Custom Search

อัต-ตะวักกุล  การมอบหมายต่ออัลลอฮฺ

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย

มวลการสรรเสริญ เป็นเอกสิทธิของอัลลอฮฺ ขอการประทานพร และความสันติ มีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  ข้าขอปฏิญานว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมหมัดนั้น เป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์
    
ส่วนหนึ่งของอิบาดะฮฺที่ยิ่งใหญ่ นั้นคือการมอบหมายต่ออัลลอฮฺผู้สูงส่ง ในทุกการงาน นักปราชญ์บางท่านได้กล่าวว่า

“ตะวักกัลนั้น คือจิตใจที่ยึดมั่นอย่างแท้จริงกับอัลลอฮฺว่า ทรงเป็นผู้นำประโยชน์ และปกป้องจากภัย อันตรายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเกี่ยวกับโลกนี้ หรือโลกหน้า ตะวักกุล คือการที่บ่าวทำการมอบหมายการงานทุกอย่าง ให้กับอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา  แสดงออกถึงการศรัทธามั่น และชัดเจนว่าไม่มีผู้ใดที่สามารถยังประโยชน์หรือให้โทษ นอกจากอัลลอฮฺ สุบหานะฮูะตะอาลา  เท่านั้น"  (ญามิอฺ อัล-อุลูม วา อัล-หิกัม 2/497)

อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

﴿ وَإِن يَمۡسَسۡكَ ٱللَّهُ بِضُرّٖ فَلَا كَاشِفَ لَهُۥٓ إِلَّا هُوَۖ وَإِن يَمۡسَسۡكَ بِخَيۡرٖ فَهُوَ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ ١٧ ﴾ [الأنعام: ١٧] 

ความว่าและหากว่าอัลลอฮฺทรงให้ความเดือดร้อนอย่างหนึ่งอย่างใด ประสบแก่เจ้าแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดจะเปลื้องมันได้ นอกจากพระองค์เท่านั้น และหากพระองค์ทรงให้ความดีอย่างหนึ่งอย่างใด ประสบแก่เจ้า  แท้จริง พระองค์นั้น ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง(อัล-อันอาม 17)

แท้จริงแล้วอัลลอฮฺ ได้สั่งใช้ปวงบ่าวของพระองค์ ให้ทำการมอบหมายแด่พระองค์ ในหลายๆ แห่ง ในคัมภีร์อัลกุรอาน โดยมีมากกว่า 50 อายะฮฺ พระองค์ตรัสว่า

﴿ وَتَوَكَّلۡ عَلَى ٱلۡحَيِّ ٱلَّذِي لَا يَمُوتُ وَسَبِّحۡ بِحَمۡدِهِۦۚ وَكَفَىٰ بِهِۦ بِذُنُوبِ عِبَادِهِۦ خَبِيرًا ٥٨ ﴾ [الفرقان: ٥٧] 

ความว่า  “และสูเจ้าจงมอบหมายต่อพระผู้ทรงชีวิน ผู้ทรงไม่ตาย และจงแซ่ซ้องสดุดี ด้วยการสรรเสริญพระองค์ และพอเพียงแล้ว ด้วยพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ในความผิดทั้งหลาย ของปวงบ่าวของพระองค์” (อัล-ฟุรกอน 58)  

และพระองค์ได้ตรัสว่า

﴿ قُل لَّن يُصِيبَنَآ إِلَّا مَا كَتَبَ ٱللَّهُ لَنَا هُوَ مَوۡلَىٰنَاۚ وَعَلَى ٱللَّهِ فَلۡيَتَوَكَّلِ ٱلۡمُؤۡمِنُونَ ٥١ ﴾ [التوبة: ٥١] 

ความว่า จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า จะไม่ประสบแก่เราเป็นอันขาด นอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺ ได้กำหนดไว้แก่เราเท่านั้น  ซึ่งพระองค์เป็นผู้คุ้มครองเรา และแด่อัลลอฮฺนั้น มุอ์มินผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงมอบหมายเถิด(อัต-เตาบะฮฺ 51)

และพระองค์ได้ตรัสเช่นกันว่า

﴿ وَتَوَكَّلۡ عَلَى ٱلۡعَزِيزِ ٱلرَّحِيمِ ٢١٧ ٱلَّذِي يَرَىٰكَ حِينَ تَقُومُ ٢١٨ وَتَقَلُّبَكَ فِي ٱلسَّٰجِدِينَ ٢١٩ ﴾ [الشعراء: ٢١٧،  ٢١٩] 

ความว่า และจงมอบหมายต่อผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงเมตตาเสมอ ผู้ทรงเห็นเจ้าขณะที่เจ้ายืนอยู่ และการเคลื่อนไหวของเจ้า ในหมู่ผู้สุญูด”  (อัช-ชุอะรออ์ 217-219 )     

รายงานจากท่าน อุมัรฺ บิน อัล-ค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า แท้จริงท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«لَوْ أَنَّكُمْ تَتَوَكَّلُونَ عَلَى اللَّهِ حَقَّ تَوَكُّلِهِ، لَرَزَقَكُمْ كَمَا يَرْزُقُ الطَّيْرَ، تَغْدُو خِمَاصًا وَتَرُوحُ بِطَانًا» [مسند الإمام أحمد 1/30]

หากพวกท่านมอบหมายตนต่ออัลลอฮฺ อย่างแท้จริงแล้ว แน่นอน พระองค์จะประทานริซก(ปัจจัยยังชีพ) ให้พวกท่าน เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงประทานริซกีให้กับนก  โดยที่มันบินออกไปในตอนเช้า ในสภาพที่ท้องว่าง และกลับมาในตอนเย็น ในสภาพที่ท้องอิ่ม”   (มุสนัดอิมาม อะหฺมัด 1/30)

ท่านหาฟิซ อิบนุ เราะญับ ได้กล่าวว่า  หะดีษนี้ ถือเป็นหลักในเรื่องการมอบหมายต่ออัลลอฮฺ และแสดงว่าการมอบหมาย (ตะวักกุล) เป็นสาเหตุที่สำคัญที่จะชักนำมาซึ่งริสกี อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

﴿وَمَن يَتَّقِ ٱللَّهَ يَجۡعَل لَّهُۥ مَخۡرَجٗا ٢ وَيَرۡزُقۡهُ مِنۡ حَيۡثُ لَا يَحۡتَسِبُۚ وَمَن يَتَوَكَّلۡ عَلَى ٱللَّهِ فَهُوَ حَسۡبُهُۥٓۚ ﴾ [الطلاق: ٢،  ٣] 

ความว่าและผู้ใดยำเกรงอัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงหาทางออกให้แก่เขา และจะทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่เขา จากที่ที่เขามิได้คาดคิด และผู้ใดมอบหมายแด่อัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงเป็นผู้พอเพียงแก่เขาแล้ว(อัฏ-เฏาะลาก 2-3)

“หะดีษของท่านอุมัรฺ แสดงให้เห็นว่า มนุษย์ได้ปัจจัยมา โดยที่เขาขาดการตั้งมั่น อยู่กับการมอบหมายต่ออัลลอฮฺ อย่างแท้จริง และมีจิตที่ยึดมั่น อยู่กับมูลเหตุภายนอก และไว้วางใจมัน พวกเขาจึงเหน็ดเหนื่อย ไปกับมูลเหตุ และใช้ความพยายามกับมันอย่างยิ่ง แต่เขากลับไม่ได้สิ่งที่เขาพยายาม ยกเว้นเท่าที่ถูกกำหนดมาให้กับเขา ตั้งแต่แรกเท่านั้น หากพวกเขายึดมั่นในการมอบหมาย ต่ออัลลอฮฺด้วยหัวใจของเขาอย่างแท้จริงแล้ว แน่นอนอัลลอฮฺ จะชักนำริสกีมายังเขาด้วยมูลเหตุใดๆ แม้ว่ามันจะเล็กน้อยยิ่งก็ตามที เฉกเช่นเดียวกับที่พระองค์ให้รีสกี แก่เหล่านกกา ด้วยเพียงการบิน ออกไปในยามเช้า แล้วบินกลับมาในยามเย็น ซึ่งถือว่า ป็นความพยายามอย่างหนึ่ง แต่เป็นความพยายามที่น้อยนิดมาก” (ญามิอฺ อัล-อุลูม วะ อัล-หิกัม 2/502)

ชาวสะลัฟบางท่าน ได้กล่าวว่า “การมอบหมายต่ออัลลอฮฺนั้น จะนำมายังท่านซึ่งริสกี โดยไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย และยากลำบาก” (ญามิอฺ อัล-อุลูม วะ อัล-หิกัม 2/502)

ท่านสะอีด บิน ญุบัยรฺ ได้กล่าวว่า “การตะวักกุลนั้นเป็นองค์รวมของอีมาน” (ญามิอฺ อัล-อุลูม วะ อัล-หิกัม 2/497)

ท่านอิบนุ อัล-ก็อยยิมได้กล่าวว่า “ตะวักกุล ถือเป็นมูลเหตุที่สำคัญยิ่ง ที่บ่าวจะใช้ในการปกป้องตัวเองจากการละเมิด ความอยุติธรรม และการรุกรานของผู้อื่น”
 
และท่านอิบนุ อัล-ก็อยยิมได้กล่าวอีกว่า “ตะวักกุล ถือเป็นกึ่งหนึ่งของการศรัทธา และกึ่งที่สองนั้น คือการกลับตัวสยบต่ออัลลอฮฺ เพราะศาสนานั้น ประกอบด้วยการขอความช่วยเหลือ และการสักการะอิบาดะฮฺต่อพระองค์ การตะวักกุล ถือว่าเป็นการขอความช่วยเหลือ ส่วนการกลับตัวสยบต่อพระองค์ ก็คือการทำอิบาดะฮฺ”  (อัต-ตัฟซีร อัล-ก็อยยิม 587, มะดาริจญ์ อัซ-ซาลิกีน 2/118)

รายงานจากท่าน อะนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ  ว่า แท้จริงท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  ได้กล่าวว่า

«إِذَا خَرَجَ الرَّجُلُ مِنْ بَيْتِهِ فَقَالَ: بِسْمِ اللَّهِ تَوَكَّلْتُ عَلَى اللَّهِ، لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إِلَّا بِاللَّهِ، قَالَ : يُقَالُ حِينَئِذٍ هُدِيتَ وَكُفِيتَ وَوُقِيتَ، فَتَتَنَحَّى لَهُ الشَّيَاطِينُ، فَيَقُولُ لَهُ شَيْطَانٌ آخَرُ كَيْفَ لَكَ بِرَجُلٍ قَدْ هُدِيَ وَكُفِيَ وَوُقِيَ» [سنن أبي داود (4/325) برقم 5095]

ความว่า “หากชายคนหนึ่งออกจากบ้านของเขา โดยกล่าวว่า ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ฉันขอมอบหมายต่ออัลลอฮฺ และไม่มีพลังและอำนาจใด ๆ นอกจากด้วยอัลลอฮฺ  ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า จะมีเสียงกล่าวแก่เขาว่า ท่านได้รับการนำทางแล้ว และท่านได้รับการปกป้องแล้ว และได้รับความพอเพียงแล้ว และบรรดาชัยฏอนจะออกห่างไปจากเขา  ชัยฏอนอีกตนหนึ่งจะกล่าวว่า เจ้าจะทำอะไรได้เล่า กับคนที่เขาได้รับทางนำ  ได้รับการปกป้อง และได้รับการประกันความพอเพียงแล้ว(อบู ดาวูด หมายเลข 5095)

และมีรายงานจากท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา  ท่านกล่าวว่า

“คำกล่าว حَسْبُنَا اللَّـهُ وَنِعْمَ الْوَكِيلُ (หัสบุนัลลอฮุ วะ นิอฺมัล วะกีล  -  อัลลอฮฺนั้น เป็นผู้ที่พอเพียงแก่เราแล้ว และเป็นผู้รับมอบหมายที่ดีเยี่ยม) นั้น ท่านนบีอิบรอฮีม ได้กล่าวมัน ในช่วงที่ถูกโยนลงไฟในกองไฟ 

ท่านนบีมุหัมมัด ก็ได้กล่าวเช่นกัน ในตอนที่มีผู้คนกล่าวกับท่านว่า แท้จริงมีผู้คนได้ชุมนุม เพื่อโจมตีพวกท่าน ดังนั้น พวกท่านจงกลัวพวกเขาเถิด แต่ทว่ามันกลับเพิ่มความศรัทธา แก่พวกเขา (บรรดาผู้ศรัทธา) และพวกเขากล่าวว่า อัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ที่พอเพียงแก่เราแล้ว และทรงเป็นผู้รับการมอบหมายที่ดียิ่ง” (เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ 3/211 หมายเลข 4563)  


นบีอิบรอฮีม เมื่อท่านกล่าวว่า หัสบุนัลลอฮุวะนิอฺมัลวะกีล ผลที่เกิดขึ้น คือตามที่อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

﴿ قُلۡنَا يَٰنَارُ كُونِي بَرۡدٗا وَسَلَٰمًا عَلَىٰٓ إِبۡرَٰهِيمَ ٦٩ ﴾ [الانبياء: ٦٩]

ความว่าเรา (อัลลอฮฺ) กล่าวว่า  ไฟเอ๋ย ! จงเย็นลง และให้ความปลอดภัยแก่อิบรอฮีมเถิด(อัล-อันบิยาอ์ 69)  

และท่านนบีมุหัมมัด เมื่อท่านกล่าวคำนี้ ผลก็คือตามที่อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

﴿ فَٱنقَلَبُواْ بِنِعۡمَةٖ مِّنَ ٱللَّهِ وَفَضۡلٖ لَّمۡ يَمۡسَسۡهُمۡ سُوٓءٞ وَٱتَّبَعُواْ رِضۡوَٰنَ ٱللَّهِۗ وَٱللَّهُ ذُو فَضۡلٍ عَظِيمٍ ١٧٤ ﴾ [آل عمران: ١٧٤]

ความว่า “แล้วพวกเขาได้กลับมา พร้อมด้วยความกรุณาจากอัลลอฮฺ และความโปรดปราน (จากพระองค์) โดยมิได้มีอันตรายใดๆ ประสบแก่พวกเขา และพวกเขาได้ปฏิบัติ ตามความพอพระทัยของอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺคือผู้ทรงเปี่ยม ด้วยความกรุณา โปรดปรานอันยิ่งใหญ่” (อาล อิมรอน 174)

ผู้ศรัทธาคนหนึ่ง ในหมู่วงค์วานฟิรเอานฺ ได้กล่าวเมื่อเผ่าของพวกเขา ใช้กลอุบายกับเขาว่า

﴿وَأُفَوِّضُ أَمۡرِيٓ إِلَى ٱللَّهِۚ إِنَّ ٱللَّهَ بَصِيرُۢ بِٱلۡعِبَادِ ٤٤ ﴾ [غافر: ٤٤]

ความว่า และฉันขอมอบภารกิจของฉัน แด่อัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺทรงเป็นผู้เฝ้าดูปวงบ่าว(ฆอฟิรฺ 44)

อัลลอฮฺได้กล่าวถึงเขาว่า

﴿فَوَقَىٰهُ ٱللَّهُ سَيِّ‍َٔاتِ مَا مَكَرُواْۖ وَحَاقَ بَِٔاعلِ فِرۡعَوۡنَ سُوٓءُ ٱلۡعَذَابِ ٤٥ ﴾ [غافر: ٤٥] 

ความว่า “อัลลอฮฺได้ทรงคุ้มครองเขา ให้พ้นจากความชั่วทั้งหลาย ที่พวกเขาวางแผนไว้ และการลงโทษที่ชั่วช้า ก็จะห้อมล้อมบริวารของฟิรเอานฺ” (ฆอฟิรฺ 44-45)

แปลโดย : อิสมาน จารง / Islam House

การมอบหมายต่ออัลลอฮฺ และการยึดถือมูลเหตุ ...>>>> Click Next.

หน้าหลัก

ตุลาคม 09, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม