สมุนไพรใกล้บ้าน ต้านสารพัดโรคหน้าหนาว

"หน้าหนาวทีไร เป็นหวัดทุกที” คำพูดนี้เราคงได้ยินกันบ่อย เมื่อถึงช่วงเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ฤดูหนาว หากสุดวิสัยที่จะดูแลสุขภาพได้ เจ้าเชื้อโรคต่าง ๆ ก็จะแล่นเข้าสู่ร่างกายทำให้ไม่สบายเอาง่าย ๆ ยิ่งธาตุทั้ง 4 ไม่สมดุลด้วยแล้ว ตามความเชื่อของแพทย์แผน ไทยเชื่อว่า จะส่งผลทำให้ ร่างกายเจ็บป่วยเรื้อรัง กินไม่ได้ นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว

นายแพทย์นรา นาควัฒนานุกูล อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้อธิบายถึง ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของ ร่างกายว่า คนเรามีธาตุเป็น องค์ประกอบของร่างกาย 4 ธาตุ ได้แก่ ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ โดยการเจ็บป่วยในแต่ละช่วงฤดูจะขึ้นอยู่กับการเสียสมดุลของธาตุนั้น ๆ ซึ่ง การเจ็บป่วยในฤดูหนาวมักเกี่ยวข้องกับธาตุน้ำในร่างกายเสียสมดุล เป็นเหตุให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะอาการไข้หวัด เจ็บคอ แสบคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และโรคในระบบทางเดินอาหารจะมีอาการอุจจาระร่วง ซึ่งโรคนี้จากสถิติจะพบว่าเป็นกันมากที่สุด

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้มีหลักการในการใช้พืชสมุนไพร ไทยที่เป็นทั้งอาหารและยาหาได้ทั่ว ๆ ไปอยู่ใกล้บ้านเรามาฝาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พืชต้านโรคหน้าหนาว อย่าง ฟ้าทะลายโจร ซึ่งจากการวิจัยพบว่าเป็นสมุนไพรไทยที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้ดีในหน้า หนาว และได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เนื่องจากมีสารสำคัญจำพวก ไดเทอร์ปินแลคโตน (Diter-penelactones) ซึ่งเป็นกลุ่ม สารที่มีกลไกการออกฤทธิ์ช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานและระบบภูมิคุ้มกันให้ทำ หน้าที่ได้ดีขึ้น ช่วยลดไข้ ต้านการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด และช่วยในการรักษาโรคท้องร่วงได้ดีอีกด้วย โดยมี

สารออกฤทธิ์รักษาโรค 3 ตัว คือ แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) นีโอแอนโดรกราโฟไลด์ (Neoandrographolide) ดีออกซีแอนโดรกราโฟไลด์ (Deoxyandrographolide)

ฟ้าทะลายโจร เป็นไม้ ล้มลุกสูง 1-2 ศอก ลำต้นสี่เหลี่ยมตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ใบเรียวกว้างประมาณ 1 ซม. ดอกออกเป็นช่อเล็ก ๆ สีขาวมีรอยประสีม่วงแดง กลีบ ดอกด้านบนมี 3 หยัก ด้านล่างมี 2 หยัก ผลเป็นฝักคล้ายฝักต้อยติ่ง เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน ต้นและใบมีรสชาติขมมาก ส่วนที่ใช้เป็นยาคือ ราก ใบ กิ่ง ก้านและลำต้น ซึ่งมีชื่อพื้นเมืองอื่น ๆ คือ น้ำลายพังพอน, ยากันงู, ฟ้าลาง, เมฆทะลาย, ฟ้าสะท้าน, สามสิบดี มีชื่อเป็นภาษาจีนกลางว่า “ชวนซิเหลียน” แปลว่า “ดอกบัวอยู่ในหัวใจ”

วิธีการปลูก ใช้เมล็ดโรยลงดิน กลบดินไม่ต้องลึกแล้ว รดน้ำให้ชุ่ม มักนิยมปลูกตอนต้นฤดูฝน ไม่ชอบแดดจัดมาก หากอยู่ในที่แจ้งต้นจะเตี้ยใบเล็กหนา และในที่ร่มต้นจะสูง ใบใหญ่แต่บาง ควรปลูกในที่ไม่ร่มและไม่แจ้งนัก ในฤดูฝนไม่จำเป็นต้องรดน้ำ แต่ในฤดูแล้งควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ ถ้าปลูกขึ้นได้หนึ่งต้นจนมีฝักแก่ เมล็ดจะกระจายออกไปขึ้นทั่วจนต้องถอนทิ้งบ้าง

สรรพคุณของฟ้าทะลายโจรมีมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แก้ไข้ทั่ว ๆ ไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ระงับอาการอักเสบ ไอ เจ็บคอ คออักเสบต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนังฝี แก้ติดเชื้อ จำพวกทำให้ปวดท้อง ท้องเสียบิด และแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ ถ้าใช้แก้ไข้หวัด ปวดหัวตัวร้อนให้ใช้ส่วนใบและกิ่งตากให้แห้งหรือใช้แบบสด ๆ ก็ได้ ถ้าตากแห้งใช้ 3 กรัม แบบสดใช้ 25 กรัม นำมาต้มในน้ำ จนเดือด และดื่มก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง

เช้า-เย็น หรือเวลามีอาการ ถ้าใช้สำหรับแก้ท้องเสีย ท้องเดิน เป็นบิดมี ไข้ ให้ใช้ทั้งใบและต้นล้างให้สะอาดผึ่งลมให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 กำมือ หนักประมาณ 3-9 กรัม ต้มกับน้ำประมาณ 10-15 นาที ดื่มตลอดวัน เราจะเห็นได้ว่า ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรไทยที่ใช้เป็นยาครอบจักรวาล

ในการรักษาโรคได้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็นอาการ ไข้หวัด เจ็บคอ แก้ท้องเสีย นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรไทยที่เรารู้จักและหาได้ง่ายจากในครัวเรือน โดย นพ.นรา บอกว่า มะนาว มีประโยชน์ใช้เป็นสมุนไพร ขับเสมหะ แก้ไอ เลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม เนื่องจากกรดที่มีอยู่ในน้ำมะนาว กระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้เกิดการชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ วิธีการใช้ให้ใช้ผลสดคั้นน้ำจะได้น้ำมะนาวเข้มข้น ใส่เกลือเล็กน้อยแล้วจิบบ่อย ๆ หรืออาจทำเป็นน้ำมะนาวใส่เกลือและน้ำตาล ปรุงรสให้เข้มข้น ดื่มบ่อย ๆ ก็ได้ หอมแดง ฟลา โวนอยด์ในหอมแดงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ การบริโภคหอมแดงเป็นประจำ จึงสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลและช่วยในการไหลเวียน ของโลหิตดี ขึ้น ลดไขมันในเส้นเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ สามารถป้องกันการติดเชื้อและที่สำคัญช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดได้

ผลไม้ที่ช่วยในการรักษาโรคท้องร่วง ท้องเสียที่เป็นกันมากในช่วงหน้าหนาวนี้ คุณหมอนรา แนะนำให้รับประทาน กล้วยน้ำว้า มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและยับยั้งการเจริญ เติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียเรื้อรัง จากการวิจัยค้นพบสารแทนนิน (Tannin) ซึ่งมีรสฝาดใช้ใน การแก้อาการท้องเสียได้ โดยนำกล้วยดิบมาหั่นบาง ๆ ตากแดดให้แห้งและบดให้ละเอียดเป็นแป้ง ใช้ผงกล้วยนี้ในปริมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ใส่ในถ้วยน้ำชาและเอาน้ำผึ้งผสม 1 ช้อนโต๊ะ รับประทานแก้ท้องเสีย ฝรั่ง มีสรรพคุณในการรักษาท้องร่วงเฉียบพลัน ในใบฝรั่งมีฤทธิ์ ต่อระบบทางเดินอาหาร ลดการบีบตัวของลำไส้ เพราะมีสารแทนนิน ใช้รักษาโรคอหิวาตกโรค ต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ให้ใช้ใบฝรั่ง 10-15 ใบ บดผสมน้ำ 1 แก้ว กรองแล้วต้ม 3 นาที เหยาะเกลือ ดื่มแก้ปวดท้อง ปัจจุบันมียาสำเร็จรูปจากใบฝรั่ง ผลิตโดยองค์กรเภสัชกรรม เป็นแคปซูล บรรจุในแคปซูลละ 250 มิลลิ กรัม รับประทาน 3-5 เม็ด ทุก 6 ชม. จะแก้อาการท้องเสียได้ เช่นกัน

สมุนไพรของภูมิ ปัญญาไทยมีสรรพคุณมาก มาย ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหนไกลอยู่ใกล้บ้านเรานั่นเอง หาก เรารู้จักศึกษาสรรพคุณ และวิธีการใช้อย่างถูกต้องแล้ว ก็ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน กับการเจ็บป่วยในหน้าหนาวนี้อีกต่อไป เพราะสมุนไพรไทยช่วยในการบรรเทา และต้าน โรคได้ดี

รสชาติอาหาร ป้องกันการเจ็บป่วยในหน้าหนาว

นพ.นรา นาควัฒนานุกูล อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในช่วงหน้าหนาว ว่า ทางการแพทย์แผนไทยได้ใช้ทฤษฎีเรื่องของอาหารปรับสมดุลของธาตุน้ำได้ โดยใช้ รสชาติของอาหารป้องกันภาวะการเจ็บป่วย ช่วยให้ธาตุทั้ง 4 ในร่างกายสมดุล โดยแนะนำให้รับประทาน อาหารรสเปรี้ยว, ขม มากกว่ารสอื่น ๆ เช่น อาหารประเภทต้มยำ ยำต่าง ๆ น้ำพริกมีรสเปรี้ยว ผักจิ้มเครื่องเคียงมีรสเปรี้ยว

อาหารที่มีรสขม เช่น ยอดมะกอก ช่อมะม่วง ยอดติ้วยอดแต้ว ผักเม็ก มะระ สะเดา แกงขี้เหล็ก สรรพคุณรสเปรี้ยวจะช่วยในการขับเสมหะ ส่วนขมจะช่วยบำรุงน้ำดีให้เจริญอาหาร นอกจากนี้อาหารที่มีรสเผ็ดร้อน จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่น กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยให้เสมหะถูกขับออกมาง่าย เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบกะเพรา พริก ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกต้องแล้วจะห่างไกลโรคภัยไข้ เจ็บ เราต้องรู้จักดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วย

อัพเดทข้อมูลโดย...สิริกัญญา นรินทร์

ที่มา http://women.sanook.com/health/herbal/index.php

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม