Custom Search

ดอกเบี้ยจัดเป็นเครื่องมือทางการเงิน ที่สำคัญมาก ดังนั้น การที่ผู้ประกอบการมีความรู้เรื่องดอกเบี้ย จึงช่วยให้การวางแผนทางการเงินของบริษัท มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในการทำธุรกิจไม่ว่าผู้ประกอบการจะเหลียวซ้ายแลขวา หรือจะหันไปมองทางไหนก็ตาม ต่างก็ต้องเคยได้พบเจอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “ดอกเบี้ย” มาด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งดอกเบี้ยถือเป็นกลไกสำคัญ ที่ควบคุมระบบการเงินมาตั้งแต่อดีต นับตั้งแต่ที่ผู้คนเริ่มติดต่อซื้อขายสินค้า และบริการระหว่างกัน โดยใช้เหรียญและธนบัตรเป็นสื่อกลางทดแทนมูลค่า เพียงแต่ก่อนหน้านั้น อาจจะยังไม่ได้บัญญัติคำว่าดอกเบี้ยขึ้นมาเท่านั้นเอง โดยในปัจจุบันเรื่องของดอกเบี้ย มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจค่อนข้างมาก และถูกจัดเป็นเครื่องมือที่ใช้บริหารในทุกๆ เรื่อง ที่มีส่วนคาบเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน สาระความรู้ในเรื่องของดอกเบี้ยจึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกๆคน ควรรู้เอาไว้ โดยวันนี้เราจะนำเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับดอกเบี้ยมานำเสนอแก่ผู้ประกอบการทุกท่าน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการ ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้
 
อัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการจะถูกกำหนดโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
 
ดอกเบี้ย คืออะไร?
 
ดอกเบี้ย ตามความหมายทางเศรษฐศาสตร์ สามารถตีความออกมาได้หลายทาง แต่ในคนส่วนใหญ่ มักจะเข้าใจตรงกันว่าดอกเบี้ย คือ เงินที่จะได้เพิ่มขึ้น ในลักษณะของค่าตอบแทน ที่ผู้ปล่อยกู้ ได้จากผู้ขอกู้ ซึ่งในทางกลับกัน ผู้ขอกู้ก็จำเป็นจะต้องจ่ายเงิน ในส่วนนี้ (ดอกเบี้ย) กับผู้ให้กู้ นอกเหนือจากในส่วนของเงินต้นที่กู้มาด้วย ซึ่งจำนวนค่าตอบแทนในลักษณะของดอกเบี้ย จะมีการคิดในรูปแบบร้อยละเป็นหลัก เช่น ร้อยละ 3, ร้อยละ 5, ร้อยละ 20 ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่ทั้ง 2 ฝ่ายยินยอมร่วมกันก่อนจะทำสัญญา แต่จะต้องไม่เกินที่กฎหมายระบุไว้ มิเช่นนั้นจะมีความผิด ซึ่งอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการ จะถูกกำหนดจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย
 
หลังจากที่ได้ทราบความหมายโดยสังเขป ของดอกเบี้ยไปแล้ว ส่วนต่อมาก็คือเรื่องของคุณประโยชน์ การบริหารธุรกิจภายใต้ข้อจำกัดของดอกเบี้ย และข้อควรระวัง ซึ่งทางเราได้สรุปวิธีการสำคัญมาแบบรวบย่อที่สุด เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ และนำไปปฏิบัติ โดยมีข้อที่ควรจะต้องพิจารณา ดังต่อไปนี้
 
จะออมเงินเอาผลกำไรต้องดูจังหวะ
 
เมื่อผลการดำเนินธุรกิจออกมาเป็นบวก และมีรายรับเป็นผลกำไรที่น่าพอใจ ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ พร้อมทั้งวิสัยทัศน์มักจะนำเงินในส่วนดังกล่าว ไปต่อยอดในลักษณะของการลงทุน แบบต่อเงิน ซึ่งวิธีการลงทุนที่นิยมทำมากที่สุด และมีความเสี่ยงน้อย ก็คือ การนำเงินไปฝากออมทรัพย์ไว้กับธนาคาร เพื่อหวังผลตอบแทนกลับคืนมา ในลักษณะของดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งถ้าอยากได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ผู้ประกอบการจะต้องรอดูจังหวะ และอัตราการให้ดอกเบี้ยของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ที่มักมีการขยับขึ้นและลงตลอดเวลา ตามทิศทางเศรษฐกิจเป็นหลัก เพื่อนำมาเปรียบเทียบการจ่ายผลตอบแทน ที่น่าสนใจมากที่สุด หรือหากผู้ประกอบการ ตรวจสอบดูแล้วพบว่า อัตราดอกเบี้ยการออมทรัพย์ ยังไม่น่าสนใจพอ ก็อาจจะเปลี่ยนไปลงทุนในวิธีอื่นๆได เช่น ซื้อพันธบัตรของรัฐบาล ซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อเก็งกำไร ลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนอื่นๆ หรือแม้แต่การทำประกันภัยทางธุรกิจ ก็อยู่ในวิถีทางที่พอทำได้ และให้ผลตอบแทนที่งดงามเช่นกัน แต่ผลตอบแทนที่ได้รับ อาจจะมิใช่อยู่ในรูปของดอกเบี้ย พร้อมทั้งต้องยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นตามมาด้วย
 
กู้เงินเพื่อลงทุนยิ่งต้องดูอัตราดอกเบี้ย
 
วิธีการเพิ่มเงินทุนให้กับธุรกิจที่สำคัญมากที่สุดอีกวิธีหนึ่ง ก็คือการไปขอกู้จากสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า นอกเหนือจากผู้ประกอบการ จะต้องชดใช้คืนจำนวนเงินต้นเต็ม ตามที่ได้ขอกู้ไปแล้วบริการนี้ ก็ไม่ได้ให้ฟรี แต่มีการคิดค่าบริการ และความเสี่ยงในรูปแบบของค่าดอกเบี้ย ที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายเพิ่มเข้าไปด้วย ดังนั้น การลงทุนด้วยวิธีการกู้ยืมเงิน จากภายนอก เข้ามาใช้ภายในกิจกรรมของทางบริษัทผู้ประกอบการ ยิ่งจะต้องใส่ใจในเรื่องดอกเบี้ย ให้มากเป็นพิเศษ เพราะมันคือต้นทุนที่มาพร้อมกับเงินกู้ ในเวลาเดียวกัน ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องตรวจสอบดูให้ดีทุกครั้ง ก่อนที่จะกู้ แล้วนำมาคำนวณหาจุดคุ้มทุน และโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ เมื่อเทียบกับเวลาในการผ่อนชำระ ซึ่งหากผู้ประกอบการวางแผนผิดพลาด ขาดส่งหรือผ่อนชำระช้าไป แม้แต่วันเดียวดอกเบี้ยจะขยายตัวแบบทวีคูณ และนั่นก็จะกลายเป็นฝันร้ายที่น่ากลัวที่สุดของการกู้เงิน
 
ดอกเบี้ยเป็นได้ทั้งผลประโยชน์และภาระ
 
ดอกเบี้ยสามารถให้ทั้งคุณ และโทษกับธุรกิจของผู้ประกอบการได้ ในคราวเดียวกัน หากไม่รู้จักการใช้อย่างถูกวิธี ซึ่งหากผู้ประกอบการ ยืนอยู่ในมุมของผู้ลงทุน ที่ต้องการได้ผลตอบแทนกลับคืนมา ในรูปแบบของดอกเบี้ย จงหาวิธีการและข้อตกลง ที่จะทำให้ดอกเบี้ยอยู่ในอัตราร้อยละที่สูงที่สุด เท่าที่จะเรียกได้ หรืออย่างน้อย ก็เป็นไปในรูปแบบของขั้นบันได ที่จะต้องเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี แต่ในทางกลับกัน หากผู้ประกอบการ ยืนอยู่ในมุมของผู้กู้ ที่ต้องจ่ายค่าดอกเบี้ย เป็นการทดแทน ทั้งตัวเงินต้น หรือเมื่อเกิดการผิดสัญญา ฯลฯ ผู้ประกอบการ จะต้องเสาะหาสถาบันทางการเงิน หรือแหล่งเงินทุนที่คิดดอกเบี้ย ในอัตราที่ต่ำที่สุดด้วย เพื่อเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด และไม่เป็นการบีบลดสภาพคล่องของบริษัท มากจนเกินไปนัก ซึ่งจะกลายเป็นที่มาของภาระทางการเงิน ที่อาจจะทำให้ธุรกิจล้มละลายได้ หากต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นที่กู้มา
 
เป็นเครื่องมือในการควบคุมธุรกิจ
 
ถ้ามีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก แสดงว่าเศรษฐกิจของประเทศ มีอัตราเงินเฟ้อสูงทุกๆรัฐบาลทั่วโลก มักจะนิยมนำดอกเบี้ย มาใช้เป็นเครื่องมือในการบังคับควบคุม ให้ระบบเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศ เป็นไปตามที่ตนเองต้องการเสมอ หรืออย่างน้อย ก็เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ที่เกิดขึ้น โดยการปรับขึ้น และลดอัตราดอกเบี้ยในแต่ละครั้ง มักจะมีนัยยะสะท้อนสภาพเศรษฐิจ ณ ขณะเวลานั้น ได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้ประกอบการ จะต้องสนใจ และอ่านกระแสของดอกเบี้ยให้ได้ เพื่อเป็นการประเมินเศรษฐกิจในขณะนั้น อาทิเช่น หากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก แสดงว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศ มีอัตราเงินเฟ้อที่สูงมาก สินค้าเครื่องใช้มีขนาด และรูปแบบเหมือนเดิม แต่กลับมีราคาเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่ค่าเงินลดลงต่ำลง จึงทำให้มีเงินอยู่ในระบบตลาดมากเกินไป รัฐจึงมีนโยบายขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อเอาเงินในตลาด เก็บเข้ามาอยู่ในธนาคารนั่นเอง แต่ในทางกลับกัน หากธนาคารลดดอกเบี้ยเงินกู้ ตามนโยบายของรัฐบาล แสดงว่าในช่วงเวลานั้น ภาครัฐต้องการส่งเสริมการลงทุน อันจะทำให้ธุรกิจที่กู้เงินในช่วงเวลานี้ ได้ประโยชน์พร้อมการสนับสนุนเป็นอย่างมาก ซึ่งหากผู้ประกอบการมีความรู้ และอ่านออกในกลยุทธ์นี้ ผู้ประกอบการจะทราบได้เองว่า ควรที่จะต้องดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างไร เพื่อเป็นการตอบรับกับอัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น
 
ดอกเบี้ยสามารถบริหารจัดการได้
 
ถึงแม้อัตราดอกเบี้ย จะถูกกำหนดอย่างตายตัว และเน้นเป็นหัวข้อใหญ่ ตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มเซ็นสัญญาแล้ว แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่สามารถจัดการบริหาร ด้วยตัวผู้ประกอบการเองได้ เพราะหากผู้ประกอบการ ลองอ่านในสัญญาอย่างละเอียด ส่วนมากมักจะเปิดช่องให้ผู้ประกอบการ สามารถจัดการเองได้ในบางส่วน เช่น หากเพิ่มเงินฝากมากขึ้น จะได้ดอกเบี้ยมากขึ้น การฝากประจำจะได้ดอกเบี้ย แบบก้าวกระโดด หรือการส่งเงินต้นเข้ามาเติมในยอดรวมการผ่อนชำระให้มากขึ้น เพื่อลดค่าดอกเบี้ยในกรณีของการกู้เงิน เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันระหว่างสถาบันการเงิน ที่มีสูงขึ้น จึงมีผลดีที่มาตกอยู่กับผู้ประกอบการ ที่สามารถเลือกสิทธิพิเศษที่ดีที่สุดให้กับธุรกิจได้
 
ศึกษาข้อมูลให้มากที่สุดหากมีเรื่องของดอกเบี้ยเกี่ยวข้อง
 
ถึงแม้จะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยมาจาก กนง. แต่นั่นก็เป็นเพียงกรอบคร่าวๆเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงของธุรกิจสถาบันการเงินปัจจุบัน มีการแข่งขันกันสูงมาก ในธนาคารพาณิชย์หลายๆแห่ง รวมถึงพวก Nonbank ด้วย จึงมักมีอัตราดอกเบี้ย ที่แตกต่างกัน รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยของโปรโมชั่น ที่ไม่เหมือนกันด้วย ซึ่งมีแนวโน้ม จะเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของผู้ประกอบการ มากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ทั้งในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝาก และดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนั้น ก่อนที่ผู้ประกอบการจะทำธุรกรรมทางการเงินอะไร ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดอกเบี้ย คุณจะต้องตรวจสอบข้อมูล จากหลายๆ ผู้ให้บริการเสียก่อน เพื่อคัดเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุด สำหรับใช้บริหารดอกเบี้ยทางธุรกิจ ของผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
ดอกเบี้ยไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนแต่ประการใดเลย หากผู้ประกอบการเรียนรู้ที่จะเข้าใจ และบริหารมันอย่างถูกวิธี เพราะการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยแต่ละครั้ง มีสาเหตุที่มาที่ไปที่พอจะคาดคะเนได้ การวางแผนไว้เสียตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นแนวทางการจัดการบริหารดอกเบี้ยที่ดีที่สุด เพราะอย่างไรเสียคำพูดที่มีผู้กล่าวเอาไว้ว่า “ดอกเบี้ย ก็คือ นายที่เคร่งครัด กับ เป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์” ก็ยังสามารถสะท้อน และบ่งบอกความเป็นตัวตนของดอกเบี้ยได้เป็นอย่างดี

http://incquity.com

ดอกเบี้ย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ดอกเบี้ย (อังกฤษ: Interest) คือเงินที่ได้รับเพิ่มขึ้นจากการลงทุน โดยการคำนวณเป็นอัตราร้อยละต่อปี ในทางเศรษฐศาสตร์ ดอกเบี้ยเป็นเครื่องควบคุมอัตราเงินเฟ้ออีกด้วย คือ เมื่อใดที่เกิดอัตราเงินเฟ้อขึ้น แสดงว่า มีปริมาณเงินในตลาด (หมายถึงเงินในมือประชาชน) จำนวนมาก และสินค้าจะราคาแพงขึ้น การขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ ทำให้เงินได้ออกจากตลาดไป ปริมาณเงินจะลดลง เงินเฟ้อก็จะลดลง

ดอกเบี้ย

ค่าตอบแทนที่บุคคลหนึ่ง ต้องใช้ให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เพื่อการที่ได้ใช้เงินของบุคคลนั้น หรือ เพื่อทดแทนการไม่ชำระหนี้ หรือชำระหนี้ไม่ถูกต้อง

http://lexitron.nectec.or.th/2009_1/index.php?q=lookup/form/submit

 

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม