Custom Search

การหย่า (الطلاق)

ตามหลักภาษาหมายถึง การแก้ ข้อผูกมัดของการแต่งงานออก โดยใช้คำหย่า (เฏาะลาก)
 
วิทยปัญญาของการบัญญัติการหย่า

เป้าหมายของการแต่งงาน คือการดำรงไว้ซึ่งชีวิตคู่อย่างมั่นคง และเป็นปึกแผ่น และเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างคู่สามี ภรรยา แต่ข้อกำหนดและระเบียบต่างๆ บางครั้ง ไม่ได้รับการเอาใจใส่ ไม่ให้ความสำคัญ กับการใช้ชีวิตร่วมกัน  จึงทำให้มีเหตุบาดหมาง ไม่เข้าใจกัน ไม่อาจปรับความเข้าใจกันได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการบัญญัติกฎเกณฑ์ขึ้น  นั่นก็คือการหย่า
  
หลักฐานจากอัลกรุอ่าน ได้ดำรัสว่า

«ياأ يهاٱلنَّبِىُّ إِذَا طَلَّقْتُمُ ٱلنِّسَآءَ فَطَلِّقُوهُنَّ لِعِدَّتِهِنَّ وَأَحْصُواْ ٱلْعِدَّةَ »

"โอ้ผู้เป็นนบี เมื่อพวกท่านประสงค์จะหย่า ภรรยาพวกท่าน จงหย่าพวกนางให้ได้รับประโยชน์ ในการนับระยะการกักตัว ของพวกนางด้วย" (อัฏเฏาะลาก 1)

การหย่า จะมีผลบังคับใช้ถ้าผู้กล่าวคำหย่า เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ มีสติสัมปชัญญะ  และตัดสินใจ ด้วยตนเองได้  และการหย่าจะไม่มีผล ถ้าผู้กล่าวคำหย่า เป็นผู้ที่ถูกบังคับ หรือมึนเมา โดยเจ้าตัวไม่รู้ว่า ตัวเองพูดอะไร หรือโกรธที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เช่นเดียวกัน การกล่าวคำหย่า จะไม่มีผลกับผู้พลั้งพูดผิด หรือเลินเล่อหรือหลงลืมหรือบ้า และผู้ที่มีลักษณะเดียวกันกับบุคคลเหล่านี้

ข้อชี้ขาด ( หุก่ม ) ในเรื่องการหย่าร้าง

อนุญาตให้หย่าได้ เมื่อมีความจำเป็น เช่น ภรรยามีนิสัยไม่ดีไม่งาม  ไม่สุภาพต่อสามี  และการหย่า เป็นที่ต้องห้าม ถ้าไม่มีความจำเป็น เช่น คู่สามีภรรยาอยู่รวมกันอย่างราบรื่น และการหย่าจะเป็นที่ส่งเสริม เมื่อเห็นว่า อาจจะมีอันตรายเกิดขึ้น เช่น ถ้าอยู่ด้วยกันแล้ว ภรรยาจะได้รับอันตราย หรือภรรยามีความเกลียดชังสามี และพฤติกรรมอื่นๆ ในทำนองเดียวกันนี้

สามีจำเป็นต้องหย่าเมื่อภรรยาของเขา เป็นผู้ที่ไม่ทำการละหมาด หรือนางปล่อยปะละเลย ไม่สงวนเนื้อสงวนตัว จนกว่านางจะกลับตัว หรือยอมรับคำตักเตือน

ไม่อนุญาตให้สามีหย่าภรรยาของเขา ในขณะที่นางกำลังมีรอบเดือน หรือมีเลือดหลังคลอด หรือนางสะอาดจากรอบเดือน แต่ได้มีเพศสัมพันธ์กับนางแล้ว และไม่เป็นที่ประจักษ์ว่า นางกำลังตั้งครรภ์  หรือหย่านางสามครั้ง โดยกล่าวคำหย่าครั้งเดียว หรือหย่านางสามครั้ง ในพิธีการเดียวกัน

การหย่ามีผลบังคับใช้กับสามี หรือตัวแทน และตัวแทนมีสิทธิ์จะหย่าเพียงครั้งเดียว และเมื่อไรก็ได้เมื่อเขาปรารถนา เว้นแต่สามีได้เจาะจงเวลาที่แน่นอน และจำนวนที่ชัดเจน

ถ้อยคำที่ใช้ในการหย่า สามารถจำแนกประเภทการหย่า เกี่ยวกับถ้อยคำได้ 2 ประเภท

1. การหย่าด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน เป็นการหย่าด้วยถ้อยคำที่มิได้ให้หมายความเป็นอย่างอื่น นอกจากการหย่า อย่างเช่น   (طلقتك ) ฉันได้หย่าเธอแล้ว หรือ  ( أنت طالق ) เธอได้หย่าแล้ว หรือ ( أنت مطلقة )  เธอถูกหย่าแล้ว หรือ  ( علي الطلاق ) สำหรับฉันได้หย่าแล้ว หรือถ้อยคำอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันนี้   

2. การหย่าด้วยถ้อยคำที่เป็นนัย  เป็นการหย่าด้วยถ้อยคำ ที่อาจจะหมายถึงการหย่าและอย่างอื่นด้วย  เช่น กล่าวว่า  ( أنت بائن ) เธอได้ขาดจากฉันแล้ว หรือ  ( ألحقي بأهلك ) เธอจงไปอยู่กับญาติพี่น้องของเธอเถิด หรือถ้อยคำอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันนี้  

การหย่าจะมีผลบังคับใช้ทันที ถ้าใช้ถ้อยคำที่ชัดเจน อันเนื่องจากถ้อยคำที่ใช้นั้น มีความหมายที่เด่นชัด แต่การหย่าด้วยถ้อยคำที่เป็นนัยนั้น จะไม่มีผลบังคับใช้ นอกจากต้องมีเจตนา และตั้งใจที่จะหย่าพร้อมกับกล่าวคำหย่า

เมื่อผู้เป็นสามีกล่าวแก่ภรรยาของเขาว่า ( أنت علي حرام )  เธอเป็นที่ต้องห้ามแก่ฉัน การบอกว่า เป็นที่ต้องห้ามในที่นี้ มิใช่เป็นการหย่า หากแต่ว่าเป็นการสาบาน ที่ผู้กล่าวนั้น ต้องไถ่ถอนการสาบาน (เสียกัฟฟาเราะฮฺ )

การหย่าจะมีผล ทั้งกับผู้ที่จริงจังและล้อเล่น

จากท่านอบีฮุรอยเราะฮฺ รอฏอยัลลอฮุ อันฮู แท้จริงท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

« ثلاث جدهن جد وهزلهن جد : النكاح ، والطلاق ، والرجعة »

 "สามประการ ที่การจริงจังกับมัน จะถือเป็นจริง และการทำเล่น ๆ กับมัน ก็ถือเป็นจริง นั้นก็คือ การแต่งงาน  การหย่าร้าง  และการกลับมาคืนดีกัน" ( รายงานโดยอบูดาวูด และอิบนุมาญะฮ )

รูปแบบของการหย่าร้าง

การหย่าร้างนั้น อาจเป็นการหย่าที่มีผลทันที หรือเป็นการหย่า ที่พาดพิงอิงกับอนาคต และในบางครั้งก็เป็นการหย่าที่มีข้อแม้ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1. การหย่าที่มีผลบังคับใช้ทันที เมื่อเขาได้กล่าวแก่ภรรยาของเขา ว่า   ( أنت طالق ) เธอได้หย่าแล้ว หรือ    (طلقتك ) ฉันได้หย่าเธอแล้ว หรือคำกล่าวอื่นๆ ในทำนองนี้ การกล่าวคำหย่ารูปแบบนี้ จะมีผลทันที เนื่องจากผู้กล่าวคำหย่า มิได้พาดพิงถึงสิ่งอื่น

2. การหย่าที่พาดพิงเกี่ยวพันกับอนาคต อย่างเช่น เขาได้กล่าวแก่ภรรยาของเขาว่า  ( أنت طالق غدا )     เธอได้หย่าแล้ววันพรุ่งนี้ หรือ  ( أنت طالق رأس الشهر )  เธอได้หย่าเมื่อขึ้นเดือนใหม่ การกล่าวคำหย่าแบบนี้ จะมีผลเมื่อเวลาที่มีการพาดพิงมาถึง

3. การหย่าที่มีข้อแม้ และเงื่อนไข คือ การกล่าวถ้อยคำ ที่ใช้เพื่อการหย่าที่มีข้อแม้ และเงื่อนไข ซึ่ง มีสอง ประเภท

3.1 เป้าหมายในการกล่าวคำหย่านั้น เพื่อการเตือนให้กระทำ หรือให้เลิกการกระทำ หรือให้ระวัง หรือหักห้าม หรือเน้นในการแจ้งให้ทราบ หรืออื่นๆในทำนองนี้ อย่างเช่น เขากล่าวว่า ( إن ذهبت إلى السوق فأنت طالق )      ถ้าหากเธอไปตลาดเธอได้หย่ากับฉัน โดยมีเป้าหมายเพื่อหักห้ามนาง ไม่ให้ไปตลาด การกล่าวคำหย่าเช่นนี้ จะไม่มีผล แต่จะเป็นการสาบาน ซึ่งสามีจำเป็น (  واجب )  ต้องไถ่ถอนสาบาน ( كفارة ) เมื่อนางละเมิด และการไถ่ถอนการสาบานนั้น ( الكفارة ) คือ เลี้ยงอาหาร หรือให้เครื่องนุ่งห่ม แก่ผู้ยากจน 10 คน  หรือปล่อยทาส ถ้าไม่มีความสามารถ ก็ให้ถือศีลอด เป็นเวลา 3 วัน

3.2 หากว่าการกล่าวคำหย่านั้น มีเป้าหมายเพื่อการหย่าจริง เมื่อข้อแม้หรือเงื่อนไข ที่อ้างถึง เกิดขึ้น อย่างเช่น  เขากล่าวว่า  ( إن أعطيتني كذا فأنت طالق ) ถ้าหากเธอยกทรัพย์สินจำนวนเท่านั้น ให้ฉัน เธอก็ได้หย่า  การหย่าเช่นนี้ จะมีผลบังคับใช้ เมื่อข้อแม้หรือเงื่อนไข ที่อ้างถึงเกิดขึ้น

เมื่อสตรีที่ยังไม่ได้กำหนดสินสอดถูกหย่า ก่อนที่จะมีการสมสู่กับนาง ผู้เป็นสามีจำเป็น ต้องให้สิ่งที่อำนวยประโยชน์แก่นาง สำหรับผู้มั่งมี ก็ตามกำลังความสามารถของเขา และผู้ยากจน ก็ตามกำลังความสามารถของเขา  และสตรีที่ยังไม่ได้กำหนดสินสอด ถูกหย่าหลังจากได้มีการสมสู่นางแล้ว นางจะต้องได้รับสินสอดอันเหมาะสมตามสภาพ โดยจะไม่ได้รับสิ่งที่อำนวยประโยชน์ใด ๆ 

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า

«لَا جُنَاحَ عَلَيْكُمْ إِنْ طَلَّقْتُمُ النِّسَاءَ مَا لَمْ تَمَسُّوهُنَّ أَوْ تَفْرِضُوا لَهُنَّ فَرِيضَةً وَمَتِّعُوهُنَّ عَلَى الْمُوسِعِ قَدَرُهُ وَعَلَى الْمُقْتِرِ قَدَرُهُ مَتَاعًا بِالْمَعْرُوفِ حَقًّا عَلَى الْمُحْسِنِينَ »

 ไม่มีบาปใดๆ แก่พวกเจ้า ถ้าหากพวกเจ้าหย่าหญิง โดยที่พวกเจ้ายังมิได้แตะต้องพวกนาง หรือยังมิได้กำหนดมะฮัรใดๆ แก่พวกนาง  และจงให้นางได้รับสิ่งที่อำนวยประโยชน์ แก่พวกนาง โดยที่หน้าที่ของผู้มั่งมีนั้น คือตามกำลังความสามารถของเขา และหน้าที่ของผู้ยากจนนั้น คือตามกำลังความสามารถของเขา เป็นการให้ประโยชน์โดยชอบธรรม เป็นสิทธิเหนือผู้กระทำดีทั้งหลาย  (อัลบะเกาะเราะฮฺ : 236)

เมื่อสามีได้หย่าภรรายาของเขา ก่อนที่จะมีการสมสู่ หรืออยู่หอกับนาง และได้กำหนดสินสอดแก่นาง ไว้เรียบร้อยแล้ว นางจะได้รับครึ่งหนึ่งของสินสอด นอกจากว่านางเอง หรือวะลีย์ของนาง ยกมันให้แก่สามี แต่ถ้าหากว่าการหย่าร้างนั้น มีต้นเหตุเกิดจากนางเอง นางก็ไม่มีสิทธิ์ใด ๆ จากสินสอดนั้น  ดังที่

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า

«وَإِنْ طَلَّقْتُمُوهُنَّ مِنْ قَبْلِ أَنْ تَمَسُّوهُنَّ وَقَدْ فَرَضْتُمْ لَهُنَّ فَرِيضَةً فَنِصْفُ مَا فَرَضْتُمْ إِلَّا أَنْ يَعْفُونَ أَوْ يَعْفُوَ الَّذِي بِيَدِهِ عُقْدَةُ النِّكَاحِ وَأَنْ تَعْفُوا أَقْرَبُ لِلتَّقْوَى وَلَا تَنْسَوُا الْفَضْلَ بَيْنَكُمْ إِنَّ اللَّهَ بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌ »

และถ้าหากพวกเจ้าหย่าพวกนาง ก่อนที่พวกเจ้าจะแตะต้องพวกนาง โดยที่พวกเจ้าได้กำหนดมะฮัร แก่นางแล้ว ก็จงให้แก่นางครึ่งหนึ่ง ของสิ่งที่พวกเจ้ากำหนดไว้ นอกจากว่าพวกนางจะยกให้ หรือผู้ที่ตกลงแต่งงาน อยู่ในมือของเขา จะยกให้ และการที่พวกเจ้า จะยกให้นั้น เป็นสิ่งที่ใกล้แก่ความยำเกรง มากกว่า และพวกเจ้าอย่าลืมการทำคุณในระหว่างพวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงเห็น ในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกัน ( อัลบะเกาะเราะฮฺ  237 )
        
เมื่อคู่สามีภรรยาแยกกัน อันเนื่องจากการแต่งงานที่โมฆะ และยังมิได้มีการสมสู่นาง ก็ไม่จำเป็นต้องได้สินสอด และสิ่งอำนวยประโยชน์ต่าง ๆ แต่ถ้าหลังจากได้สมสู่นางแล้ว  นางจำเป็นต้องได้รับสินสอดที่ได้ตกลงกันแล้ว อันเนื่องจากการมีความสัมพันธ์ทางเพศกัน

ถัดไป

หน้าหลัก

กันยายน 16, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม