Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

มุสลิมกับยุคสมัยแห่งความยุ่งเหยิง

ซุฟอัม อุษมาน

เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก ถ้าจะอธิบายถึงปัญหาต่างๆ ที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ในสังคมปัจจุบัน ว่ามีต้นเหตุมาจากไหน ดำเนินอยู่เช่นที่เห็น ได้อย่างไร และอะไรคือทางออกของปัญหา? เชื่อได้ว่าเรื่องดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักวิชาการ หรือปราชญ์ในสาขาวิชา ว่าจะวิเคราะห์ตีแผ่ หาข้อเท็จจริงออกมาได้ นับประสาอะไรกับชาวบ้าน และบุคคลธรรมดาทั่วๆไป ที่ไม่เพียงใช้ชีวิตไปวันๆ โดยมิใคร่สนใจว่า โลกจะเปลี่ยนแปลงเช่นไร ทว่ากลับเป็นส่วนหนึ่ง ของปัญหา ไปโดยไม่ทันได้รู้สึกตัว

ในความเข้าใจของใครบางคน ต้นเหตุแห่งความยุ่งเหยิง ของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คงที่ เริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้งที่ชนตะวันตก ก้าวเข้ามามีบทบาท ในฐานะผู้นำโลก และสร้างวัฒนธรรม ในแบบฉบับของตน ใช้ความแยบยล เพื่อสร้างให้สังคมโลก ต้องยอมรับ และนำไปใช้ ทั้งเชิงบังคับ และวิธีการผสมกลมกลืน บวกกับกลยุทธ์ และวิธีการอื่นๆ อีกหลายประการ เพื่อเปลี่ยนให้โลก เป็นไปตามที่พวกตนอยากให้เป็น

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าต้นสายปลายเหตุ ของความยุ่งเหยิงนี้ จะมาจากไหน การเปลี่ยนแปลง ที่เป็นพลวัตในสังคมโลกปัจจุบัน กลับมีผลกระทบ และสร้างปัญหาโดยตรง ต่อมุสลิม ทั้งในรูปแบบ ของความเสื่อมลงของศีลธรรม และจริยธรรม พฤติกรรม ออกห่างคำสอนของศาสนา การประพฤติตามตะวันตก และความสับสน ในคุณค่าของการเป็นมุสลิม อีกทั้งกระทบต่ออิสลามในทางอ้อม อาทิ ทัศนะที่เป็นอคติของชนต่างศาสนิก การกล่าวหาใส่ร้าย การพุ่งเป้าเพื่อสถาปนาอิสลาม ให้เป็นคู่อริ ด้วยธรรมชาติของอิสลาม ที่มีลักษณะ “ไม่สอดคล้อง” กับวัฒนธรรมวัตถุนิยม ของพวกตะวันตก 

บทความนี้ มิได้เขียนขึ้น เพื่ออธิบายความเป็นมาของปัญหา หรือต้องการจะพรรณนา กระบวนการเกิดขึ้นของปัญหา และวิธีการขจัดปัญหา ให้หมดไป แต่อย่างใดไม่ เพราะเป็นเรื่องยากเกินไป ที่จะศึกษาถึงความซับซ้อนวกวน ในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง อันรวดเร็ว ในยุคสมัยนี้ บทความนี้ เขียนขึ้น เพื่อสำรวจความเป็นจริง ที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าสาเหตุของปัญหา คืออะไร และไม่ว่าปัญหา จะอยู่ในรูปแบบใด เป็นเพียงมุมมอง เกี่ยวกับจุดยืน ในมิติหนึ่งเท่านั้น เป็นมิติที่เกี่ยวข้องกับตัวตน ของมุสลิมแต่ละคน ในฐานะปัจเจกบุคคล ว่าควรจะทำตนเช่นไร ท่ามกลางปัญหา ที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลง ของสังคมโลก ในศตวรรษนี้ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ง่ายกว่า การหาคำตอบ ว่าจะยับยั้งปัญหา หรือความเปลี่ยนแปลง ได้เช่นไร ถึงแม้ว่าการหาคำตอบในลักษณะดังกล่าว ก็เป็นอีกมิติหนึ่ง ที่มีความสำคัญไม่น้อย เช่นเดียวกัน หากแต่ถ้าเราสามารถทำความเข้าใจ และปฏิบัติตนในมิติ ที่เกี่ยวข้องกับตัวตนของเราเองได้แล้ว อาจจะทำให้เข้าใจ และแก้ปัญหาในมิติอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น

บนฐานแห่งความแน่ใจ ว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมุสลิมทุกคน ที่ต้องค้นหาจุดยืนที่ถูกต้อง และปฏิบัติตนอยู่บนจุดยืนดังกล่าว ด้วยความเข้มแข็ง เพื่อเผชิญกับปัญหามากมาย ที่ถาโถม และซับซ้อน ด้วยความสับสนวุ่นวาย หลายด้าน เพราะเราทุกคน ถูกทำให้เป็นส่วนหนึ่ง ของโลกแห่งยุคสมัยนี้ไปแล้ว อย่างเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อเราพบว่าปัญหาต่างๆ รอบข้าง ยากเกินไป ที่เราจะเปลี่ยนมันให้ดีขึ้น เหตุใดเราจึงไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเอง ให้สามารถตั้งมั่น ทันรับกับปัญหานั่นเสียเอง

เราจะใช้คำสอนของอัลกุรอาน และหะดีษฺ เพื่อเรียบเรียง และอธิบาย โดยนัยเพื่อแสดงให้เห็นว่า คำสอนต่างๆ ที่ถูกบันทึกผ่านกาลเวลาอันยาวนานนั้น ไม่ใช่สิ่งเลื่อนลอย หรือเก่าเกินไป ที่จะใช้อธิบายความเป็นจริง ในโลกปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของคำสอน แห่งอิสลามเหล่านี้ อาจจะก่อให้เกิดสำนึก แห่งการกลับไปหาอิสลาม ในใจของมุสลิม และมวลมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นได้

ความเป็นจริงที่เลี่ยงไม่พ้น

หลายคนเรียกโลกสมัยนี้ว่า “ยุคสมัยสุดท้าย” ความจริงจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ คงไม่สำคัญเท่าใดนัก แต่การขนานชื่อเช่นนั้น ย่อมต้องมีที่มาที่ไปของมัน อาศัยการสังเกตความเป็นไป ของสังคมโลก โดยเปรียบเทียบ กับคำอธิบายของคำสอน ที่ถูกถ่ายทอดมาจากท่านศาสนทูต คงพอเป็นข้ออ้าง ที่จะใช้เรียกยุคสมัยนี้ ด้วยชื่อดังกล่าวได้

ครั้งหนึ่งท่านอนัส เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เล่าว่าท่านเคยได้ฟังท่านศาสนทูต ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวไว้

«لا يأتي عليكم عام و لا يوم إلا و الذي بعده شر منه حتى تلقوا ربكم»

มีใจความว่า ไม่มีปีใดหรือวันใด ที่มาถึง นอกเสียจากมัน จะต้องเลวร้าย กว่าวันที่ผ่านๆมา จนกระทั่งถึงวาระที่พวกท่าน ต้องพบองค์อภิบาลของพวกท่าน (รายงานโดยอัล-บุคอรีย์ ดู เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ, หมายเลขหะดีษฺ 7068,7576)

นี่เป็นคำอธิบายง่ายๆ ต่อกฏเกณฑ์การเปลี่ยนแปลง โดยรวมของโลก คำอธิบายนี้ ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอย แต่ประการใดเลย เพราะต่อมาได้มีการค้นพบ กฏทางวิทยาศาสตร์ ที่สอดคล้องกับหะดีษฺข้างต้น โดยไม่มีใครคาดคิด นั่นคือกฏข้อที่สอง ของเทอร์โมไดนามิค ที่พอจะสรุปความได้ว่า ภายในระบบปิดใดๆ ก็ตาม ความยุ่งเหยิง จะเพิ่มขึ้นเสมอ เมื่อเวลาผ่านไป 1

บางทีคำอธิบายในหะดีษฺข้างต้น อาจจะต้องการคำยืนยัน ด้วยการพิสูจน์ทางข้อมูล ที่เป็นตัวเลข และไม่ว่าหะดีษฺข้างต้น จะเกี่ยวข้องกับกฏดังกล่าว หรือไม่ก็ตาม แต่สำหรับมุสลิม เป็นการเพียงพอแล้ว ที่จะยอมรับ และมอบความเชื่อใจ ด้วยการสดับฟัง และปฏิบัติตามคำชี้นำของมัน อย่างแน่วแน่ เพราะอย่างน้อยที่สุด เราได้เห็นเหตุการณ์มากมาย ที่เกิดขึ้นจริง ตามที่หลักฐานได้ระบุไว้ ดังจะกล่าวต่อไป

1 ฮอร์กิ้ง, สตีเฟน (รอฮีม ปรามาท ผู้แปล). ประวัติย่อของกาลเวลา. กรุงเทพฯ : มติชน, 2546. (หน้า 180)

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม