Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

เตาบะฮฺ การกลับตัวสู่อัลลอฮฺ

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

การสรรเสริญทั้งมวล เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ความเมตตา จำเริญ และความศานติ จงมีแด่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรได้รับการภักดี นอกจากอัลลอฮฺ เพียงพระองค์เดียว  โดยไม่มีภาคีหุ้นส่วนอันใดสำหรับพระองค์  และฉันขอปฏิญาณว่า ท่านนบีมุหัมมัดคือบ่าว และศาสนทูตของพระองค์...

อายุขัยกำลังถูกเก็บพับ  คืนวันกำลังก้าวผ่านล่วงเลย  ชีวิตกำลังผุกร่อนสั้นลง  ความตาย (อะญัล) กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ และไม่มีลูกหลานนบีอาดัมคนใด รู้ได้ว่าความตายจะมาเยือนเมื่อไหร่?  ดังที่มีบทกวีกล่าวว่า

“หนุ่มสาวได้กลายเป็นคนแก่ชรา และผู้ใหญ่ได้มลายดับสูญ ราตรีกาลได้เลยผ่าน และยามพลบค่ำเข้ามาแทนที่ซ้ำๆ  เมื่อค่ำคืนหนึ่งที่เหมือนกัน ได้เลือนรางจางหาย  ยามทิวากาลได้เข้ามาทดแทนที่คราใหม่  เราทำทั้งตอนเช้า และตอนเย็น เพื่อความจำเป็นของเรา  สำหรับความจำเป็นของผู้ที่มีชีวิต จะไม่มีวันจบสิ้น  ธุระจำเป็นของใครคนหนึ่ง จะจบลงพร้อมกับการตาย  และสำหรับความจำเป็นของผู้ที่มีชีวิต จะไม่มีวันจบสิ้น”

อัลลอฮฺได้เรียกร้องส่งเสริม ให้ปวงบ่าวของพระองค์ก้าวไปสู่..การกลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮฺ) ก่อนความตายจะย่างกรายมาเยือน อัลลอฮฺ ตะอะลา ตรัสว่า

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ تُوبُوٓاْ إِلَى ٱللَّهِ تَوۡبَةٗ نَّصُوحًا﴾ [التحريم : 8

ความหมาย “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย  จงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮฺ ด้วยการลุแก่โท ษอย่างจริงจังเถิด” (อัต-ตะหฺรีม 8)

อัลลอฮฺ ตะอะลา ตรัสว่า

﴿وَتُوبُوٓاْ إِلَى ٱللَّهِ جَمِيعًا أَيُّهَ ٱلۡمُؤۡمِنُونَ لَعَلَّكُمۡ تُفۡلِحُونَ﴾ [النور : 31 ]

ความหมาย “และพวกเจ้าทั้งหลาย จงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮฺเถิด  โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย  เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ” (อัน-นูรฺ 31)

อัลลอฮฺ ตะอะลา ตรัสว่า

﴿وَٱلَّذِينَ إِذَا فَعَلُواْ فَٰحِشَةً أَوۡ ظَلَمُوٓاْ أَنفُسَهُمۡ ذَكَرُواْ ٱللَّهَ فَٱسۡتَغۡفَرُواْ لِذُنُوبِهِمۡ وَمَن يَغۡفِرُ ٱلذُّنُوبَ إِلَّا ٱللَّهُ وَلَمۡ يُصِرُّواْ عَلَىٰ مَا فَعَلُواْ وَهُمۡ يَعۡلَمُونَ﴾ [آل عمران : 135 ]

ความหมาย “บรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขากระทำสิ่งชั่วอันใด  หรืออยุติธรรมแก่ตัวเองแล้ว  พวกเขาก็รำลึกถึงอัลลอฮฺ  แล้วขออภัยโทษต่อบรรดาความผิดของพวกเขา และใครเล่าที่จะอภัยโทษบรรดาความผิดทั้งหลายให้ได้  นอกจากอัลลอฮฺแล้ว  และพวกเขามิได้ดื้อรั้นปฏิบัติ ในสิ่งที่เขาเคยปฏิบัติมา โดยที่พวกเขารู้กันอยู่” (อาล อิมรอน  135)

อัลลอฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอะลา ได้เรียกร้องเชิญชวนปวงบ่าวของพระองค์ทั้งมวล สู่การกลับเนื้อกลับตัว พระองค์ได้เรียกร้อง ผู้ที่กล่าวอย่างหลงผิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺคือพระเยซู (เมสิอาห์)  เรียกร้องชาวคัมภีร์ผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮฺเป็นพระเจ้าหนึ่งจากสามองค์ (หลักความเชื่อตรีเอกานุภาพ)  เรียกร้องต่อบรรดาชาวยิว ผู้ที่กล่าวว่าพระหัตถ์ของอัลลอฮฺ ถูกตีโซ่ตรวน (มีความตระหนี่) และเรียกร้องผู้ที่กล่าวอ้างว่า อัลลอฮฺมีคู่ครองและบุตร โดยที่พระองค์ได้ตรัสกับพวกเขาทั้งหมดว่า

﴿أَفَلَا يَتُوبُونَ إِلَى ٱللَّهِ وَيَسۡتَغۡفِرُونَهُۥۚ وَٱللَّهُ غَفُورٞ رَّحِيمٞ﴾ [المائدة : 74 ]

ความหมาย “พวกเขาจะไม่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับ ตัวต่ออัลลอฮฺ และขออภัยโทษต่อพระองค์ กระนั้นหรือ? และอัลลอฮฺนั้น เป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเอ็นดู เมตตาเสมอ” (อัล-มาอิดะฮฺ/74)

อัลลอฮฺได้เรียกร้องสู่การกลับเนื้อกลับตัว ต่อฟิรเอาน์ (ฟาโรห์) และพลพรรคของเขาว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นนอกจากพระองค์อีกแล้ว  แท้จริงพระองค์ คือพระผู้อภิบาลสูงสุด ของพวกเขา พระองค์ได้ตรัสกับนบีมูซา(โมเสส) และนบีฮารูน (อารอน)  อะลัยฮิมัสสลาม ว่า

﴿ٱذۡهَبَآ إِلَىٰ فِرۡعَوۡنَ إِنَّهُۥ طَغَىٰ ٤٣ فَقُولَا لَهُۥ قَوۡلٗا لَّيِّنٗا لَّعَلَّهُۥ يَتَذَكَّرُ أَوۡ يَخۡشَىٰ 44﴾ [طه : 43-44 ]

ความหมาย “เจ้าทั้งสองจงไปหาฟิรเอาน์  แท้จริงเขาโอหัง อวดดีมาก  แล้วเจ้าทั้งสองจงพูดกับเขา ด้วยคำพูดที่อ่อนโยน  บางทีเขาอาจจะรำลึกขึ้น  หรือเกิดความยำเกรงขึ้น” (ฎอฮา 43-44)

พระองค์ได้เรียกร้องบรรดาผู้ตั้งภาคี (มุชริก) สู่การกลับเนื้อกลับตัว  พระองค์ได้ตรัสกับพวกเขา หลังจากที่มีคำสั่งใช้ให้ทำสงครามกับพวกเขาว่า

﴿فَإِن تَابُواْ وَأَقَامُواْ ٱلصَّلَوٰةَ وَءَاتَوُاْ ٱلزَّكَوٰةَ فَإِخۡوَٰنُكُمۡ فِي ٱلدِّينِۗ وَنُفَصِّلُ ٱلۡأٓيَٰتِ لِقَوۡمٖ يَعۡلَمُونَ 11﴾ [التوبة : 11 ]

ความหมาย “แล้วหากพวกเขาสำนึกผิด กลับเนื้อกลับตัว และดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และชำระซะกาตแล้วไซร้ ก็เป็นพี่น้องของพวกเจ้าในศาสนา และจะเราแจกแจงโองการทั้งหลาย ไว้แก่กลุ่มชนที่รู้” (อัต-เตาบะฮฺ 11)

พระองค์ได้เรียกร้องบรรดาคนกลับกลอก หน้าไว้หลังหลอก (มุนาฟิก) สู่การกลับเนื้อกลับตัว ดังที่พระองค์ได้ตรัสว่า

﴿إِنَّ ٱلۡمُنَٰفِقِينَ فِي ٱلدَّرۡكِ ٱلۡأَسۡفَلِ مِنَ ٱلنَّارِ وَلَن تَجِدَ لَهُمۡ نَصِيرًا ١٤٥ إِلَّا ٱلَّذِينَ تَابُواْ وَأَصۡلَحُواْ وَٱعۡتَصَمُواْ بِٱللَّهِ وَأَخۡلَصُواْ دِينَهُمۡ لِلَّهِ فَأُوْلَٰٓئِكَ مَعَ ٱلۡمُؤۡمِنِينَۖ وَسَوۡفَ يُؤۡتِ ٱللَّهُ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ أَجۡرًا عَظِيمٗا 146﴾ [النساء : 145-146

ความหมาย “แท้จริงบรรดามุนาฟิก จะอยู่ในชั้นต่ำสุดของไฟนรก และเจ้าจะไม่พบผู้ช่วยเหลือใดๆ สำหรับพวกเขาเป็นอันขาด นอกจากบรรดาผู้ที่สำนึกผิด กลับเนื้อกลับตัว และปรับปรุงแก้ไข และยึดมั่นต่ออัลลอฮฺ และได้มอบการอิบาดะฮฺของพวกเขา ให้แก่อัลลอฮฺโดยสิ้นเชิง ชนพวกนี้แหละ จะร่วมอยู่กับบรรดาผู้ศรัทธา และอัลลอฮฺจะทรงประทาน แก่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย  ซึ่งรางวัลอันยิ่งใหญ่”  (อัน-นิสาอ์ 145-146)

พระองค์ได้เรียกร้องบรรดาผู้ที่ได้กระทำบาปใหญ่ อาทิ การตั้งภาคี การฆ่าผู้อื่น โดยไม่ชอบธรรม และการผิดประเวณี ให้นำตนไปสู่การกลับเนื้อกลับตัว พระองค์ได้ตรัสว่า

﴿وَمَن يَفۡعَلۡ ذَٰلِكَ يَلۡقَ أَثَامٗا ٦٨ يُضَٰعَفۡ لَهُ ٱلۡعَذَابُ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ وَيَخۡلُدۡ فِيهِۦ مُهَانًا ٦٩ إِلَّا مَن تَابَ وَءَامَنَ وَعَمِلَ عَمَلٗا صَٰلِحٗا فَأُوْلَٰٓئِكَ يُبَدِّلُ ٱللَّهُ سَيِّ‍َٔاتِهِمۡ حَسَنَٰتٖۗ وَكَانَ ٱللَّهُ غَفُورٗا رَّحِيمٗا 70 ﴾ [الفرقان : 68-70 ]

ความหมาย “...และผู้ใดได้กระทำในเรื่องดังกล่าว เขาจะได้พบกับความผิดอย่างมหันต์  สำหรับเขา การลงโทษในวันกิยามะฮฺ จะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และเขาจะอยู่ในนั้น อย่างอัปยศ  ยกเว้นผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว และศรัทธา และประกอบการความดี  พวกเขาเหล่านั้นแหละ อัลลอฮฺจะทรงเปลี่ยนความชั่วของพวกเขา เป็นความดี  และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัย  ผู้ทรงเมตตาเสมอ”  (อัล-ฟุรกอน 68-70)

การเตาบะฮฺจากความผิดพลาดทั้งมวล จำเป็นต้องกระทำอย่างรีบเร่ง ไม่ว่าจะเป็นความผิดเล็ก หรือความผิดใหญ่ อิมาม อัน-นะวาวียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ  กล่าวว่า “เป็นมติของปวงปราชญ์ เห็นพ้องกันว่าการเตาบะฮฺจากความผิดทั้งมวล จำเป็นต้องกระทำอย่างรีบด่วน  ไม่อนุญาตให้ล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นความผิดเล็กหรือใหญ่” (ชัรหฺ อัน-นะวาวียฺ อะลา เศาะฮีหฺ มุสลิม 6/59)

จากอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮู แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«لَلَّهُ أَشَدُّ فَرَحًا بِتَوْبَةِ عَبْدِهِ، حِينَ يَتُوبُ إِلَيْهِ، مِنْ أَحَدِكُمْ كَانَ عَلَى رَاحِلَتِهِ بِأَرْضِ فَلاَةٍ، فَانْفَلَتَتْ مِنْهُ وَعَلَيْهَا طَعَامُهُ وَشَرَابُهُ، فَأَيِسَ مِنْهَا، فَأَتَى شَجَرَةً فَاضْطَجَعَ فِى ظِلِّهَا قَدْ أَيِسَ مِنْ رَاحِلَتِهِ، فَبَيْنَا هُوَ كَذَلِكَ إِذَا هُوَ بِهَا قَائِمَةً عِنْدَهُ، فَأَخَذَ بِخِطَامِهَا ثُمَّ قَالَ مِنْ شِدَّةِ الْفَرَحِ  : اللَّهُمَّ أَنْتَ عَبْدِي وَأَنَا رَبُّكَ. أَخْطَأَ مِنْ شِدَّةِ الْفَرَحِ» [البخاري برقم 6308، مسلم برقم 2747 ]

ความหมาย “อัลลอฮฺทรงดีใจต่อการกลับตัว (เตาบะฮฺ) ของบ่าวของพระองค์ ในขณะที่เขาทำการกลับตัว (เตาบะฮฺ) ยิ่งกว่าคนหนึ่งคนใด ในกลุ่มพวกท่าน ซึ่งได้นั่งอยู่บนสัตว์พาหนะของเขา ในแผ่นดินที่ว่างเปล่าไกลโพ้น  แล้วมันก็หลุดหนีไป โดยที่อาหารและน้ำดื่มติดไปด้วย เขาหมดหวังที่จะได้เจอมันอีก แล้วเขาก็ไปลงนอนใต้ร่มเงาไม้ ในสภาพที่หมดหวังจะเจอกับพาหนะของเขา และในขณะที่เขาอยู่ในสภาพนั้น  ทันใดนั้น มันก็มายืนปรากฏอยู่ต่อหน้าเขา  แล้วเขาก็จับเชือก และได้กล่าวเนื่องจากความดีใจอย่างที่สุดว่า โอ้อัลลอฮฺพระองค์เป็นบ่าวของฉัน และฉันเป็นพระเจ้าของพระองค์ เขาพูดผิดอันเนื่องจากความหลงดีใจอย่างที่สุด” (เศาะฮีหฺมุสลิม หมายเลขหะดีษ 2747 และเศาะฮีหฺอัล-บุคอรียฺ หมายเลขหะดีษ 6308)

ถัดไป

หน้าหลัก

ตุลาคม 07, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม