Custom Search

การแผ่ขยายของอารยะธรรม

 อาจารย์ สุเบร วงษ์สันต์

بسم الله الرحمن الرحيم

ท่านพี่น้องผู้ร่วมละหมาดวันศุกร์ทุกท่าน ผมขอตอกย้ำตรงนี้ ให้ท่านทั้งหลายยำเกรงต่ออัลลอฮ จะได้เกรงกลัวต่อการทำผิด เราจะได้เป็นมุสลิม ที่อยู่ในครรลองของศาสนา เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนที่อัลลอฮ์ จะให้เรา

ท่านพี่น้องผู้มีเกียรติ หากเรามองย้อนกลับไปหาสมัยท่านรอชูล  จะเห็นได้ว่า ท่านนั้นได้ปฏิบัติภารกิจ โดยมีพลังภายในช่วยขับเคลื่อน ทั้งๆที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ทั้งคนที่สนับสนุนท่าน ยังเป็นเด็ก เป็นคนชรา และคนอ่อนแอ กำลังภายในที่ว่านี้ ก็คงจะตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากกำลังใจที่อัลลอฮ์ ทรงมอบให้กับท่านนั่นเอง เวลาท่านเกิดอาการท้อแท้ เหนื่อยหน่าย อัลลอฮ  จะให้กำลังใจโดยการให้วะฮีย์ลงมา และเมื่อเวลาเผชิญหน้ากับศัตรู ในขณะที่ท่านยกทัพไป อัลลอฮ์  จะให้ความหวาดกลัวเกิดขึ้นในหัวจิตหัวใจของฝ่ายตรงข้าม จะเห็นได้ว่าท่านได้รับกำลังใจในภาคปฏิบัติภารกิจ

สิ่งต่างๆ จากเรื่องเหล่านี้ ที่เราต้องเรียนรู้คือ เราต้องรู้จักอัลลอฮ์ ในยามที่เราสุขสบาย อัลลลอฮ์ จะรู้จักเราในยามที่เราวิกฤติ สิ่งที่อัลลอฮ์ ได้ให้ท่านร่อซูล อีกอย่างหนึ่งคือ การที่ให้ท่านรอซูล สามารถขยายอาณาเขตดินแดนแห่งอิสลาม จากที่เคยเป็นดินแดนแห่งการปฏิเสธศรัทธา ด้วยเหตุนี้อัลลอฮ์ จึงกล่าวไว้ในกุรอ่านความว่า " ไม่เห็นหรอกหรือว่า เราได้นำแผ่นดินมาให้เจ้า ..."

เมื่อก่อนรัฐของอิสลาม คือ มะดีนะฮฺ ต่อจากนั้นก็มาพิชิตมักกะฮฺ และขยายอาณาเขตต่อไปชาม ซีเรีย เลบานอน จอแดน ขยายไปเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ ต้องได้รับฉันทานุมัติจากอัลลอฮ์  ไม่เพียงคืบคลาน แผ่ขยายไปสู่ดินแดนอื่นเท่านั้น มุสลิมยังได้เอาอารยะธรรม คุณธรรมและจิรยธรรมอิสลาม ไปสู่กลุ่มชนเหล่านั้นด้วย

แต่ทุกวันนี้มันกลับกันครับ คนที่ยิวเป็นคริสต์ทุกวันนี้ เค้าใช้ยุทธศาสตร์เดียวกันกับท่านรอซูล  ในการเอาคืนแผ่นดินของเขา พวกเขาจับจุดว่า มุสลิมแต่ละยุคต้องการอะไร ก็จะหยิบยื่นไปให้ เพื่อให้มุสลิมยอมสยบ ที่เราเห็นกันชัดๆ คือ ปาเลสไตน์ที่เคยเป็นประเทศอิสลาม ตอนนี้พวกยิวค่อยๆ คืบคลานเข้าไปจนเกือบจะได้ครอบครองพื้นที่ทั้งหมด และเปลี่ยนชื่อเป็นอิสราเอล หรือแม้กระทั่งอินโดนีเซีย ที่เป็นประเทศอิสลาม โดยค่อยๆ โดนคืบคลานเข้าไป จนกลายเป็นติมอเลสเต้ในปัจจุบัน

ที่สำคัญที่สุด คือ ชาวคริสต์ ชาวยิวพวกนี้ เค้าไม่ได้แค่รุกรานแผ่นดินเท่านั้น แต่พวกเขารุกรานในเรื่องความคิดด้วย โดยการเปลี่ยนความคิดด้วย อันนี้แหละครับที่น่ากลัวที่สุด เปลี่ยนแนวคิดให้เป็นระบบทุนนิยม เปลี่ยนให้หลงดุนยา เมื่อหลงดุนยา อาคิเราะห์ก็ไม่ต้องพูดถึง อันนี้เป็นสิ่งที่อยากจะเตือนพวกเราในเรื่องของการเปลี่ยนความคิด เมื่อเรารู้ไม่เท่าทันเขาแล้ว ก็จะกลายเป็นคนที่หลงอยู่กับระบบทุนนิยม

ตามที่จริงแล้ว ความหมายของดำรัสของอัลลอฮ์  ที่ว่า “นันกุศุฮา มินอัตรอฟิฮา” คือ การทำให้ดินแดนอิสลามนั้น กว้างและให้ดินแดนกาเฟรนั้นแคบลง แต่ทุกวันนี้เป็นอย่างไรคับ นักวิชาการร่วมสมัยได้ให้คำอธิบายไว้ว่า มันคือการที่มุสลิมเราปัจจุบัน ไม่สามารถที่จะรักษาดินแดนเอาไว้ได้ หรือเอาไปใช้ไม่ถูกที่ เช่นเมืองไทยเหมาะกับการทำเกษตรกรรม แต่กลับไปสร้างตึก อาคาร โรงงาน ทำให้พื้นที่สีเขียวลดน้อยลงไป

พี่น้องครับ เราต้องย้อนกลับมาดูว่าสมัยก่อน อัลลอฮ์  ได้ให้ท่านนบี  ปกครองแผ่นดินที่กว้างขวาง แล้วเอาอารยธรรม เอาอิสลามเข้าไป วิชาการต่างๆได้เริ่มต้นในยุคอิสลามทั้งนั้น แต่ปัจจุบันนี้พวกเรากำลังจะโดนยึดดินแดน โดยอาศัยประชาธิปไตยมาเป็นฉากบังหน้า เพื่ออ้างความชอบธรรมในการรุกราน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราจึงจะต้องรู้จักอัลลอฮ์ อย่างจริงจัง รู้อย่างแท้จริงว่าอัลลอฮ์ ต้องการอะไรจากเรา !

หากว่าท่านรู้ว่าอัลลอฮ์  ต้องการอะไรจากเราแล้วล่ะก็ เราก็จะเป็นบุคคลที่อัลลอฮ์ ยกฐานะ แต่บางคนผินหลังให้อัลลอฮ์ ตลอดจนกระทั่งมาเจอการทดสอบแล้ว จึงกลับหันมาหาอัลลอฮ์   แต่ยังดีกว่าอีกบางกลุ่ม ที่ไม่เคยคิดจะรู้จักอัลลอฮ์ เลย จะยามสุขยามทุกข์ก็ไม่อยากรู้จัก เพราะฉะนั้นในยามที่มีภัยพิบัติเช่นนี้ ท่านไม่ต้องไปห่วงอุตสาหกรรมใหญ่ๆ พวกนั้นเค้ามีระบบรองรับ แต่ที่ควรจะห่วงคือ พวกพี่น้องเรา ที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง คือ คนพวกนี้ไม่ค่อยจะละหมาดอยู่แล้ว ยิ่งมาอยู่ในสภาพนี้ ยิ่งไม่ละหมาดใหญ่เลย ตอนสุขสบายก็หลงกันแต่ดุนยา ถึงเวลาลำบากก็ยังไม่คิดถึง

นักวิชาการยังบอกทั้งน้ำตา เมื่อถูกถามถึงโลกดุนยาเลยว่า “หนทางไปหาอัลลอฮ์ มันยังอีกยาวไกล แต่เสบียงของเรามีน้อยเหลือเกิน”  นี่ขนาดชีวิตเขาอยู่กับวิชาการ แล้วนับประสาอะไรกับพวกเราที่หลงกับดุนยา แสวงหาแต่ปัจจัยยังชีพ และชอบไปยุ่งกับเรื่องชาวบ้าน เพราะฉะนั้นในช่วงวิกฤติอันนี้ เรามาเร่งหาความดีด้วยการช่วยเหลือพี่น้องของเราตามที่ต่างๆ ที่ประสบภัยพิบัติกันดีกว่า

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะย้อนกลับมาดูตัวเรา ให้เรามุ่งมั่นสู่อัลลอฮ์ อย่างจริงจัง ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นบทบัญญัติอย่างเคร่งครัด ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ในการช่วยเหลือ และหวังผลตอบแทนจากอัลลอฮ์  เพีงพระองค์เดียว

จากเหตุการณ์และแนวทางของรอซูล  ได้เป็นข้อเตือนใจให้เรา  เมื่อใดที่ท่านหลงดุนยาแล้ว ท่านจะพลาดและเสียใจ ขอให้เราสะสางตัวของเราเอง ตั้งแต่ในดุนยา กลับมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง สิ่งที่จะทำได้ตอนนี้ คือ การช่วยเหลือทั้งทางทรัพย์สิน และเยียวยาจิตใจด้วยข้อเสนอแนะ และบทบัญญัติที่ดี ขอเรียกร้องให้พวกเรานั้น ได้ศึกษาบทบัญญัติกันอย่างจริงจัง รู้ให้จริงและนำเสนอต่อผู้อื่นให้ได้กลับไปหาอัลลอฮ์ ด้วยกัน ท่านทุกคนสามารถทำได้

.....ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเข้าใจในศาสนา หากท่านทำได้ ท่านจะเป็นผู้ที่มีสติปัญญา และมีฐานะอันสูงส่ง ณ ที่อัลลอฮ์ 

“จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ว่าจะไม่มีอะไรประสบกับเราเป็นอันขาด นอกจากสิ่งที่อัลลอฮ์ ได้กำหนดไว้ให้ประสบแก่เราเท่านั้น ซึ่งพระองค์เป็นผู้คุ้มครองเรา และแด่อัลลอฮ์นั้น มุอฺมินทั้งหลายจงมอบหมายเถิด ” (อัตเตาบะฮฺ  อายะฮ์ที่ 51)

คุตบะฮฺวันศุกร์ มัสยิดดารุลอิห์ซาน

www.islammore.com

หน้าหลัก

ตุลาคม 07, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม