Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

การอบรมเลี้ยงดูบุตร

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

มวลการสรรเสริญ เป็นเอกสิทธิของอัลลอฮฺ ขอการเจริญพรและความสันติ มีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ข้าขอปฏิญานว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมหมัดนั้น เป็นบ่าว และศาสนทูตของพระองค์

ส่วนหนึ่งของอะมานะห์ และความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่คือ การอบรมเลี้ยงดูลูกๆ  อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ قُوٓاْ أَنفُسَكُمۡ وَأَهۡلِيكُمۡ نَارٗا وَقُودُهَا ٱلنَّاسُ وَٱلۡحِجَارَةُ عَلَيۡهَا مَلَٰٓئِكَةٌ غِلَاظٞ شِدَادٞ لَّا يَعۡصُونَ ٱللَّهَ مَآ أَمَرَهُمۡ وَيَفۡعَلُونَ مَا يُؤۡمَرُونَ ٦﴾ [التحريم: ٦] 

ความว่า “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงคุ้มครองตัวของพวกเจ้า และครอบครัวของพวกเจ้า ให้พ้นจากไฟนรก เพราะเชื้อเพลิงของมัน คือมนุษย์ และก้อนหิน มีมะลาอิกะฮฺผู้แข็งกร้าวหาญ คอยเฝ้ารักษามันอยู่ พวกเขาจะไม่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺ ในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาแก่พวกเขา และพวกเขาจะปฏิบัติตามที่ถูกบัญชา” (อัต-ตะหฺรีม 6)

ท่านอะลี บิน อะบี ฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวอธิบายอายะฮฺนี้ว่า จงฝึกมารยาท และสอนความรู้ ให้แก่พวกเขา (ลูกๆ) 
 
พ่อแม่นั้น จะต้องระลึกถึงสิ่งต่อไปนี้ ในการอบรมเลี้ยงดูบุตร

ประการแรก การเลือกคู่ครอง ที่เป็นคนดี คนศอลิหะฮฺ ซึ่งถือเป็นก้าวแรก ในการอบรมสั่งสอนลูก รายงานจากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«تُنْكَحُ الْمَرْأةُ ِلأرْبَعٍ : لِمَالِهَا، وَلِحَسَبِهَا، وَجَمَالِهَا، وَلِدِيْنِهَا، فَاظْفَرْ بِذاتِ الدِّيْنِ تَرِبَتْ يَدَاكَ» [البخاري برقم 5090، ومسلم برقم 1466]

ความว่า “สตรีจะถูกเลือกสมรสด้วยสาเหตุ 4 ประการ คือ ด้วยทรัพย์สินของนาง ด้วยเชื้อสายวงศ์ตระกูลของนาง ด้วยความสวยงามของนาง และด้วยศาสนาของนาง ดังนั้น จงรับเอาหญิงที่มีศาสนาเถิด มือทั้งสองของท่าน จะประสบแต่ความดี”  (เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ 3/360  หมายเลข  5090, เศาะฮีหฺ มุสลิม 2/1086  หมายเลข  1466)

และรายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ บิน อัมรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«الدُّنْيَا مَتَاعٌ، وَخَيْرُ مَتَاعِ الدُّنْيَا الْمَرْأَةُ الصَّالِحَةُ» [مسلم برقم 1467]

ความว่า  “โลกดุนยานี้ คือ สิ่งที่ทำให้มีความสุขสำราญ และสิ่งที่ทำให้มีความสุขสำราญ ที่ดียิ่งที่สุดของโลกดุนยา นั้นก็คือ สตรีที่ดี” (เศาะฮีหฺ มุสลิม 2/1090  หมายเลข  1467)

ประการที่สอง ความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺ ในการอบรมสั่งสอนลูกๆ และหวังผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ ในทุกสิ่งที่ได้ทุ่มเท ทั้งที่เป็นแรงกายและทรัพย์สิน ไม่ใช่ทำไปเพื่อการสรรเสริญ หรือยกย่อง ชี้นิ้วให้ อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿ وَمَآ أُمِرُوٓاْ إِلَّا لِيَعۡبُدُواْ ٱللَّهَ مُخۡلِصِينَ لَهُ ٱلدِّينَ﴾ [البينة: ٥] 

ความว่า “และพวกเขามิได้ถูกบัญชา ให้กระทำอื่นใด นอกจากการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ เป็นผู้มีเจตนาบริสุทธิ์ ในการภักดีต่อพระองค์” (อัล-บัยยินะฮฺ  5)

รายงานจากท่านอุมัรฺ บิน อัล-ค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«إِنَّمَا الْأَعْمَالُ بِالنِّيَّاتِ» [البخاري برقم 1]

ความว่า “แท้จริงการงานต่างๆ นั้น ขึ้นอยู่กับเจตนา” (เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ 1/13  หมายเลข  1)

ดังนั้น การอบรมสั่งสอน ถือเป็นอิบาดะฮฺที่ใหญ่ยิ่ง เนื่องจากผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น จากการอบรมสั่งสอนนั้น ครอบคลุมทั้งประโยชน์แก่ส่วนตัว และส่วนรวมด้วย และเนื่องจากการอบรมสั่งสอนนั้น มีความยากลำบาก และเหน็ดเหนื่อยอย่างมากอีกด้วย

ประการที่สาม การสร้างความเคยชิน และส่งเสริมด้วยวิธีที่ดี และอ่อนโยนในการทำอิบาดะฮฺ ให้กับลูกๆตั้งแต่ยังเล็กๆ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย รัก และชอบในการทำอิบาดะฮฺ  

อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿وَأۡمُرۡ أَهۡلَكَ بِٱلصَّلَوٰةِ وَٱصۡطَبِرۡ عَلَيۡهَاۖ ﴾ [طه: ١٣٢] 

ความว่า “และเจ้าจงสั่งใช้ครอบครัวของเจ้าให้ทำละหมาด และจงอดทนในการปฏิบัติละหมาด” (ฏอฮา 132)

รายงานจากท่านอัมรฺ บิน ชุอัยบ์ รายงานจากพ่อของท่าน รับจากปู่ของท่าน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«مُرُوا أَوْلَادَكُمْ بِالصَّلَاةِ وَهُمْ أَبْنَاءُ سَبْعِ سِنِينَ، وَاضْرِبُوهُمْ عَلَيْهَا وَهُمْ أَبْنَاءُ عَشْرٍ، وَفَرِّقُوا بَيْنَهُمْ فِي الْمَضَاجِعِ» [أبو داود برقم 495]

ความว่า “พวกท่านจงสั่งใช้ลูกๆ ให้ละหมาดเมื่อเขามีอายุเจ็ดขวบ และจงเฆี่ยนตีให้พวกเขาละหมาด เมื่อมีอายุครบสิบขวบ พร้อมๆ กับแยกที่นอนระหว่างพวกเขา” (สุนัน อบี ดาวูด  1/133  หมายเลข  495)

และในอีกรายงานหนึ่ง กล่าวว่า

وفي رواية : «عَلِّمُوا الصَّبِيَّ الصَّلَاةَ ابْنَ سَبْعِ سِنِينَ، وَاضْرِبُوهُ عَلَيْهَا ابْنَ عَشْرٍ»

ความว่า “พวกท่านจงสอนเด็กให้ละหมาด เมื่อเขามีอายุเจ็ดขวบ และจงเฆี่ยนตีเขา หากไม่ละหมาด เมื่อเขามีอายุครบสิบขวบ

ท่านชัยคุลอิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า ผู้ใดที่มีเด็กเล็ก ลูกทาส หรือลูกกำพร้า อยู่กับเขา แล้วเขาไม่สั่งใช้ให้ละหมาด เขาจะถูกลงโทษ หากเขาไม่สั่งใช้เด็กๆ เหล่านั้น และเขาจะต้องถูกลงโทษ ตามกฎหมายด้วยโทษที่หนัก เพราะฝ่าผืนคำสั่งของอัลลอฮฺ และเราะซูลของพระองค์ (จากแผ่นพับเรื่องการอบรมลูก ของเชค อับดุลมะลิก อัล-กอซิม)

ท่านอิบนุ อัลก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “ใครที่ละเลยในการให้ความรู้ ที่มีประโยชน์กับลูกๆ ของเขา และปล่อยปละละเลยพวกเขา อย่างไร้สาระ แท้จริงเขาได้ทำร้ายพวกเขาอย่างร้ายแรง ลูกๆ ส่วนใหญ่เสียหาย เพราะสาเหตุมาจากพ่อที่ละเลย ไม่สั่งสอนสิ่งที่เป็นวาญิบและสุนัตต่างๆ ในศาสนา เขาละเลยพวกเขา ตั้งแต่เล็กๆ  พวกเขาจึงไม่สามารถให้ประโยชน์แก่ตัวเอง และพ่อของพวกเขาได้ เมื่อเขาเติบโตขึ้นมา” (ตุหฺฟะตุลเมาดูด ฟี อะห์กาม อัล-เมาลูด หน้าที่ 80)
           
ประการที่สี่ ให้พวกเขา (ลูกๆ) ออกห่างจากสิ่งที่ต้องห้าม และชั่วร้ายต่างๆ เตือนถึงอันตรายของมัน และปลูกฝังในใจ ให้เกลียดชังความชั่ว ที่จะนำมาซึ่งความหายนะ ทั้งแก่ชีวิตในโลกนี้ และในวันอาคีเราะฮฺ พ่อแม่บางคนอาจไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ เพราะถือว่าพวกเขายังเด็ก ยังไม่มีภาระเรื่องบาปบุญ ซึ่งมันขัดแย้ง กับสิ่งที่ท่านศาสนทูตผู้ตักเตือน ผู้อบรมสั่งสอน ได้เคยทำไว้ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

รายงานจากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านหะสัน บิน อาลี (หลานของท่านนบี) เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้หยิบผลอินทผลัมลูกหนึ่ง ที่มาจากการบริจาคทาน เอามาใส่ในปาก ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า ‏«كِخْ، كِخْ» (กิค กิค) เพื่อให้หะสันคายออกมา แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็กล่าวว่า

«أَمَا شَعَرْتَ أَنَّا لَا نَأْكُلُ الصَّدَقَةَ» [البخاري برقم 1491]

ความว่า “เจ้าไม่รู้ดอกหรือว่า พวกเรา (นบีและวงค์วานของท่าน) นั้น ห้ามรับประทานสิ่งที่เป็นทานบริจาค”  (เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ 1/462  หมายเลข  1491)

ถัดไป
                 

หน้าหลัก

กันยายน 10, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม