Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

บททดสอบที่เกิดจากทรัพย์สินเงินทอง 
             
ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

มวลการสรรเสริญ เป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขอความสุข ความจำเริญ และศานติ จงประสบแด่ศาสนทูตของพระองค์ ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดเป็นบ่าวของอัลลอฮ ฺและเป็นศาสนทูตของพระองค์

หนึ่งในความโปรดปราน อันยิ่งใหญ่ ที่พระองค์อัลลอฮฺทรงประทาน แก่บรรดาบ่าวของพระองค์ คือทรัพย์สินเงินทอง ดังที่พระองค์ได้ตรัสว่า:

﴿ ٱلۡمَالُ وَٱلۡبَنُونَ زِينَةُ ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَاۖ  ٤٦ ﴾ [الكهف: ٤٦] 

ความว่า “ทรัพย์สมบัติและลูกหลาน คือเครื่องประดับ แห่งการดำรงชีวิตในโลกนี้” (อัล-กะฮฺฟฺ: 46)

และยังตรัสแก่นบีของพระองค์ ถึงความโปรดปรานนี้ว่า:

﴿ وَوَجَدَكَ عَآئِلٗا فَأَغۡنَىٰ ٨ ﴾ [الضحى: ٨]

ความว่า “และทรงพบเจ้าเป็นผู้ขัดสน แล้วให้มั่งคั่งแก่เจ้าดอกหรือ?” (อัฎ-ฎุหา: 8)

และตรัสอีกว่า:

﴿ زُيِّنَ لِلنَّاسِ حُبُّ ٱلشَّهَوَٰتِ مِنَ ٱلنِّسَآءِ وَٱلۡبَنِينَ وَٱلۡقَنَٰطِيرِ ٱلۡمُقَنطَرَةِ مِنَ ٱلذَّهَبِ وَٱلۡفِضَّةِ وَٱلۡخَيۡلِ ٱلۡمُسَوَّمَةِ وَٱلۡأَنۡعَٰمِ وَٱلۡحَرۡثِۗ ذَٰلِكَ مَتَٰعُ ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَاۖ وَٱللَّهُ عِندَهُۥ حُسۡنُ ٱلۡمَ‍َٔابِ ١٤ ﴾ [آل عمران: ١٤] 

ความว่า “ได้ถูกทำให้สวยงาม ลุ่มหลง แก่มนุษย์ ซึ่งความรักในบรรดาสิ่งที่เป็นเสน่ห์ อันได้แก่ผู้หญิง และลูกชาย ทองและเงินอันมากมาย และม้าดีและปศุสัตว์ และไร่นา นั่นเป็นสิ่งอำนวยประโยชน์ชั่วคราว ในชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ เท่านั้น และอัลลอฮฺนั้น ณ พระองค์ คือที่กลับอันสวยงาม” (อาลอิมรอน: 14)

ท่านอุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เคยกล่าวว่า: "โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงพวกเราคงไม่มีความยินดีใดๆ นอกจากในสิ่งที่พระองค์ทรงประทาน ให้แก่พวกเรา โอ้พระองค์ ฉันขอวิงวอนจากพระองค์ ให้ฉันได้ใช้จ่ายมัน ตามสิทธิของมันด้วยเถิด" (บันทึกโดย อัล-บุคอรียฺ บทว่าด้วยการขัดเกลาจิตใจ)

และแน่นอนว่าทรัพย์สินเงินทองนั้นอาจถูกใช้ไปในทางที่ดี หรือในทางที่ไม่ดีก็ได้ ดังที่อัลลอฮฺได้ตรัสว่า:

﴿ إِنَّمَآ أَمۡوَٰلُكُمۡ وَأَوۡلَٰدُكُمۡ فِتۡنَةٞۚ وَٱللَّهُ عِندَهُۥٓ أَجۡرٌ عَظِيمٞ ١٥ ﴾ [التغابن : ١٥] 

ความว่า “แท้จริง ทรัพย์สมบัติของพวกเจ้า และลูกหลานของพวกเจ้านั้น เป็นเครื่องทดสอบ และอัลลอฮฺนั้น ณ ที่พระองค์มีรางวัลอันยิ่งใหญ่” (อัตตะฆอบุน: 15)

ดังนั้น ทรัพย์สิน จึงถือเป็นฟิตนะฮฺประการหนึ่ง ที่เป็นบททดสอบสำคัญ สำหรับบรรดามุอ์มินผู้ศรัทธา และคงมีไม่มากนัก ที่จะสามารถยืนหยัดอดทน ต่อสิ่งเย้ายวนนี้ได้ ดังหะดีษ ซึ่งรายงานโดยท่านอิยาฏ บิน หิมารฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

«إِنَّ لِكُلِّ أُمَّةٍ فِتْنَةً ، وَإِنَّ فِتْنَةَ أُمَّتِي المَالُ» [رواه أحمد برقم 17471]

ความว่า “แท้จริงทุกๆ ประชาชาติ จะต้องพบเจอกับฟิตนะฮฺ และฟิตนะฮฺที่ประชาชาติของฉัน จะต้องพบเจอ ก็คือทรัพย์สินเงินทอง” (บันทึกโดย อะหฺมัด หะดีษเลขที่: 17471)

ท่านอิมามอะหฺมัด บิน หันบัล ได้กล่าวว่า "พวกเราเคยถูกทดสอบ ในเรื่องความเดือดร้อน และเราก็อดทนได้ แต่เมื่อถูกทดสอบ ด้วยความสุขสบาย เรากลับไม่สามารถอดทนได้"

และแน่นอนว่า บ่าวทุกคนจะต้องถูกสอบสวน ในวันกิยามะฮฺ ถึงทรัพย์สินของเขาว่า ได้ใช้ไปอย่างไร? ท่านอบู บัรซะฮฺ อัล-อัสละมียฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

«لَا تَزُوْلُ قَدَمَا عَبْدٍ يَوْمَ القِيَامَةِ حَتَّى يُسْأَلَ : عَنْ عُمُرِهِ فِيْمَا أَفْنَاهُ ، وَعَنْ عِلْمِهِ فِيْمَ فَعَلَ ، وَعَنْ مَاِلهِ مِنْ أَيْنَ اكْتَسَبَهُ وَفِيْمَ أَنْفَقَهُ ، وَعَنْ جِسْمِهِ فِيْمَ أَبْلَاهُ» [رواه الترمذي برقم 2416، وقال : حديث حسن صحيح]

ความว่า “เท้าทั้งสองของบ่าว จะยังคงอยู่กับที่ ในวันกิยามะฮฺ จนกว่าเขาจะถูกถาม ถึงอายุของเขาว่า เสียเวลาไปกับเรื่องใด? ความรู้ของเขาว่า ได้ใช้ไปในทิศทางใด? ทรัพย์สินของเขาว่า แสวงหามาจากที่ใด และใช้จ่ายมันไปอย่างไร? และร่างกายของเขาว่า ได้ทำอะไรไปบ้าง?" (บันทึกโดย อัตติรมีซียฺ หะดีษเลขที่: 2416 โดยท่านระบุว่าเป็นหะดีษหะสันเศาะฮีหฺ)

และท่านอุซามะฮฺ บิน เซด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

«قُمْتُ عَلَى بَابِ الجَنَّةِ فَكَانَ عَامَّةَ مَنْ دَخَلَهَا المَسَاكِيْنَ، وَأَصْحَابُ الجَدِّ مَحْبُوْسُوْنَ» [رواه البخاري برقم 5196، ومسلم برقم 2736]

ความว่า “ฉันได้เคยยืนอยู่ ณ ประตูสวรรค์ และได้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ ที่ได้เข้าไปในสวรรค์นั้น คือบรรดาผู้ยากจนขัดสน ในขณะที่บรรดาผู้ร่ำรวยมั่งมี ยังถูกกักกันไว้ เพื่อการสอบสวน” (บันทึกโดย อัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่: 5196 และมุสลิม หะดีษเลขที่: 2736)

 จิตใจของมนุษย์นั้น ถูกสร้างขึ้นมา ให้มีความโน้มเอียง ไปทางรัก และหวงแหน ในทรัพย์สิน ดังที่อัลลอฮฺได้ตรัสว่า:

﴿ وَتُحِبُّونَ ٱلۡمَالَ حُبّٗا جَمّٗا ٢٠ ﴾ [الفجر: ٢٠]

ความว่า “และพวกเจ้ารักสมบัติกันอย่างมากมาย” (อัล-ฟัจญ์รฺ: 20)

ท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

«لَوْكَانَ لابْنِ آدَمَ وَادِيَانِ مِنْ مَالٍ لَابْتَغَى ثَالِثًا ، وَلَا يَمْلَأُ جَوْفَ ابْنِ آدَمَ إِلَّا التُّرَابُ» [البخاري برقم 6436، ومسلم برقم 1049]

ความว่า “ถ้าหากว่าลูกหลานอาดัม ได้ครอบครองหุบเขาสองหุบเขา ซึ่งเต็มไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง เขาก็ยังหวังที่จะครอบครอง หุบเขาที่สาม และเขาก็จะยังคงแสวงหาสิ่งนั้น อย่างไม่มีวันอิ่มเอิบ จนกว่าจะสิ้นลมหายใจ” (บันทึกโดย อัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่: 6436 และมุสลิม หะดีษเลขที่: 1049)

ท่านอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

«يَكْبَرُ ابْنُ آدَمَ وَيَكْبَرُ مَعَهُ اثْنَانِ : حُبُّ المَالِ وَطُوْلُ العُمْرِ» [البخاري برقم 6421، ومسلم برقم 147]

ความว่า “ลูกหลานของอาดัม เติบโตขึ้น พร้อมกับการเพิ่มพูนของสองสิ่ง นั่นก็คือความรักในทรัพย์สิน และความหวังที่จะมีชีวิตอันยืนยาว” (บันทึกโดย อัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่: 6421 และมุสลิม หะดีษเลขที่: 147)

และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เตือนประชาชาติของท่าน ให้ระวังฟิตนะฮฺ ที่เกิดจากทรัพย์สิน ดังปรากฏในหะดีษ ที่รายงานโดยท่านอัมรฺ บิน เอาฟฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่บรรดาเศาะหาบะฮฺว่า:

«فَأَبْشِرُوْا وَأَمِّلُوْا مَا يَسُرُّكُمْ، فَوَ اللهِ لَا الفَقْرَ أَخْشَى عَلَيْكُمْ أَنْ تُبْسَطَ عَلَيْكُمْ الدُنْيَا كَمَا بُسِطَتْ عَلَى مَنْ كَانَ قَبْلَكُمْ ، فَتَنَافَسُوْهَا كَمَا تَنَافَسُوْهَا ، وَتُهْلِكَكُمْ كَمَا أَهْلَكَتْهُمْ» [البخاري برقم 4015، ومسلم برقم 2961]

ความว่า “พวกท่านจงแจ้งข่าวดี และจงหวังในสิ่ง ที่จะทำให้พวกท่าน มีความปีติยินดี ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ฉันไม่ได้เป็นห่วงพวกท่าน ในเรื่องของความยากจน แต่ที่ฉันเป็นห่วง คือการที่ความสุขสบาย ในโลกดุนยา ถูกอำนวยให้แก่พวกท่าน ดังเช่นที่ชนก่อนหน้าพวกท่านได้รับ แล้วพวกท่าน ก็แก่งแย่งแข่งขันกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้น ดังเช่นที่พวกเขาเคยแก่งแย่งกัน แล้วมันก็จะนำมา ซึ่งความหายนะแก่พวกท่าน ดังเช่นที่มันได้สร้างความหายนะ แก่พวกเขา” (บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่: 4015 และมุสลิม หะดีษเลขที่: 2961)

ซึ่งถ้าเราได้สังเกตสภาพความเป็นอยู่ ของผู้คนในยุคสมัยนี้ พวกเขาต่างมุ่งแสวงหาทรัพย์สิน อย่างหน้ามืดตามัว โดยไม่คำนึงว่า วิธีการได้มาซึ่งทรัพย์สินเหล่านั้น ถูกต้องตามหลักศาสนาหรือไม่? เช่นการลงทุน ลงหุ้น ในกิจการที่หมิ่นเหม่น่าสงสัย หรือการเกี่ยวข้องกับธุรกรรม ที่ผิดหลักศาสนา ผิดหลักจริยธรรม เช่น ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ย การคดโกงฉ้อฉล หรือการบริโภคทรัพย์สิน ของผู้อื่น โดยอธรรม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เคยเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า:

«لَيَأْتِيَنَّ عَلَى النَّاسِ زَمَانٌ لَا يُبَالِي المَرْءُ بِمَا أَخَذَ المَالَ : أَمِنَ حَلاَلٍ أَمْ مِنْ حَرَامٍ؟» [البخاري برقم 2083]

ความว่า “จะมียุคสมัยหนึ่ง ที่ผู้คนจะไม่ใส่ใจว่า ทรัพย์สินที่แสวงหามาได้นั้น มาจากแหล่งที่หะล้าล หรือหะรอม?” (บันทึกโดย อัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่: 2083)

ถัดไป

หน้าหลัก

กรกฎาคม 27, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม