เป็นลม หรือ หมดสติ?

เคยเป็นกันไหม? “หน้ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม”

การเป็นลม เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอชั่วคราว เชื่อว่าหลายคนที่เจอภาวะอากาศอบอ้าว สถานที่ที่คนอยู่กันหนาแน่น ลมพัดผ่านไม่สะดวก หรือผู้ที่ชอบนอนดึก อดอาหาร จนท้องร้องจ๊อก ๆ ก็ยังไม่ยอมหาอะไรใส่กระเพาะ คงหลีกเลี่ยงอาการเป็นลมไม่พ้น นอกจากนี้ ยาบางชนิดยังทำให้คนเป็นลมง่าย เช่น ยาระงับประสาท ยาลดความดันเลือด ยาลดน้ำตาลในเลือด หรือผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ความดันเลือดสูง ก็มีโอกาสเป็นลมง่ายกว่าคนปกติเช่นกัน

สัญญาณเตือน ก่อนหมดสติ

ส่วนใหญ่มักพบผู้ที่เป็นลมแต่ไม่หมดสติ มากกว่าผู้ที่เป็นลมและหมดสติไปเลย หรือบางคนจะมีอาการเตือนก่อนจะเป็นลมหมดสติ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มวนท้อง อยากถ่าย เหงื่อแตก ตัวเย็น ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ อาจมีอาการใจสั่นนำมาก่อน แต่บางคนอาจไม่มีอาการใด ๆ เลยก็เป็นได้ และขณะหมดสติ บางคนอาจมีอาการเกร็ง กล้ามเนื้อกระตุก (จำไว้ให้ดี อย่าไปสับสนกับโรคลมชัก หรือ ลมบ้าหมู)

เป็นพลเมืองดีทั้งที ต้องรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง หากพบเห็นผู้ที่เป็นลม มีวิธีช่วยเหลือเบื้องต้นดังนี้

1. ตรวจชีพจรให้เป็น : อาจจับที่ข้อมือ โดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางของมือที่ถนัด จับลงบนข้อมือทางด้านหัวแม่มือ ถ้าชีพจรเบาให้ใช้มือหรือยาหม่องนวดได้ทั่วตัว ยกเว้นหน้าและบริเวณอวัยวะเพศ
2. มุงเมื่อไหร่ ตายเมื่อนั้น : เห็นคนเป็นลม อย่าเข้าไปใกล้ ยกเว้นเข้าไปช่วย รีบจับผู้ป่วยนอนราบในที่ร่ม บนพื้นแห้ง คลายเสื้อผ้าให้หลวม แกะเข็มขัด ผ้าพันคอ ถอดรองเท้า ถ้ามีพิมเสนหรือยาหม่องให้ทาบาง ๆ ที่ริมฝีปากบน และใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก ๆ ชุบน้ำเย็น เช็ดหน้า เช็ดตัว หน้าอก และแขนขา แต่ห้ามเช็ดที่ท้องเด็ดขาด! เพราะถ้าท้องเย็น จะทำให้ผู้ป่วยอาเจียนได้
3. ขาสูง หัวต่ำ : หาหมอน กระเป๋า หรือผ้ารอง เพื่อยกขาผู้ป่วยให้สูงขึ้น และจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ

รู้ไว้ใช่ว่า

การเป็นลมหมดสติไปชั่วคราว แต่หายใจได้ดี และรู้สึกตัวภายใน 2-3 นาที ไม่น่าเป็นห่วง แต่ถ้าหมดสติไปนานเกิน 5 นาที หายใจขาดช่วง ไม่สม่ำเสมอหรือช้าผิดปกติ ต้องรีบนำส่งแพทย์ทันที และระหว่างทางไปโรงพยาบาล ควรอยู่ในท่านอนกึ่งคว่ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ทางเดินหายใจอุดตัน หรือหากผู้ป่วยอาเจียน ให้จับนอนตะแคง เพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารผลัดเข้าหลอดลม

ที่สำคัญ หากผู้ป่วยฟื้นจากการเป็นลม ควรให้แพทย์ตรวจร่างกายหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเป็นโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ นะจ้ะ.


หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม