Custom Search

คำชี้แนะแด่สตรีทั้งหลาย 1

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาล ขอความสุข ความจำเริญ และความศานติ จงประสบแด่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตลอดจนวงศ์วาน และมิตรสหายของท่านโดยทั่วกัน ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ และเป็นศาสนทูตของพระองค์

อัลลลอฮ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿ إِنَّ ٱلۡمُسۡلِمِينَ وَٱلۡمُسۡلِمَٰتِ وَٱلۡمُؤۡمِنِينَ وَٱلۡمُؤۡمِنَٰتِ وَٱلۡقَٰنِتِينَ وَٱلۡقَٰنِتَٰتِ وَٱلصَّٰدِقِينَ وَٱلصَّٰدِقَٰتِ وَٱلصَّٰبِرِينَ وَٱلصَّٰبِرَٰتِ وَٱلۡخَٰشِعِينَ وَٱلۡخَٰشِعَٰتِ وَٱلۡمُتَصَدِّقِينَ وَٱلۡمُتَصَدِّقَٰتِ وَٱلصَّٰٓئِمِينَ وَٱلصَّٰٓئِمَٰتِ وَٱلۡحَٰفِظِينَ فُرُوجَهُمۡ وَٱلۡحَٰفِظَٰتِ وَٱلذَّٰكِرِينَ ٱللَّهَ كَثِيرٗا وَٱلذَّٰكِرَٰتِ أَعَدَّ ٱللَّهُ لَهُم مَّغۡفِرَةٗ وَأَجۡرًا عَظِيمٗا ٣٥ ﴾ [الأحزاب : ٣٥] 

ความว่า: "แท้จริง บรรดาผู้นอบน้อมชายและหญิง บรรดาผู้ศรัทธาชายและหญิง บรรดาผู้ภักดีชายและหญิง บรรดาผู้สัตย์จริงชายและหญิง บรรดาผู้อดทนชายและหญิง บรรดาผู้ถ่อมตัวชายและหญิง บรรดาผู้บริจาคทานชายและหญิง บรรดาผู้ถือศีลอดชายและหญิง บรรดาผู้รักษาอวัยวะเพศของพวกเขา ที่เป็นชายและหญิง บรรดาผู้รำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมาก ที่เป็นชายและหญิงนั้น อัลลอฮฺจะทรงเตรียมไว้แก่พวกเขา ซึ่งการอภัยโทษ และผลบุญอันมหาศาล" (อัล-อะหฺซาบ: 35)

อัต-ติรมิซียฺ บันทึกรายงาน ในหนังสือสุนันของท่านจากอุมมุ อัมมาเราะฮฺ อัล-อันศอริยะฮฺ เล่าว่านางได้เข้าพบท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วกล่าวว่า: "ดิฉันรู้สึกว่าทุกๆอย่าง ล้วนเกี่ยวกับบุรุษทั้งสิ้น แทบไม่เห็นสตรีถูกกล่าวถึงเลย" อายะฮฺนี้ จึงถูกประทานลงมา ( إِنَّ ٱلۡمُسۡلِمِينَ وَٱلۡمُسۡلِمَٰتِ )

และที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ คือคำสั่งเสียบางส่วน สำหรับพี่น้องมุสลิมะฮฺทั้งหลาย ขออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงให้สิ่งเหล่านี้ เป็นประโยชน์ด้วยเถิด อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿ وَٱلۡمُؤۡمِنُونَ وَٱلۡمُؤۡمِنَٰتُ بَعۡضُهُمۡ أَوۡلِيَآءُ بَعۡضٖۚ يَأۡمُرُونَ بِٱلۡمَعۡرُوفِ وَيَنۡهَوۡنَ عَنِ ٱلۡمُنكَرِ وَيُقِيمُونَ ٱلصَّلَوٰةَ وَيُؤۡتُونَ ٱلزَّكَوٰةَ وَيُطِيعُونَ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥٓۚ أُوْلَٰٓئِكَ سَيَرۡحَمُهُمُ ٱللَّهُۗ إِنَّ ٱللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٞ ٧١ ﴾ [التوبة: ٧١] 

ความว่า “และบรรดามุอ์มินชาย และบรรดามุอ์มินหญิงนั้น บางส่วนของพวกเขา ต่างเป็นผู้ช่วยเหลือ อีกบางส่วน ซึ่งพวกเขาจะกำชับใช้ให้ปฏิบัติ ในสิ่งที่ชอบ และห้ามปราม ในสิ่งที่ไม่ชอบ และพวกเขาจะดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และจ่ายซะกาต และภักดีต่ออัลลอฮฺ และเราะสูลของพระองค์ ชนเหล่านี้แหละ อัลลอฮฺจะทรงเอ็นดูเมตตาพวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺนั้น เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ” (อัต-เตาบะฮฺ: 71)

คำสั่งเสียข้อแรก : การตั้งภาค

ให้ยึดมั่นในเอกภาพของพระองค์อัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา และพึงระวัง ในเรื่องการทำชิริก (การตั้งภาคี)

อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿ لَآ إِكۡرَاهَ فِي ٱلدِّينِۖ قَد تَّبَيَّنَ ٱلرُّشۡدُ مِنَ ٱلۡغَيِّۚ فَمَن يَكۡفُرۡ بِٱلطَّٰغُوتِ وَيُؤۡمِنۢ بِٱللَّهِ فَقَدِ ٱسۡتَمۡسَكَ بِٱلۡعُرۡوَةِ ٱلۡوُثۡقَىٰ لَا ٱنفِصَامَ لَهَاۗ وَٱللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ ٢٥٦ ﴾ [البقرة: ٢٥٦] 

“ไม่มีการบังคับใด (ให้นับถือ) ในศาสนาอิสลาม แน่นอนความถูกต้องนั้น ได้เป็นที่กระจ่างแจ้งแล้ว จากความผิด ดังนั้น ผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่อ อัฎ-ฎอฆูต และศรัทธาต่ออัลลอฮฺแล้ว แน่นอนเขาได้ยึดห่วงอันมั่นคงไว้แล้ว โดยไม่มีการขาดใดๆ เกิดขึ้นแก่มัน  และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ: 256)

และตรัสอีกว่า

﴿ ۞وَمَن يُسۡلِمۡ وَجۡهَهُۥٓ إِلَى ٱللَّهِ وَهُوَ مُحۡسِنٞ فَقَدِ ٱسۡتَمۡسَكَ بِٱلۡعُرۡوَةِ ٱلۡوُثۡقَىٰۗ وَإِلَى ٱللَّهِ عَٰقِبَةُ ٱلۡأُمُورِ ٢٢ ﴾ [لقمان: ٢٢] 

"และผู้ใดยอมนอบน้อมใบหน้าของเขา ยังอัลลอฮฺ โดยที่เขาเป็นผู้กระทำดี แน่นอนเขาได้ยึดห่วง อันมั่นคงไว้แล้ว และบั้นปลายของกิจการทั้งหลาย ย่อมกลับไปหาอัลลอฮฺ" (ลุกมาน: 22)

ชัยคุลอิสลาม มุหัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า สองสิ่งที่ยิ่งใหญ่ อันเป็นพื้นฐานหลักของอิสลาม คือ:

ประการที่หนึ่ง

คำสั่งใช้ให้เคารพ อิบาดะฮฺต่อพระองค์อัลลอฮฺ ตะอาลา เพียงพระองค์เดียว โดยปราศจากการชิริก และผู้ใดที่ละทิ้งคำสั่งใช้นี้ ถือเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา

อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿ قُلۡ يَٰٓأَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ تَعَالَوۡاْ إِلَىٰ كَلِمَةٖ سَوَآءِۢ بَيۡنَنَا وَبَيۡنَكُمۡ أَلَّا نَعۡبُدَ إِلَّا ٱللَّهَ وَلَا نُشۡرِكَ بِهِۦ شَيۡ‍ٔٗا وَلَا يَتَّخِذَ بَعۡضُنَا بَعۡضًا أَرۡبَابٗا مِّن دُونِ ٱللَّهِۚ فَإِن تَوَلَّوۡاْ فَقُولُواْ ٱشۡهَدُواْ بِأَنَّا مُسۡلِمُونَ ٦٤ ﴾ [آل عمران: ٦٤] 

"จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ว่า โอ้บรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ ! จงมายังถ้อยคำหนึ่ง ซึ่งเท่าเทียมกันระหว่างเรา และพวกท่าน คือ เราจะไม่เคารพสักการะ นอกจากอัลลอฮฺ และเราจะไม่ให้สิ่งหนึ่งสิ่งใด เป็นภาคีเทียบเคียงพระองค์ และพวกเราบางคน ก็จะไม่ยึดถืออีกบางคน เป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮฺ  แล้วหากพวกเขาหันหลังให้ ก็จงกล่าวเถิดว่า พวกท่านจงเป็นพยานด้วยว่า แท้จริงพวกเราเป็นผู้น้อมตาม" (อาล อิมรอน: 64)

อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงสั่งใช้ให้บรรดานบี ของพระองค์ เรียกร้องเชิญชวนชาวคัมภีร์ ด้วยสิ่งที่ท่านเชิญชวนชาวอาหรับ และชนอื่นๆ นั่นคือการเข้าใจความหมายของคำว่า "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ" (ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ) ซึ่งหมายความว่า ไม่มีผู้ใดพึงได้รับการเคารพภักดี อย่างถูกต้องแท้จริง นอกจากอัลลอฮฺ ดังนั้น การขอดุอาอ์ การวิงวอนขอความช่วยเหลือ การเชือดสัตว์พลี การสาบาน หรืออิบาดะฮฺอื่นใด จึงต้องกระทำและเป็นไป เพื่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา แต่เพียงพระองค์เดียว และนี่คือแก่นแท้แห่งการเรียกร้องเชิญชวน ของศาสนทูตทุกท่าน

ประการที่สอง

การเตือนสำทับ และเน้นย้ำให้พึงระวัง ในเรื่องการชิริกในการทำอิบาดะฮฺ และถือว่าผู้กระทำการดังกล่าว ตกเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา เพราะการให้เอกภาพนั้น มิอาจสมบูรณ์ได้หากขาดส่วนนี้ไป เช่นนี้คือแนวปฏิบัติของบรรดาเราะสูล พวกท่านได้เตือนประชาชาติของพวกท่าน ให้หลีกห่างจากการตั้งภาคี ดังที่อัลลอฮฺ ตรัสว่า

﴿ وَلَقَدۡ بَعَثۡنَا فِي كُلِّ أُمَّةٖ رَّسُولًا أَنِ ٱعۡبُدُواْ ٱللَّهَ وَٱجۡتَنِبُواْ ٱلطَّٰغُوتَۖ﴾ [النحل: ٣٦] 

"และโดยแน่นอน เราได้ส่งเราะสูลมาในทุกประชาชาติ (โดยบัญชาว่า) พวกท่านจงเคารพภักดีอัลลอฮฺ และจงหลีกหนีให้ห่างจากพวกเจว็ด" (อัน-นะหฺล์: 36)

ผู้ที่ทำชิริก ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ อัลลอฮฺจะไม่ทรงรับการงานของเขา อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการงาน ที่เป็นฟัรฎ ูหรือที่เป็นสุนัตก็ตาม อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿ وَقَدِمۡنَآ إِلَىٰ مَا عَمِلُواْ مِنۡ عَمَلٖ فَجَعَلۡنَٰهُ هَبَآءٗ مَّنثُورًا ٢٣ ﴾ [الفرقان: ٢٣] 

"และเรามุ่งสู่ส่วนหนึ่งของการงาน ที่พวกเขาได้ปฏิบัติไป แล้วเราจะทำให้มันไร้คุณค่า กลายเป็นละอองฝุ่นที่ปลิวว่อน" (อัล-ฟุรกอน: 23)

และสิ่งหนึ่ง ที่เป็นภัยคุกคามอันน่าวิตกยิ่ง ต่อประชาชาติของเรา ก็คือ บรรดาช่องดาวเทียม และสื่อต่างๆ ที่มักนำเสนอโฆษณาชวนเชื่อผิดๆ โดยมุ่งหวังจะสร้างความสับสน แก่พี่น้องมุสลิมต่อศาสนาของพวกเขา และชักนำพวกเขา ด้วยวิธีการอันแยบยล สู่การหลุดพ้นจากกรอบศาสนา ดังนั้น จึงพึงระวังเป็นอย่างยิ่ง และนี่คืออันตรายประการแรก

ส่วนอันตรายประการที่สองนั้น ก็คือการที่ไสยศาสตร์ และการดูหมอแพร่หลายเป็นอย่างมาก ในปัจจุบัน โดยมีผู้แวะเวียนใช้บริการสิ่งเหล่านี้ เป็นจำนวนมาก โดยให้อ้างว่า เพื่อเป็นการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งนี้ อิสลามไม่อนุญาตให้มุสลิมะฮฺ ไปหาผู้ที่ทำคุณไสยพวกนั้น ซึ่งอ้างตัวว่ารู้ในสิ่งเร้นลับ เพื่อสอบถามถึงโรคภัยที่เผชิญอยู่ และไม่อนุญาตให้พวกนาง เชื่อในสิ่งที่พวกเขาบอก เพราะแท้จริงแล้ว พวกเขาเพียงกล่าวอ้าง ในสิ่งที่เร้นลับ หรืออาจขอความช่วยเหลือจากญิน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่พวกเขาต้องการ คนกลุ่มนี้ ถือเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา และหลงผิดอย่างชัดแจ้ง หากพวกเขาอ้างว่ารู้ในสิ่งเร้นลับ

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

« مَنْ أَتَى عرّافاً، فَسَأَلَهُ عَنْ شَيْءٍ لَمْ تُقْبَلْ لَهُ صَلاةٌ أَرْبَعِيْنَ لَيْلَةً» [مسلم برقم 2230]

ความว่า "ผู้ใดหาหมอดู เพื่อถามถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใด ละหมาดของเขาจะไม่ถูกรับ เป็นเวลาสี่สิบคืน" (มุสลิม หะดีษเลขที่ 2230)

ถัดไป

หน้าหลัก

ตุลาคม 08, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม