Custom Search

ญินอิสลามมีหรือไม่

อ.อาลีครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่ปวดหัวซักหน่อยครับ อยากให้อาจารย์ช่วยอธิบาย ให้ผมเข้าใจครับ
1. ญิน เป็นมัคลูก หรือว่าเป็นบ่าวของอัลลอฮ์ครับ
2. มนุษย์กับญิณ เป็นบ่าวของอัลลอฮ์เหมือนกัน หรือแตกต่างอย่างไรครับ
3. อัลลอฮ์ได้สร้างญินและมนุษย์ เพื่อให้อิบาดะห์ต่อพระองค์ แล้วใครเป็นผู้เผยศาสนา ให้กับญินครับ
4. ญินจะประสบความสำเร็จ เหมือนกับมนุษย์มั้ยครับ ว่าจะได้เข้าสวรรค์ อัลกุรอานมีบอกไว้อย่างไรบ้าง เกี่ยวกับญินที่ประสบความสำเร็จ
5. คำว่า บ่าว กับคำว่า ฮัมบา (ภาษามลายู) มันแตกต่างกันมั้ยครับ
6. คำว่าบ่าวใช้กับผู้ที่มีคุณธรรมอย่างเดียว หรือเปล่าครับ อาจารย์ช่วยอธิบายให้เข้าใจหน่อยครับ

JAZAKALoh HUKHAIRAN

وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد

ข้อ 1. และ ข้อ 2. ญินเป็นสิ่งถูกสร้าง (มัคลูก) และเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เช่นเดียวกับบรรดามะลาอิกะฮฺ และมนุษย์ ญินเป็นโลกที่ 3 (عَالَمْ ثَالِثٌ) อื่นจากโลกของมลาอิกะฮฺ และมนุษย์ ระหว่างญินกับมนุษย์ มีสิ่งที่ร่วมกันคือ คุณลักษณะทางปัญญา และการรับรู้ การมีความสามารถ ในการเลือกหนทาง แห่งความดี และความชั่ว และญินก็มีความแตกต่างจากมนุษย์ ในหลายประเด็น ที่สำคัญคือ ที่มาของการสร้างญิน แตกต่างจากที่มาของการสร้างมนุษย์ ความหมายของคำว่าญิน ก็คือ สิ่งที่ถูกปกปิดอำพราง จากสายตา

กล่าวคือ ญิณมองเห็นมนุษย์ แต่มนุษย์มองไม่เห็นญิน ตามธาตุเดิมของมัน ญินถูกสร้างจากเปลวไฟ มะลาอิกะฮฺถูกสร้างจากรัศมี และมนุษย์ถูกสร้างจากดิน และญินถูกสร้างมาก่อนมนุษย์ และในทำนองเดียว กับกรณีของมนุษย์ แบ่งประเภทออกป็น ผู้ปฏิเสธ (กาเฟร) และผู้ศรัทธา (มุอฺมิน) ญินก็แบ่งประเภท ออกเป็น ญินผู้ปฏิเสธ และญินผู้ศรัทธา (ดู สูเราะฮฺ อัล-ญิน อายะฮฺที่ 14, 15) และผู้ศรัทธาของหมู่มนุษย์ และหมู่ญิน ก็มีทั้งผู้พฤติดี และเชื่อฟัง กับผู้ประพฤติชั่ว และฝ่าฝืน ญินที่ปฏิเสธจะถูกเรียก ว่า ชัยฏอน ส่วนญินที่ศรัทธานั้น จะถูกเรียกว่าญินนียฺ และอิบลีสก็คือญิน ที่เป็นชัยฏอนนั่นเอง

ข้อ 3. อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงดำรัสว่า "يَا مَعْشَرَ‌ الْجِنِّ وَالْإِنسِ أَلَمْ يَأْتِكُمْ رُ‌سُلٌ مِّنكُمْ" “โอ้หมู่ญินและ มนุษย์ ไม่เคยมีบรรดาศาสนทูตจากพวกเจ้า มายังพวกเจ้า กระนั้นหรือ...” (สูเราะฮฺ อัล-อันอาม/130)

อายะฮฺนี้ บ่งชี้ว่าอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงส่งบรรดาศาสนทูตไปยังหมู่ญิน แต่อายะฮฺนี้ ก็ไม่ได้ระบุชัดเจน ว่า บรรดาศาสนทูต ที่ถูกส่งไปยังหมู่ญิน มาจากหมู่ญินเอง หรือว่ามาจากหมู่มนุษย์ เพราะถ้อยคำ "مِنْكُمْ" “จากพวกเจ้า” นั้น ตีความได้ทั้ง 2 อย่าง อาจจะเป็นศาสนทูตของแต่ละหมู่ หรืออาจจะหมายถึงศาสนทูต ของหมู่มนุษย์ ที่ถูกส่งไปยังหมู่ญินด้วยก็ได้ นักวิชาการจึงมีความเห็นในเรื่องนี้ 2 ทัศนะ

หนึ่ง สำหรับหมู่ญิน มีบรรดาศาสนทูตที่มาจากหมู่ของตน เป็นคำกล่าวของอัฏ-เฏาะหาก และอิบนุ อัล-เญาวฺซียฺ ระบุว่า เป็นนัยที่ปรากฏชัดของถ้อยคำ, อิบนุหัซมิน กล่าวว่า : ไม่เคยมีมนุษย์ ที่เป็นนบีคนใด ถูกส่งไปยังหมู่ญินเลย ก่อนหน้าท่านนบีมุฮัมหมัด (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม)

สอง บรรดาศาสนทูตของญินนั้น มาจากหมู่มนุษย์นั่นเอง อัส-สุยูฏียฺกล่าวว่า : “ปวงปราชญ์ ทั้งสลัฟ และเคาะลัฟ มีความเห็นว่าไม่เคยมีศาสนทูต และนบีคนใดเลย ที่มาจากหมู่ญิน เช่นนี้ ถูกรายงานมาจาก อิบนุ อับบาส, มุญาฮิด, อัล-กัลบียฺ และ อบูอุบัยดะฮฺ...” (ละวามิอุล-อันวาร 2/223-224)

ส่วนหนึ่งจากสิ่งที่ให้น้ำหนัก ว่า บรรดาศาสนทูตของหมู่มนุษย์ ก็คือ ศาสนทูตของหมู่ญินด้วย คือการที่หมู่ญิน ได้ฟังอัลกุรอาน "إِنَّا سَمِعْنَا كِتَابًا أُنزِلَ مِن بَعْدِ مُوسَىٰ" “แท้จริงพวกเราได้ยินคัมภีร์ ที่ถูกประทานลงมา หลังจากมูซา...” (สูเราะฮฺ อัล-อะหฺกอฟ / 30) แต่นี่ก็ไม่ใช่ตัวบทยืนยันเด็ดขาด ในประเด็นนี้

ข้อ 4. เป้าหมายในการสร้างญินและมนุษย์ ก็คือการเคารพสักการะ และให้เอกภาพต่อพระองค์อัลลอฮฺ ดังนั้น ญินตามกรณีดังกล่าว จึงเป็นผู้ที่ถูกกำหนดให้ปฏิบัติคำสั่ง และคำห้าม ผู้ใดเชื่อฟังอัลลอฮฺ (ซ.บ.) พระองค์ก็ทรงให้ผู้นั้น เข้าสู่สรวงสวรรค์ และผู้ใดฝ่าฝืน และกบถแข็งขืน ผู้นั้นย่อมได้นรกอเวจี ส่วนหนึ่งจากหลักฐาน ในเรื่องนี้ "وَلِمَنْ خَافَ مَقَامَ رَ‌بِّهِ جَنَّتَانِ" "فَبِأَيِّ آلَاءِ رَ‌بِّكُمَا تُكَذِّبَانِ" (สูเราะฮฺ อัร-เราะหฺมาน / 46-47)

นัยของ 2 อายะฮฺนี้ ครอบคลุมทั้งญินและมนุษย์ อิบนุ มุฟลิหฺ กล่าวว่า : ญินเป็นผู้ที่ถูกกำหนด ให้ปฏิบัติตามหลักการ ของศาสนาโดยรวม เป็นเรื่องที่มีมติเอกฉันท์ ญินที่ปฏิเสธ จะเข้าสู่นรกอะเวจี โดยมติเอกฉันท์ และญินที่ศรัทธา จะได้เข้าสู่สวรรค์ ตรงตามทัศนะของมาลิก และอัช-ชาฟิอียฺ...

และอัล-ลัยษฺ อิบนุ สะอฺด์ กล่าวว่า : ที่ปรากฏชัด ก็คือพวกเขาจะได้อยู่ในสรวงสวรรค์ เหมือนกับผู้อื่น ตามระดับผลบุญ ที่สั่งสมของพวกเขา ค้านกับบุคคลที่กล่าวว่า ญินจะไม่กินไม่ดื่มในสวรรค์ เช่น มุญาฮิด หรือพวกเขาจะอยู่รอบๆ สวรรค์ เช่น อุมัร อิบนุ อับดิลอะซีซ (อ้างอิงจาก อาลัม อัล-ญิน วัช-ชะยาฏีน ; ดร.อุมัร สุลัยมาน อัล-อัช-ก๊อร, อัซ-ซัยฏอน ว่า อะดาวะตุฮู ลิล อินสาน ; ดร.อับดุลวะฮฺฮาด อับดุลอาฏียฺ อับดุลลอฮฺ)

ข้อ 5. จริงๆ แล้ว คำว่า “บ่าว” ในภาษาไทย หมายถึงคนใช้ หรือชายหนุ่ม คำว่า บ่าวไพร่ ก็หมายความว่า ข้าทาสบริวาร แต่เราใช้คำนี้ เป็นคำแปลความหมายของคำว่า “อับดุน” (عَبْدٌ) โดยอนุโลม จึงสอดคล้อง กับคำว่า “ฮัมบอ” (همب) ในภาษามลายูซึ่งแปลว่า “อับดุน” ในภาษาอาหรับนั่นเอง (กอมูส ปุสตะกอ มลายู-อาหรับ หน้า 979)

ข้อ 6. คำว่า “บ่าว” ตามความหมายโดยอนุโลม ที่ตรงกับคำว่า “อับดุน” (عَبْدٌ) มีรูปพหูพจน์ว่า อิบาดฺ (عِبَادٌ) มี 2 นัย

นัยที่หนึ่ง อับดุน (عَبْدٌ) ในความหมายว่า อัล-มุอับบัดฺ (المُعَبَّدُ) หมายถึง ผู้ที่ต่ำต้อยและถูกบังคับใช้ ตามนัยนี้ บรรดาสิ่งถูกสร้าง (มัคลูก) ทั้งหมด เข้าสู่ภายใต้ความหมายนี้ กล่าวคือ ทุกสรรพสิ่ง เป็นมัคลูกของอัลลอฮฺ ถูกบังคับใช้ ตามการกำหนดบริหาร ความเป็นไปของพระองค์ โดยแต่ละสิ่ง จะมีขอบเขต อันเป็นที่สิ้นสุดของมัน

พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงดำรัสว่า : إِن كُلُّ مَن فِي السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْ‌ضِ إِلَّا آتِي الرَّ‌حْمَـٰنِ عَبْدًا “ทุกผู้ทุกนาม ในชั้นฟ้าและแผ่นดิน หาใช่อื่น เว้นเสียแต่ จำต้องมายังพระผู้ทรงเมตตา ในฐานะบ่าว” (มัรยัม : 93)

นัยที่สอง คำว่า “อับดุน” (عَبْدٌ) ที่มุ่งหมายถึง อาบิด (عَابِد) คือบ่าวผู้เคารพสักการะต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ตามนัยนี้ จะถูกจำกัดเฉพาะผู้ศรัทธา โดยปริยาย ดังในพระดำรัสที่ว่า وَعِبَادُ الرَّ‌حْمَـٰنِ الَّذِينَ يَمْشُونَ عَلَى الْأَرْ‌ضِ هَوْنًا “และมวลบ่าวของพระผู้ทรงเมตตานั้น คือบรรดาผู้ซึ่งเดินบนหน้าแผ่นดิน ในสภาพที่นิ่มนวล สงบ สุขุม และไม่เย่อหยิ่งยะโส” (อัล-ฟุรกอน : 63) (มุคตะศ็อร มะอาริญิลเกาะบูลฯ ; ชัยคฺ หาฟิซ อิบนุ อะหฺหมัด อาลหุกมียฺ หน้า 112)

ดังนั้น คำว่า “บ่าว” (อับดุน) ตามนัยที่ 2 นี้ โดยมากจะถูกกล่าวมาในอัล-กุรอาน โดยมีคำบ่งลักษณะควบคู่มาด้วย เช่น

إلاعِبَادَاللهِ المُخْلَصِيْنَ

إنه منْ عِبَادِ نَاالمُؤْمِنِيْنَ

لِعِبَادِنَاالمُرْسَلِيْنَ

หรือไม่ก็มีการ อิฎอฟะฮฺ (การอ้าง, การแสดงความเป็นเจ้าของ) ไปยังสรรพนาม (เฎาะมีร) บุรุษที่ 1 เช่น “บ่าวของข้า” , “บ่าวของเรา” โดยใช้คำนามสันธาน (اسْمُ الْمَوْصُوْلِ) และประโยคสันธาน เป็นการกำหนดคุณลักษณะของบ่าว ซึ่งมีทั้งผู้ศรัทธา และผู้ปฏิเสธ เช่น

قُلْ لِعِبَادِيَ الَّذِيْنَ آمَنُوْا...الآية

ประโยคนี้หมายถึงบ่าวที่มีศรัทธา

قُلْ ياعِبَادِيَ الَّذِيْن أسْرَفُواعَلى أنفسهم ...الآية

ประโยคนี้หมายถึงบ่าวผู้ปฏิเสธเป็นต้น

والله اعلم با لصواب

/www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงา

จำนวนผู้เข้าชม