Custom Search

บุคลิกภาพที่ดีในบ้าน

มูฮัมมัด ศอลิหฺ อัล-มูนัจญิด
อุมมุ ซัจญาด แปลและเรียบเรียง

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้กล่าวว่า “ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ได้กล่าวความว่า ‘เมื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮู วาตาอาลา ทรงประสงค์ความดีแก่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง พระองค์จะทรงให้พวกเขามีความประพฤติดี สุภาพอ่อนโยน’” (รายงานโดย อิหม่ามอะหฺมัด ในมุสนัด, 6/71 ; เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ ,303)           

ตามสายรายงานอื่น “เมื่ออัลลอฮฺทรงรักครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง พระองค์จะทรงประทานความเมตตาแก่พวกเขา” (รายงานโดย อิบนู อบี อัล-ดุนยา และอื่นๆ ; เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ, 1704)

ในทำนองเดียวกัน เมื่อสมาชิกในครอบครัวต่างมีความเมตตาซึ่งกันและกัน ทั้งความเมตตาระหว่าง สามีภรรยา และลูกๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ครอบครัวมีความสุข เป็นเกราะป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในครอบครัว ดังที่ท่านนบี มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ได้กล่าวความว่า “อัลลอฮฺทรงรักความเมตตาและจะประทานให้กับผู้ที่มีความเมตตาเช่นเดียวกัน พระองค์จะไม่ประทานความเมตตา ให้แก่ผู้ที่มีความหยาบกระด้าง หรืออื่นๆ ในลักษณะนี้” (รายงานโดยมุสลิม, กิตาบ อัล-บิร วัล-อาดาบ, 2592)

การช่วยเหลือภรรยาเกี่ยวกับงานบ้าน

ผู้ชาย หลายๆ คน มักจะคิดเสมอว่างานบ้านนั้น ไม่มีความจำเป็นสำหรับพวกเขา และบางคนคิดว่า การช่วยเหลืองานบ้านให้กับภรรยานั้น จะทำให้สถานะของตนตกต่ำลง

อย่างไรก็ตาม ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม “เคยเย็บเสื้อผ้าและซ่อมรองเท้าด้วยตนเอง นอกจากนี้ก็ยังทำงานบ้านในสิ่งที่ผู้ชายพึงกระทำได้” (รายงานโดย อิหม่ามอะหฺมัด ในมุสนัด, 6/121; เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ, 4927)

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้ถูกถามเกี่ยวกับการช่วยเหลืองานในบ้านของท่านนบี มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ท่านหญิงได้กล่าวว่า “ท่านนบี ได้ใช้ชีวิตเสมือนคนทั่วไป โดยท่านได้ทำความสะอาดเสื้อผ้าด้วยตัวของท่านเอง รีดนมแพะและบริการตนเอง” (รายงานโดย อิหม่ามอะหฺมัด ในมุสนัด, 6/256; อัล-ซิลซิลาต อัล-เศาะฮีฮะหฺ, 671)

และจากรายงานอื่น ที่ท่านหญิงอาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้ถูกถามเกี่ยวกับท่านนบี มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัมเคยทำอะไรบ้างในบ้านของท่าน ท่านหญิงตอบว่า “ท่านได้ช่วยเหลืองานในครอบครัวของท่าน แล้วเมื่อท่านได้ยินเสียงอะซานท่านก็ออกไปละหมาด” (รายงานโดย อัล-บุคอรี, อัล-ฟัตฮฺ, 2/162)

ถ้าเราได้นำแบบอย่างของท่านนบีมาปรับใช้ เราจะประสบความสำเร็จสามประการด้วยกัน

ลำดับแรก เราได้ทำตามแบบอย่างที่ดีจากท่านนบี
สอง เราได้ช่วยเหลือภรรยา
สาม เราจะมีความรู้สึกนอบน้อมถ่อมตน ไม่หยิ่งยโส 

สำหรับ ผู้ชายบางคน ที่กลับเข้ามาในบ้าน แล้วต้องการให้ภรรยานำอาหารมาบริการในทันทีทันใดนั้น ซึ่งในขณะนั้นอาหารอาจจะยังไม่สุก และลูกน้อยก็กำลังกรีดร้อง โดยเขาก็ไม่ช่วยอุ้มลูกน้อย และไม่รอที่จะให้อาหารสุกก่อน ลองศึกษาหะดีษดังที่จะได้กล่าวมาแล้ว

แสดงความรักและหยอกล้อกับสมาชิกในครอบครัว 

การแสดงความรักต่อภรรยาและลูกๆ นั้น นอกจากเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ดีแล้ว ยังทำให้ในบ้านมีบรรยากาศแห่งความสุข ดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ได้แนะนำให้ท่านญาบิร (รอฏิยัลลอ ฮุอัลฮู) แต่งงานกับหญิงสาวบริสุทธิ์ โดยท่านนบี กล่าวความว่า

ทำไม ท่านถึงไม่แต่งงานกับหญิงสาว เนื่องจากท่านสามารถหยอกล้อกับนาง และนางก็สามารถหยอกล้อกับท่าน และท่านสามารถทำให้นางหัวเราะ และนางก็สามารถทำให้ท่านหัวเราะได้เช่นกัน” ( รายงานโดย อัลบุคอรี อัลฟัตฮ 9/121)

ท่านนบีมูฮัมมัด (ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) กล่าวความว่า “ทุกๆ สิ่งที่พระนามของอัลเลาะห์ไม่ได้กล่าวถึงนั้น เป็นสิ่งเพริดแพร้วและเป็นการละเล่น ยกเว้นสี่ประการด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ การที่ชายผู้หนึ่งหยอกล้อกับภรรยาของเขา” (รายงาน ศอเฮียะ อัลญามิฮ) 

ท่านนบี (ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ได้เคยหยอกล้อกับภรรยาของท่าน ในขณะที่ท่านทั้งสองทำธุระส่วนตัว ดังรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ  “ท่าน ศาสนทูตของอัลลอฮและฉันได้อาบน้ำร่วมกันจากภาชนะใบเดียวกัน แล้วท่านก็แกล้งตักน้ำจนเกือบหมด ฉันจึงร้องขึ้นมาว่า ตักน้ำให้ฉันด้วยซิ ตักน้ำให้ฉันด้วยซิ” แล้วท่านทั้งสองก็มีนาญาบะฮร่วมกัน (รายงานโดย มุสลิมและอัล นาวาวี 4/6)

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งความเมตตาที่มักจะถูกกล่าวถึงอยู่บ่อยๆ นั่นก็คือ ความเมตตาที่ท่านนบี (ศ็อลลัล อฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) มีต่อเด็กๆ ดังที่ท่านมักจะแสดงความรักอยู่บ่อยครั้งต่อฮาซันและฮุเซน โดยหลานทั้งสองของท่าน ได้แสดงอาการดีใจเมื่อท่านนบีมาเยี่ยมหลังจากท่านกลับ มาจากการเดินทาง ดังรายงานศอเฮียะดังนี้ “ เมื่อท่านนบีกลับจากการเดินทาง หลานทั้งสองของท่านก็จะออกมารอพบท่าน” 

และท่านมักจะแสดงความใกล้ชิดด้วยการ กอดหลานของท่านอยู่เสมอ ดังรายงานจากญะฟัร รอฎิยัลลอฮูอันฮา ดังนี้ “เมื่อท่านนบีกลับจากการเดินทาง พวกเรา ซึ่งหมายถึง ฮาซัน ฮุเซน และฉันมักจะออกไปรอพบท่าน  เมื่อพวกเราได้พบท่านนบีแล้วนั้น ท่านก็อุ้มหนึ่งในพวกเราจากทางด้านหน้า และทางด้านหลังของท่าน จนกระทั่ง พวกเราเข้าสู่เมืองมาดีนะฮฺ” (รายงานโดย ศอเฮียะมุสลิม 4/1885-2772)

เมื่อ เปรียบเทียบบรรยากาศในบ้านที่มีแต่ความโศกเศร้าแล้ว พบว่า พวกเขามักจะไม่พูดคุยหยอกล้อ (หยอกล้อในสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องโกหก) ไม่แสดงออกซึ่งความรักและไม่มีความเมตตาต่อกัน สำหรับใครก็ตามที่คิดเสมอว่าการหอมแก้มลูกๆของตนนั้น ทำให้สถานะความเป็นพ่อนั้นอ่อนแอลง โปรดพิจารณาหะดีษนี้ “ท่านนบี (ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ได้หอมแก้มท่านฮาซัน อิบนุอาลี และในขณะนั้น ท่านอิกรอม อินนุฮาบิส อัล-ตัซ มีซีย์ ได้นั่งอยู่ใกล้ๆกับท่าน โดยท่านอิกรอมได้กล่าวกับท่านนบีว่า ฉันมีลูกทั้งหมดสิบคน แต่ฉันยังไม่เคยหอมแก้มลูกคนหนึ่งคนใดของฉันเลย” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ท่านนบี (ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ก็กล่าวความว่า “ผู้ใดที่ไม่มีความเมตตา เขาย่อมไม่รับความเมตตาจากอัลลอฮ”

www.fityah.com

หน้าหลัก

ตุลาคม 12, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม