Custom Search

อะห์ลุลบัยต์

อัสลามุอะลัยกุม ฯ ครับ อ.อาลี ขอให้อัลลอฮ์รักษาชีวิตของผม อาจารย์อาลี และทุกท่านที่เยี่ยมชมเว็บนี้ ให้ได้ทำอีบาดะห์ถึงรอมฎอนปีหน้าครับ อามีน ผมมีคำถามเรื่อง อะห์ลุลบัยต์ครับ อยากให้อาจารย์ช่วยอธิบายฮาดีษนี้หน่อยครับ

1. จากศอหิฮ์ติรมิซีร์ ฮะดิษที่4036) ศาสสดา (ศ) :โอ้ประชาชาติทั้งหลาย แท้จริงฉันได้ละทิ้งไว้ในหมู่พวกเจ้า ซึ่งสิ่งที่ถ้าหากพวกท่านยึดถือมันไว้ พวกท่านก็จะไม่หลงผิด นั่นคือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์ และเชื้อสายแห่งอะห์ลุลบัยต์ของฉัน

2. ):ฉันคือนครแห่งวิทยปัญญาและอะลีคือประตูของมัน (ศอหิฮ์ ติรมิซี เล่ม13หน้า171)

3. เมื่ออายะห์มุบาฮะละฮ์ได้ถูกประทานยังศาสดา (ศ) นบีก็ได้เชิญชวน อะลี ฟาตีมะฮ์ ฮาซัน และฮุเซ็น แล้วก็ได้กล่าวว่า:โอ้อัลลอฮ์ เหล่านี้คืออะห์ลุลบัยตของฉัน (มุสนัดอะห์มัด บิน ฮันบัล เล่ม1หน้า185,ศอหิฮ์มุสลิมเล่ม7หน้า120, ศอหีฮ์ ติรมิซี เล่ม5 หน้า596)

وعليكم السلام ورحمة الله و بركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...؛

آمين ขอพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงตอบรับดุอาอฺของคุณ Halim ด้วยเทอญ

หะดีษที่ 1 เรียกกันว่า หะดีษ “อัษ-ษิเกาะลัยนฺ” หรือ หะดีษ “อัล-อิตเราะฮฺ” อิหม่าม อัต-ติรมิซียฺบันทึกไว้ในสุนันของท่าน 2 สายรายงานคือ

1) นัศรฺ อิบนุ อับดิรเราะหฺมาน อัล-กูฟียฺ และ ซัยดฺ อิบนุ อัล-หะสัน คือ อัล-อันมาฎียฺ จากญะอฺฟัร อิบนุ มุฮัมหมัด จากบิดาของเขา จากญาบิร อิบนิ อับดิลลาฮฺ ว่า :

“ฉันเห็นท่านรสุล (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) ในการประกอบพิธีหัจญ์ของท่านในวันอะรอฟะฮฺ ขณะที่ท่านอยู่บนหลัง อัล-กอศวาอฺ อูฐของท่านโดยกำลังกล่าวคุฎบะฮฺ ฉันได้ยินท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) กล่าวว่า
:

"ياأيهاالناس ، قدتركتُ فيكم ماإن أَخْذْتُمْ به لَنْ تَضِلُّوْا ، كتابَ اللهِ وعِتْرَتِيْ أَهْلَ بَيْتِيْ"

มีคำแปลภาษาไทย เหมือนอย่างที่ระบุมาในคำถาม

2) อะลี อิบนุ อัล-มุนซิร อัล-กูฟียฺ เล่าจากมุฮัมหมัด อิบนุ ฟุฎอยลฺ ว่า อัล-อะอฺมัช เล่าจาก อะฏียะฮฺ จาก อะบี สะอีด และ อัล-อะฮฺมัช เล่าจาก หะบีบ อิบนุ ษาบิต จาก ซัยดฺ อิบนุ อัรก็อม ทั้งสองกล่าวว่า : ท่าน รสูล (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) กล่าวว่า :

"إني تارك فيكم ماإِنْ تَمَسَّكْتُمْ به لن تَضِلُّوابعدي ، أحدُهماأعظَمُ مِنَ الآخَرِ كتابُ الله حَبْلٌ مَمْدُوْدٌ مِنَ السَّمَاءِ إلى الأرضِ وعِتْرَتِي أهلُ بَيْتي ، ولَنْ يتفرقاحتى يردا على الحَوْضِ ، فانظُرواكيف تَخلُفُوْ ني فيهما"

“แท้จริงฉันได้ละทิ้งไว้ในหมู่พวกท่าน ซึ่งหากว่าพวกท่านได้ยึดมั่นมันไว้แล้ว พวกท่านย่อมไม่หลงทางภายหลังฉัน หนึ่งในสองสิ่งนั้น ใหญ่กว่าอีกอันหนึ่ง คือ กิตาบุลลอฮฺสายเชือกที่ถูกยื่น มาจากฟากฟ้า สู่แผ่นดินโลก และเชื้อสายวงศ์วานของฉัน ทั้งสองจะไม่พรากจากกัน จนกว่าทั้งสองจะเข้ามาถึงยังสระน้ำ ฉะนั้น พวกท่านจงดูเถิดว่า พวกท่านจะคล้อยหลังฉัน ในสิ่งทั้งสองนั้นอย่างไร?

อิหม่าม อัต-ติรมิซียฺ ระบุว่าทั้งสองสายรายงานนี้ เป็นหะดีษหะสัน เฆาะรีบ

ในสายรายงานที่ 1 นั้น มี ซัยดฺ อิบนุ อัล-หะสัน อัล-อัมาฏียฺ อัล-กูฟียฺ ซึ่ง อบูหาติมกล่าวถึงบุคคลผู้นี้ว่า : เป็นชาวกูฟะฮฺ มายังแบกแดดรายงานหะดีษมุงกัรฺ และอิบนุ ฮิบบาน ระบุเขาไว้ใน อัษ-ษิกอตฺ, มุฮัมหมัด นาศิรุดดีน อัล-อัลบานียฺ กล่าวว่า สายรายงานของหะดีษนี้อ่อน (เฎาะอีฟ) (มิชกาตุลมะศอบีหฺ 3/1735)

และคุฏบะฮฺของท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) ในหัจญ์อำลานั้น อิหม่ามมุสลิมรายงานเอาไว้ในเศาะฮีหฺของท่านจากอิหม่าม อัศ-ศอดิก จากบิดาของท่านจากญาบิร แต่ไม่มีประโยคที่ว่า : “และเชื้อสายวงศ์วานของฉัน” (وعترتي أهل بيتي) และคุฏบะฮฺนี้ก็ถูกรายงานจากญาบิร (ร.ฎ.) ด้วยสายรายงานจำนวนมากในตำราอัส-สุนนะฮฺก็ไม่มีการเพิ่มเติมตรงนี้ปรากฏอยู่ เลย (อะกีดะฮฺ อัล-อิมามะฮฺฯ ; ดร.อะลี อะหฺหมัด อัส-สาลูส หน้า 132)

ในสายรายงานที่ 2 นั้น อิหม่ามอัต-ติรมิซียฺ รายงานจาก อะลี อิบนุ อัล-มุนซิร อัล-กูฟียฺ จากมุฮัมหมัด อิบนุ ฟุฎอยล์ แล้วสายรายงานก็แบ่งออกเป็น 2 สาย สายที่หนึ่งสุดที่ อะฏียะฮฺ จาก อบี สะอีด สายที่ 2 สุดที่ ซัยดฺ อิบนุ อัรกอม (ร.ฎ.) ซึ่งไม่ปรากฏชัดเจนว่าสายใดเป็นต้นตอที่มา

เมื่อพิจารณาสายรายงาน 4 สาย ที่อิหม่าม อะหฺหมัด บันทึกไว้ในอัล-มุสนัด จากอบี สะอีด อัล-คุดรียฺ (ร.ฎ.) ซึ่งทั้งหมดรายงานโดย อะฏียะฮฺ จากอบี สะอีด โดยมีถ้อยคำเกือบจะสอดคล้องกันในตัวบทของสายรายงานทั้ง 4 กับรายงานที่ 2 ของอิหม่ามอัต-ติรมิซียฺ ก็ให้น้ำหนักได้ว่า สายที่สุดยังอะฏียะฮฺเป็นต้นตอที่มาของเรื่อง

ซึ่งอะฎียะฮฺ อิบนุ สะอฺด์ อิบนิ ญุนาดะฮฺ อัล-เอาวฺฟียฺ ผู้นี้ อิหม่ามอะหฺหมัด ระบุว่า รายงานหะดีษอ่อน และอัษ-เษารียฺ และ ฮะชิม ทั้งสองก็ถือว่าหะดีษที่อะฏียะฮฺรายงานเป็นหะดีษอ่อน อัน-นาสาอียฺ และอบูหาติมก็ถือว่าอะฏียะฮฺรายงานหะดีษอ่อนเช่นกัน แต่อิบนุ สะอฺด์ ถือว่าอะฏียะฮฺเชื่อถือได้ (ษิเกาะฮฺ) และยะหฺยา อิบนุ มะอีน ได้ถูกถามถึงหะดีษของอะฏียะฮฺว่าเป็นอย่างไร? เขาตอบว่า : ดี (ศอลิหฺ)

สรุปได้ว่า ทั้ง 2 สายรายงานของหะดีษ “อัษ-ษิเกาะลัยนฺ” ที่หมายถึง กิบตาบุลลอฮฺและอะฮฺลุลบัยตฺ ตามที่อิหม่าม อัต-ติรมิซียฺ บันทึกเอาไว้ในสุนันของท่านมีคำวิจารณ์ในสายรายงานและสถานภาพของผู้รายงาน ทั้ง 2 สายรายงาน ทำให้หะดีษนี้อ่อนหลักฐาน

แต่ถ้าหากหะดีษนี้เป็นหลักฐานในเรื่องความประเสริฐของบุคคลก็สามารถนำมาอ้าง ได้โดยพิจารณาตัวบทที่ระบุคู่กันระหว่างกิตาบุลลอฮฺและอะฮฺลุลบัยตฺ กล่าวคือ เมื่อหะดีษ อัษ-ษิเกาะลัยน์ ตามที่ระบุว่าหมายถึง “กิตาบุลลอฮฺและสุนนะฮฺ” (อย่างที่ชาวสุนนะฮฺมักจะนำมาอ้างอิงอยู่บ่อยครั้ง) ซึ่งถูกต้องทั้งสายรายงานและตัวบท ก็ตัองยึดในกิตาบุลลอฮฺและสุนนะฮฺเป็นหลัก เมื่ออะฮฺลุลบัยตฺยึดในกิตาบุลลอฮฺและสุนนะฮฺ อะฮฺลุลบัยตฺก็มีความประเสริฐทั้งทางการสืบเชื้อสายและการยึดมั่นกับ 2 สิ่งนั้น และพวกเขาก็คือผู้นำทางที่ยึดถือและปฏิบัติตามได้

อัล-มินาวียฺ อธิบายความของหะดีษนี้ว่า : “หากพวกท่านปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของกิตาบุลลอฮฺ และยุติด้วยคำสั่งห้ามของกิตาบุลลอฮฺ และพวกท่านก็เจริญรอยตามทางนำของลูกหลานของฉัน และเอาอย่างวิถีการครองตนของพวกเขา พวกท่านย่อมได้รับทางนำ แล้วพวกท่านจะไม่หลงทาง” (ฟัยฎุลเกาะดีร 3/14)

อัล-กุรฏุบีย์ กล่าวว่า : “คำสั่งเสียนี้ และการเน้นย้ำที่สำคัญนี้ ย่อมชี้ขาดว่าจำเป็นที่จะต้องให้เกียรติอะฮฺลุลบัยตฺ รับรองสถานภาพและยกย่องพวกเขา ตลอดจนมีความรักต่อพวกเขาเป็นความจำเป็นที่เน้นหนักซึ่งไม่มีข้ออ้างสำหรับ ผู้ใดในการที่ละเลยจากคำสั่งเสียนี้” และวงศ์วานของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) นั้น พวกท่านมีธาตุที่ดี (คือสายเลือด) เมื่อธาตุดี ก็ย่อมเกื้อหนุนต่อการเข้าใจศาสนา การมีธาตุที่ดีย่อมนำไปสู่การมีจริยธรรมที่งดงามและจริยธรรมที่งดงามย่อมนำ ไปสู่หัวใจที่ผ่องใสมีความบริสุทธิ์หมดจด

ดังนั้นอะฮิลุลบัยตฺที่หมายถึงในอัล-หะดีษไม่ ได้เจาะจงว่าเป็นผู้หนึ่งผู้ใด และไม่ได้กำหนดว่าต้องมีจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ตลอดจนอะฮฺลุลบัยตฺ ที่สมควรได้รับสถานภาพอันสูงส่งนั้น ก็คือ ผู้รู้และผู้ปฏิบัติที่ไม่พรากจากอัล-กุรอานและสุนนะฮฺของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) นี่คือความต่างระหว่างอะฮฺลิสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺกับกลุ่มที่อ้างว่าตามแนวทางของอะลุลบัยตฺหรือลูกหลานของท่าน อิหม่ามอะลี (ร.ฎ.) เพราะพวกเขาเลือกถือเอาเฉพาะบุคคลที่พวกเขาจะเอา และบุคคลที่ไม่เชื่อตามแนวทางของพวกเขาก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ปฏิเสธทั้งๆ ที่บุคคลเหล่านั้นเป็นลูกหลานของท่านอะลี (ร.ฎ.)เช่นกัน

หะดีษที่ 2

أَنَامَدِيْنَةُ الْعِلْمِ وعلىٌّ بَابُهَا فَمَنْ أَرَادَ الْعِلْمَ فَلْيأتِ الْبَابَ"

ฉันคือนครแห่งความรู้ และอะลีคือประตูของนครแห่งความรู้นั้น ฉะนั้น ผู้ใดต้องการความรู้ ผู้นั้นก็จงมายังประตูนั้น

อิหม่าม อัต-ติรมิซียฺ บันทึกหะดีษนี้จากหะดีษของท่านอะลี (ร.ฎ.) และกล่าวว่า : เป็นหะดีษ เฆาะรีบ มุงกัร หะดีษนี้มีทั้งหมด 5 สายรายงาน ทุกสายรายงานอ่อนทั้งหมด

อัล-เคาะฏีบ รายงานจาก อิบนุ อับบาส (ร.ฎ.) มี 10 สายรายงาน แต่ไม่มีสายใดเลยที่เศาะฮีหฺ

อัล-หากิม บันทึกไว้ใน อัล-มุสตัดรอก และกล่าวว่าเศาะฮีหฺ แต่ อัซ-ซะฮฺบียฺ วิจารณ์การตัศฮีหฺของอัล-หากิม และกล่าวว่า เป็นหะดีษเมาวฺฎูอฺ (ริสาละฮฺ ฟี อัร-ร็อดฺ อะลัร-รอฟิเฎาะฮฺ ; อบูหามิด มุฮัมหมัด อัล-มักดีสียฺ หน้า 230)

ยะหฺยา อิบนุ มะอีน กล่าวว่า : หะดีษนี้เป็นเรื่องโกหกไม่มีต้นตอที่มา

อิบนุ อะดียฺ กล่าวว่า : หะดีษนี้เมาวฺฎูวฺ รู้ได้ด้วย อบี อัศ-ศอลตฺ

อบูหาติม อิบนุ ฮิบบาน กล่าวว่า : หะดีษนี้ไม่มีที่มาจากท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม)

อะหฺมัด อิบนุ หัมบัล ถูกถามถึงหะดีษนี้ เขากล่าวว่า : ขออัลลอฮฺให้ อบา อัศ-ศอลตฺ เป็นคนอัปลักษณ์

อัล-บุคอรียฺ กล่าวว่า : ไม่มีประเด็นที่ถูกต้องสำหรับหะดีษนี้

อัด-ดาเราะกุฏนียฺ กล่าวว่า : เป็นหะดีษมุฏเฏาะริบ ไม่แน่ชัด

อิบนุ อัล-เญาซียฺ กล่าวว่า : ไม่มีต้นตอที่มาและนับหะดีษนี้รวมอยู่ในตำรา อัล-เมาวฺฎูอาต (ดู กิตาบ อัล-เมาวฺฎูอาต ; อิบนุลเญาวฺซียฺ 1/265, อัล-มะกอศิด อัล-หะสะนะฮฺ ; อัส-สะคอวียฺ หน้า 170, กัชฟุลเคาะฟาอฺ ; อัล-อิจญลูนียฺ 1/205)

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม