ำหนักมาก (มุอักกะดะฮ์) ในส่วนของสุภาพบุรุษ ที่อายุถึงเกณฑ์ศาสนภาวะ แล้วอยู่ประจำที่ และส่งเสริมให้กระทำ สำหรับบรรดาเด็กๆ และสุภาพสตรี บ่าว ทาส ตลอดจนคนเดินทาง

มีบางทัศนะบอกว่า เป็นสิ่งจำเป็น สำหรับคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ ไม่จำเป็น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่แถบหมู่บ้านเล็กๆ นอกเมือง

แท้จริงแล้ว ท่านนะบี  ใช้ให้ออกไปรวมกัน และได้ส่งเสริมเอาไว้ ในฮะดีษของอุมมุ อฏียะฮ์ ที่นางได้กล่าวว่า :

 ’’ أمرنا ( تعني النبي صلى الله عليه وسلم ) أن نخرج في العيدين العواتق والحيض ، يشهدن الخير و دعوة المسلمين ، ويعتزل الحيض المصلى ‘‘ 

ท่าน (หมายถึงนะบี ) ได้ใช้ให้พวกเรา พาเด็กๆ และหญิงที่มีรอบเดือน ไปร่วมละหมาดอีดกัน ทั้งสองอีด เพื่อเขาเหล่านั้น จะได้มีส่วนร่วม ในความดี และการร่วมขอพร ของบรรดามุสลิมทั้งหลาย และสตรีที่มีรอบเดือนนั้น ควรจะออกห่างจากที่ทำละหมาด”

และที่ดีที่สุดนั้น การละหมาดอีดทั้งสองนั้น ควรทำที่ “มุศ็อลลา” ยกเว้นที่นครมักกะฮฺ แต่อนุญาตให้ทำการละหมาด ในมัสญิดได้ หรือในที่ใดก็ตาม ทั้งที่เป็นหมู่คณะ หรือเพียงลำพัง และมีซุนนะฮ์สำหรับคน ที่มาทำการละหมาดอีด ไม่ทันอิมาม  ให้เขาทำละหมาดอีดเอง จนถึงเวลาดวงอาทิตย์คล้อย จึงหมดเวลา

วิธีละหมาดอีดทั้งสอง

วิธีการละหมาดอีดิลฟิฏริ และอีดิลอัฎฮา นั้น มีสองรอกอะฮ์ โดยไม่ต้องมีการอะซาน และการอิกอมะฮ์

จะเริ่มทำการละหมาด โดยกล่าวตักบีรหกครั้ง ก่อนทำการอ่าน ไม่รวมการตักบีร่อตุลอิฮ์รอม และกล่าวตักบีรในรอกอะฮ์ที่สอง ห้าครั้งก่อนทำการอ่าน ไม่รวมการตักบีรกิยาม

ไม่ต้องเว้นระยะในระหว่างตักบีร และไม่ต้องยกมือทั้งสองข้าง นอกจากในการตักบีร่ อตุลอิฮ์รอม เท่านั้น

และในทัศนะของชาฟีอีย์ กับอะฮ์มัด ให้ตักบีร ในร็อกอะฮ์แรก เจ็ดครั้ง ในร็อกอะฮ์ที่สอง ห้าครั้ง พร้อมเว้นช่วง ระหว่างการตักบีร ด้วยการกล่าวซิกรุลลอฮ ว่า : -

سبحان الله ، والحمد لله ، ولا إله إلا الله ، والله أكبر

 “ซุบฮานัลลอฮฺฮิ , วัลฮัมดุลิลลาฮฺ , ว่าลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ , วัลลอฮุอักบัร”

พร้อมทั้งยกมือทั้งสอง ในทุกๆตักบีร ด้วยเสียงดัง

ครั้นเมื่อเขาลืมตักบีร หรือลืมบางส่วน แล้วนึกได้ก่อนจะทำการรุกัวอฺ ให้ย้อนกลับมาทำ และอ่านใหม่อีกหน พร้อมทำการสุญูดซะฮฺวีย์ หลังจากให้สล่ามแล้ว

หากนึกขึ้นได้ หลังจากรุกั๊วอฺแล้ว ก็ปล่อยเลยไป     แต่ให้ทำการสุญูดซะฮฺวีย์ ก่อนให้สล่าม แม้จะลืมเพียงตักบีรครั้งเดียว ดังที่เป็นทัศนะของมัซฮับ มาลีกีย์

และในทัศนะของมัซฮับ ชาฟีอีย์ ถ้าลืมหรือเจตนา ก็มิต้องทำสุญูดซะฮฺวีย์ เพราะเป็นซุนนะฮ์ฮัยอ๊าต แล้วหลังจากการทำละหมาดเสร็จแล้ว ให้กล่าวสองคุฏบะฮ์

เวลาของการละหมาดอีดทั้งสอง

เวลาการทำละหมาดอีดทั้งสองนั้น เป็นเวลาเดียวกัน กับเวลาที่อนุญาต ให้ทำการละหมาดซุนนะฮ์ได้ คือเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นสูง ประมานเท่าด้ามหอก (สิบสองคืบ) หรือประมาณ ยี่สิบนาที ตามดาราศาสตร์ หลังจากดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว เรื่อยไปจนถึงดวงอาทิตย์คล้อย จึงหมดเวลา

สิ่งที่ควรปฏิบัติในวันอีด

1- ควรรับประทานอาหาร ก่อนออกไปละหมาด อีดิลฟิฏริ ส่วนอีดิลอัฏฮานั้น ไม่ต้องรับประทาน เนื่องจากมีการรายงานของอนัสกล่าวว่า : -

كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ لاَ يَغْدُو يَوْمَ الْفِطْرِ حَتَّى يَأْكُلَ تَمَرَاتٍ  

“ท่านนะบี นั้น จะยังมิได้ออกไปในตอนเช้า วันอีดิลฟิฏริ จนกว่าว่าท่านจะรับประทานผลอินทผลัมหลายผล”

และอัลบุคอรีย์ รายงานต่อไปอีกเป็นการเสริมว่า :

’’ وَيَأْكُلُهُنَّ وِتْرًا ‘‘       “และท่านจะรับประทานผลอินทผลัมเหล ่านั้นเป็นจำนวนคี่”

อิบนุ คุชัยมะฮ์ บอกว่า ฮะดีษนี้ต่อกัน

และในวันอีดิลอัฏฮา ท่านจะไม่รับประทาน ก่อนทำการละหมาดอีด เพื่อที่ท่านจะได้รับประทานเนื้ออุฏฮียะฮ์ของท่าน หากท่านมีอุฏฮียะฮ์

2- ควรอาบน้ำล้างชำระร่างกาย สำหรับวันอีดทั้งสอง พร้อมใส่เครื่องหอม และการแต่งตัวให้สวยงาม

3- ควรเชือดสัตว์พลี ในวันอีดิลอัฏฮา เนื่องจากมีรายงานจากอัลฮะซัน บินอลี รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า : -

أَمَرَنَا رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فِي الْعِيدَيْنِ أَنْ نَلْبَسَ أَجْوَدَ مَا نَجِدُ , وَأَنْ نَتَطَيَّبَ بِأَجْوَدِ مَا نَجِدُ , وَأَنْ نُضَحِّيَ بِأَسْمَنِ مَا نَجِدُ , الْبَقَرَةُ عَنْ سَبْعَةٍ , وَالْجَزُورُ عَنْ عَشَرَةٍ , وَأَنْ نُظْهِرَ التَّكْبِيرَ وَالسَّكِينَةَ وَالْوَقَارَ  

       “ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ได้สั่งพวกเรา ในวันอีดทั้งสอง ให้เราสวมใส่เสื้อผ้า ที่ดีที่สุด ที่เรามี ให้พวกเราใส่เครื่องหอม ที่ดีที่สุด ที่เรามี และให้พวกเราเชือดสัตว์พลี ที่อ้วนที่สุด ที่เรามีอยู่ วัวหนึ่งตัว ได้เจ็ดส่วน (คน) และอูฐหนึ่งตัว ได้สิบส่วน (คน) และให้พวกเราออกเสียงตักบีร (ด้วยเสียงดัง) ให้พวกเราสุขุมสงบเสงี่ยม”

ในทัศนะของมัซฮับ ชาฟีอีย์ นั้น อูฐหนึ่งตัว ได้เจ็ดส่วน เท่ากับวัว

4- ออกไปละหมาดอีด ทางหนึ่ง และย้อนกลับ อีกทางหนึ่ง ดังที่มีรายงานของอบี ฮุรอยเราะฮ์ กล่าวว่า :

كَانَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِذَا خَرَجَ إِلَى الْعيد ر َجَعَ فِي غَيْرِ الطَّرِيقِ الَّذِي خَرَجَ فِيهِ 

“ปรากฏว่าเมื่อท่านนะบี  ออกไปละหมาดอีดนั้น ท่านจะกลับทางอื่น ที่มิใช่เส้นทางตอนขาออก”

5- มีอยู่หลายรายงานระบุว่า บรรดาศ่อฮาบะฮฺ  นั้น ได้กล่าวให้การอวยพรต่อกัน ในวันอีดว่า :

’’تقبل الله منا و منكم‘‘ 

 “ขออัลลอฮทรงรับจากพวกเรา และพวกท่าน”

6- ทำการกล่าวตักบีร ในบรรดาวันอีดทั้งสอง เนื่องจากมีคำตรัสของอัลลอฮ์ ที่ว่า: - ...และเพื่อพวกเจ้า ได้ให้ครบถ้วน ซึ่งจำนวนวัน (ของเดือนรอมาฎอน) และเพื่อพวกเจ้า จะได้ให้ความเกรียงไกร แด่อัลลอฮ์ ในสิ่งที่พระองค์ทรงแนะนำ แก่พวกเจ้า และเพื่อพวกเจ้าจะขอบคุณ (อัลบากอเราะฮ์  185)

 และคำตรัสของอัลลอฮ์   ที่ว่า : เช่นนั้นแหละ เราได้ทำให้มันยอมจำนนต่อพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจักได้แซ่ซร้องสรรเสริญ อัลลอฮ์ อย่างเกรียงไกร ต่อการที่พระองค์ทรง ชี้แนะแก่พวกเจ้า...(อัลฮัจญ์ 37)

 และการกล่าวตักบีร ในวันอีดิลฟิฏริ เริ่มตั่งแต่เวลาออกไปละหมาด จนเริ่มถึงเวลาอ่านคุฏบะฮ์

ในทัศนะของมัซฮับ ชาฟีอีย ์นั้น เริ่มตักบีรได้ ไม่ต้องเกี่ยวกับอะไร

-ไม่ต้องผูกพันอยู่กับสภาพใด จะกระทำได้ ไม่ว่าจะอยู่ในบ้านพักอาศัย ในมัสญิด ในถนนหนทาง เริ่มในคืนวันอีดทั้งสอง คือคืนวันดีดิลฟิฏริ และคืนวันอีดิลอัฎฮา

ส่วนที่มีการจำกัด เป็นเวลาหลังละหมาดฟัรฎูทุกเวลา ในวันอีดิลฟิฏริ เริ่มตักบีรเช้าวันอีด ไปจนจบที่เมื่ออิมามเข้าที่ละหมาด และในวันอีดิลอัฎฮา เริ่มแต่เช้าของวันอะรอฟะฮ์ แล้วไปจบที่เวลาอัศริ ของวันที่สิบสามของเดือนซิลฮิจยะฮ์ เป็นที่ทราบดีตามมัซฮับ ชาฟีอียฺ์

และในทัศนะของมัซฮับ มาลีกีย์ ให้เริ่มหลังดุฮริ ของวันที่เชือด -วันนะฮัร- จนถึงวันที่สิบสาม ตอนเช้าของเดือนนั้น

تقبل الله منا و منكم

โดย มุฮัมมัด อาลี โต๊ะลง

/www.islammore.com

วิธีละหมาดอีด

(ลักษณะเหมือนกับละหมาดทั่วไป แตกต่างกันที่จำนวนการตักบีร)

1. ผู้ละหมาดเข้าแถวพร้อมกัน ตั้งเจตนาละหมาดอีดิ้ลฟิตรฺ หรืออีดิ้ลอัฏฮา
2. ตั๊กบีรร่อตุลเอียะรอม ( คือ กล่าว อัลลอฮุอักบักร พร้อมยกมือกอดอก ยกมือครั้งเดียว ในร็อกอะฮฺแรก เท่านั้น)
3. ตักบีรอีก 7 ครั้ง (อัลลอฮุอักบักร) (จากบันทึกของอบูดาวูด และอัดดารุกุฏนี) โดยไม่ต้องยกมือ เมื่อเสร็จแต่ละตักบีร ควรเว้นระยะสักขณะหนึ่ง ไม่ต้องอ่านอะไร หรือจะอ่าน

سبحان الله ، والحمد لله ، ولا إله إلا الله ، والله أكبر
 
“ซุบฮานัลลอฮฺฮิ , วัลฮัมดุลิลลาฮฺ , ว่าลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ , วัลลอฮุอักบัร”

4. อ่านดุอาอฺอิฟติตา (คำวิงวอนเปิดการละหมาด)บทใดบทหนึ่ง
5. อ่านอัลฟาติฮะฮฺแล้วกล่าว อามีน ให้กล่าวเสียงดัง
6. มีซุนนะฮฺให้อ่าน กอฟ วัลกุรอานิลมะญีด หรือ สับบิฮิสม่าร็อบบิกัลอะลาฯ ซูเราะฮฺใดซูเราะฮฺหนึ่ง และมีซุนนะฮฺให้อ่าน ทั้งซูเราะฮฺ เสียงดังเช่นกัน หรือถ้าจำซูเราะฮฺดังกล่าวไม่ได้ จะอ่านซูเราะฮฺอื่นก็ได้ 
7. จากนี้ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการละหมาดทั่วๆไป จนกระทั่งถึงการสุญูด 
 
(จบร็อกอะฮฺที่ 1)
 
ร็อกอะฮฺที่ 2
 
8. เมื่อสุญูดครั้งที่ 2 เสร็จแล้ว กล่าว “อัลลอฮุ อักบักร” พร้อมเงยขึ้นจากสุญูด ใช้มือทั้งสอง ช่วยในการลุกขึ้น ทำร็อกอะฮฺที่ 2 เอามือกอดอกดังเดิม โดยไม่ต้องยกมือ 
9. ให้กล่าวตักบีร อีก 5 ครั้ง เหมือนร็อกอะฮฺแรก ระหว่างตักบีร แต่ละตักบีรควรนิ่งสักขณะหนึ่ง หรือกล่าวดังเช่น ข้อ 3 
10. อ่านอัลฟาติฮะฮฺ แล้วกล่าวอามีนเสียงดัง 
11. อ่านสูเราะฮฺอัลเกาะมัรฺ หรือจะอ่านสูเราะฮฺอัลฆอชิยะฮฺ หรือจะอ่านสูเราะฮฺอื่น หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอัลกุรฺอาน ก็ได้
 
*ข้อควรระวัง ในการอ่านซูเราะฮฺ ถ้าร็อกอัตแรก ด้วยซูเราะฮฺ อัลอะอฺลา และในร็อกอัตที่สอง ด้วยซูเราะฮฺอัลฆอชิยะฮฺ หรือ จะอ่านซูเราะฮฺ กอฟ ในร็อกอัตแรก และซูเราะฮฺ อัลเกาะมัร ในร็อกอัตที่สอง ซึ่งทั้งสองซูเราะฮฺนี้ มีหลักฐานอ้างจากหะดีษของท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม 
 12. จากนี้ ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการละหมาดทั่วๆไป จนกระทั่งถึงการให้สล่าม
13. เมื่อให้สล่ามแล้ว สำหรับละหมาดอีดิ้ลฟิตรฺ ก็หมดเขตตักบีร ส่วนอีดิ้ลอัฏฮานั้น จะต้องกล่าวตักบีร จนกว่าค่อเตบจะขึ้นมิมบัร   

(จบวิธีละหมาดอีด)

(- การกล่าวตักบีรฺ ในวันอีดิลฟิฏริ นั้น อนุญาตให้กล่าว ตั้งแต่เมื่อมีการเห็น (หรือทราบข่าวการเห็น) จันทร์เสี้ยว ภายหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าของวันที่ 29 เดือนเราะมะฎอน จนกระทั่งอิมามยืน เพื่อนมาซอีดิลฟิฏริ    - การกล่าวตักบัรฺ ในวันอีดุลอัฎฮา เริ่มต้นให้กล่าว ภายหลังนมาซศุบหฺของวันที่ 9 ซุลหิจญะฮฺ (คือวันอะเราะฟะฮฺ ซึ่งจะกล่าวเรื่อยไป จนกระทั่งไปถึงเวลานมาซอัศริ ของวันที่ 13 ซุลหิจญะฮฺ (นี่เป็นทัศนะของท่านอฺลีย์ และท่านอิบนุมัสอูด ซึ่งถือว่าเป็นทัศนะที่ถูกต้องที่สุด)

www.muslimthai.com

หน้าหลัก

ตุลาคม 17, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม