Custom Search

ภาวะวิกฤติของทฤษฎีทุนนิยม กับการศึกษาแบบอิสลาม

ท่ามกลางภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน มนุษย์กำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย ที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรม ปล้น ฆ่า ชิงทรัพย์ ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ปัญหาเด็ก เยาวชนและสตรี ปัญหายาเสพย์ติด ปัญหาครอบครัว ชุมชนแออัด และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย

ปัญหาต่างๆ นั้นเกิดขึ้นโดยฝีมือของมนุษย์เอง และมันก็กำลังย้อนกลับมาทำลายล้าง สร้างความเสื่อมเสียให้กับสังคมมนุษย์โดยส่วนรวม เช่นเดียวกันกับสังคมไทยในปัจจุบัน ที่กำลังประสบกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ส่งผลให้บริษัทหลายๆ บริษัท โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งต้องปิดหรือยุบรวมกิจการ มีคนตกงานมากขึ้น  ส่งผลให้คนไทยเกิดความเครียด เห็นแก่ตัวมากขึ้น ก่อให้เกิดการลักขโมย ปล้น ฆ่า ชิงทรัพย์ เกิดภาวะสังคมบีบบังคับ คนตกงานบางคน จำเป็นต้องปล้น เพียงเพื่อต้องการอาหารมายังชีพตนเองและครอบครัว เท่านั้น เกิดปัญหาครอบครัวแตกแยก ปัญหาเด็กเร่ร่อน ขาดการศึกษา กลายมาเป็นปัญหาสังคมตามมาในที่สุด

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ใช่แผนพัฒนาเศรฐกิจแบบทุนนิยมตามแบบตะวันตก ที่หัวใจของระบบนี้คือ ดอกเบี้ย และการเน้นพัฒนาทางด้านวัตถุ ซึ่งขณะนี้เรากำลังอยู่ในยุคทุนนิยมขั้นที่ 4 หรือยุคโลกาภิวัฒน์ มีนักวิชาการบางท่าน ได้ให้ความเห็นว่า ระบบนี้กำลังใกล้จะถึงจุดสิ้นสุด และล่มสลาย เช่นเดียวกับการล่มสลาย ของระบบคอมมิวนิสต์ในรัสเซีย

สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบอิสลาม ที่มีหลักการนำมาจากตัวบทอัลฮะดิษ และในคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งถือเป็นแนวทาง แบบฉบับที่สำคัญสำหรับมนุษย์ ซึ่งมนุษย์มิได้คิด หรือเติมแต่งขึ้นมาเอง แต่เป็นระบบแนวทางที่พระองค์อัลลอฮ  ผู้สร้างกำเนิดมนุษย์ เป็นผู้บัญญัติขึ้น แน่นอนในอัลกุรอาน ได้บอกถึงวิถีทางการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในโลกนี้ ไว้อย่างครบครัน ดังเช่นได้มีกล่าวในซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 2 ซึ่งมีใจความว่า "คัมภีร์นี้ไม่มีข้อสงสัย ในนี้มีสิ่งชี้นำแก่มวลผู้ยำเกรง "

ที่สำคัญอิสลามได้ห้ามในเรื่องของดอกเบี้ยเช่นกัน ดังที่ได้มีกล่าวไว้ในซุเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 275 ซึ่งมีใจความว่า "และอัลลอฮ์ทรงอนุมัติ ในเรื่องการค้าขาย แต่ทรงห้ามการดอกเบี้ย "

เราจะพบว่าผลของดอกเบี้ยนั้น จะนำมาซึ่งการแบ่งแยกทางชนชั้น ก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน คนจนถูกกดขี่ มีหนี้สินมากขึ้น ขณะที่คนรวยเห็นแก่ตัว และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตัวเอง และพวกพ้องของตนเป็นสำคัญ ทำให้เกิดปัญหาการขัดแย้งทะเลาะวิวาทกัน ตามมาในที่สุด แต่ระบบอิสลาม มีเรื่องซากาต ที่สามารถเข้ามาทดแทนดอกเบี้ยได้สมบูรณ์ที่สุด

อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ การเน้นพัฒนาทางด้าานจิตใจมากกว่าวัตถุ ให้ความสำคัญในเรื่องของการศึกษา สิ่งแรกที่เยาวชนมุสลิมต้องเรียนรู้ คือการเรียนรู้เพื่อให้เกิดการศรัทธา การรู้จักพระองค์อัลลอฮผู้ให้กำเนิดมนุษย์ การเรียนรู้ในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้ และละทิ้งสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม การปฏิบัติอาม้าลอิบาดัต เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีของบ่าวที่มีต่อพระองค์ สิ่งนี้ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะทำให้จิตใจบริสุทธิ์ และจะหล่อหลอมให้เยาวชน กลายเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์ในอนาคต ดังเช่นได้มีกล่าวไว้ในซูเราะฮ์ฟาฏิร อายะฮ์ที่ 28 ซึ่งมีใจความว่า " แท้จริงผู้ที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ คือจากบ่าวของพระองค์ ผู้ซึ่งมีความรู้ "

การเรียนรู้ จึงถือเป็นหัวใจสำคัญ ของการพัฒนาชีวิต การเรียนรู้เพื่อให้เกิดการศรัทธาเป็นอันดับแรก ทำให้มนุษย์ไม่ลุ่มหลงอยู่กับวัตถุ การสะสมทรัพย์ ไม่ยึดติดกับโลกดุนยามากจนเกินไป ดังนั้น การเรียนรู้ด้านศาสนาจึงถือว่ามีความจำเป็นมากในสังคมปัจจุบัน ที่กำลังถูกครอบงำโดยวัฒนธรรมตะวันตก แต่มิใช่ว่าไม่สนับสนุนให้เรียนรู้ด้านสามัญ เพราะในสังคมมุสลิมปัจจุบันยังต้องการแพทย์โดยเฉพาะผู้หญิง เพื่อไว้รักษาผู้หญิงด้วยกันเอง นักวิศวกร นักบริหาร พยาบาล ตำรวจ อาจารย์ ครู ทนายความ ปลัดอำเภอ นายอำเภอ นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่นักการเมือง  เราต้องยอมรับว่าทุกสายอาชีพ ล้วนแล้วแต่มีส่วนสำคัญในการร่วมกันพัฒนาสังคมมุสลิมทั้งสิ้น มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะร่วมมือ ร่วมใจกัน สามัคคีกันมากแค่ไหน ดังเช่นได้มีกล่าวในซูเราะฮ์อับหุญรอต อายะฮ์ที่ 10 ซึ่งมีใจความว่า " แท้จริงมวลผู้ศรัทธา ย่อมเป็นพี่น้องกัน ดังนั้น พวกเจ้าจงไกล่เกลี่ย ในระหว่างพี่น้องสองฝ่ายของพวกเจ้า และพวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอ ฮเพื่อพวกเจ้าจะได้รับความเมตตา จากพระองค์ "

และได้มีกล่าวอีกเช่นกันในซูเราะฮ์อับมาอิดะฮ์ อายะฮ์ที่ 3 ซึ่งมีใจความว่า " และพวกเจ้าจงช่วยเหลือกันในเรื่องคุณธรรมและความยำเกรง "

และสำหรับแนวทางการศึกษาที่ดีที่สุด สำหรับเยาวชนมุสลิมในยุคปัจจุบัน คือการศึกษาควบคู่กันไป ทั้งทางด้านศาสนาและสามัญ เพราะการศึกษาควบคู่กันไปจะทำให้เรามีความรู้กว้างขึ้น มีวิสัยทัศน์ในการมองปัญหา แก้ไขปัญหา ไม่ยึดติดอยู่ในแนวคิดเดียว และที่สำคัญมันจะเป็นการเพิ่มพูนให้เรามีอีหม่านเพิ่มขึ้น ดังเช่นนักศึกษาที่เรียนแพทย์ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะต่างๆ ที่ดูลึกลับซับซ้อน ยากแก่การเข้าใจ แต่พอได้อ่านศึกษาโองการอัลกุรอาน ที่เกี่ยวกับเรื่องแพทย์ ดังเช่นได้มีกล่าวในซูเราะฮ์อัลอะลัก อายะฮ์ที่ 2 ซึ่งมีใจความว่า " พระองค์ทรงบันดาลมนุษย์ มาจากก้อนเนื้อ (ที่วิวัฒนาการมาจากก้อนเลือด จากอสุจิ เป็นลำดับ) "

ซึ่งจะทำให้เรามีการศรัทธาเพิ่มขึ้น นอกจากได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้ว ส่วนนักศึกษาที่เรียนด้านรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ จะได้ศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎีการเมือง ปรัชญา ทฤษฎีเศรษฐกิจ การบริหารงาน หรือกฏหมาย ที่เป็นของนักวิชาการตะวันตก เพราะตำราหนังสือส่วนใหญ่ได้รับการแปลมาจากภาษาอังกฤษทั้งสิ้น เมื่อเรียนรู้มากขึ้น อาจจะถูกแนวคิดแบบตะวันตก เข้าครอบงำได้ ดังเช่นที่เคยมีนักศึกษาไทย ที่เคยถูกลัทธิคอมิวนิสต์ครอบงำมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ ถือว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องเรียนรู้ศาสนาควบคู่ กันไปด้วย

นอกจากจะทำให้เราสามารถรักษา อิสลามให้มั่นคงอยู่ในตัวเราไว้ได้แล้ว เรายังจะได้เรียนรู้แนวคิดจากการเปรียบเทียบถึงข้อดี ข้อเสีย ผลของสภาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่บริหารตามทฤษฎีตะวันตกกับรูปแบบของอิสลาม และจะทำให้เรามีอีหม่านเพิ่มขึ้น เมื่อได้นำมาประยุกต์ใช้กับทฤษฎีการเมือง เศรษฐกิจ การบริหารงานในรูปแบบอิสลาม การบริหารธนาคารอิสลาม การใช้กฎหมายอิสลามซึ่งมีแม่แบบมาจากคัมภีร์อัลกุรอาน รวมทั้งแบบฉบับอันดีงาม ที่ท่านศาสดามูฮัมมัด  ได้ทิ้งไว้ให้กับพวกเรา

หลักการสำคัญของการเรียน คือ เราต้องตั้งใจเรียน เพื่อให้เกิดความรู้ที่จะนำมาสู่การมีศรัทธาเพิ่มขึ้น มิใช่ตั้งใจเรียนเพื่อให้มีงานทำ เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อให้มีฐานะ มีหน้ามีตาในสังคม เพราะ เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้ อย่างน้อยเราก็ยังมีพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง คณาจารย์ เพื่อนฝูงที่เราต้องให้ความรัก คอยให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือ เป้าหมายของการมีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบันเพียงเพื่อสะสมเสบียง เพื่อไปสู่อีกโลกหนึ่งที่มั่นคงและถาวรกว่า

ชมรมนักวิชาการปทุมธานี

หน้าหลัก

ตุลาคม 10, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม