Custom Search

การยอมรับเงื่อนไขบางข้อตามหลักศาสนาอิสลาม

คำถาม         ดิฉันเกิดที่ประเทศฝรั่งเศส  ในครอบครัวของคาทอลิก  ครอบครัวของฉันและฉันเอง มีความเชื่อมั่นในศาสนาอย่างเข้มแข็ง  ตอนนี้ดิฉันมีความสนใจในศาสนาอิสลาม แต่ก็ยังมีเหตุผลบางประการ  ที่ทำให้ดิฉันไม่สามารถเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามได้  ตัวอย่าง เช่น  การมีภรรยาได้หลายคน  ซึ่งดิฉันในฐานะสตรี ยังยอมรับในเงื่อนไขนี้ไม่ได้  การขว้างผู้ที่ทำผิดประเวณีด้วยก้อนหิน  และการเชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้าครอบครัว  

นอกจากนี้  การมีชีวิตในวิถีอิสลามนั้น  เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยในประเทศแถบตะวันตก  ซึ่งในส่วนการทำงานของฉันนั้น  ฉันไม่สามารถที่จะสวมผ้าคลุมหน้าได้  หรือการที่ฉันจะไม่สามารถจับมือ (เชคแฮนด์) กับเพศตรงข้ามได้อีกต่อไป   อีกทั้งการที่ฉันจะต้องทำการละหมาด 5 ครั้งต่อวัน  และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัวของฉัน (ซึ่งแม่กำลังเจ็บป่วยอยู่นั้น) พวกท่านคงจะเสียใจเมื่อเห็นฉันต้องออกไปจากศาสนาเดิม

ซึ่งคำถามของฉันก็คือ  ฉันสามารถที่จะเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม  โดยการยอมรับเงื่อนไขของศาสนา เพียงบางประการได้หรือไม่  หรือ  ฉันควรรอการเข้ารับอิสลามก่อน เพื่อยอมรับเงื่อนไขบางส่วนที่ดิฉันยังยอมรับไม่ได้  ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือ

บรรดาการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์แด่อัลลอฮฺ

เราได้นำคำถามนี้ไปถามท่านเชค มุฮัมมัด อิบนฺ ซอและฮฺ อัล-อุตรัยมีน  ซึ่งมีคำถามดังนี้

ได้มีผู้ที่ไม่ได้นับถือศานาอิสลามได้กล่าวว่า “ฉันต้องการจะเป็นมุสลิมแต่อยู่บนเงื่อนไขว่า ฉันจะยังไม่ทำการละหมาด 5 เวลา จนกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน เพราะฉันไม่สามารถทำการละหมาดในที่ทำงานได้ และฉันจะยังไม่ยอมรับเงื่อนไข ของการมีภรรยาหลายคนได้”

คำตอบ

ท่านเชค มุฮัมมัด อิบนฺ ซอและฮฺ อัล-อุตรัยมีน  ได้ให้คำตอบว่า บรรดาการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺ ฉันคิดว่าสตรีท่านนี้ ควรจะยึดมั่นต่อหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม  ถ้าหากว่าเธอต้องการที่จะเป็นมุสลิม และเพื่อที่เธอจะได้ปลอดภัยจากไฟนรก  ซึ่งในการที่เธอ จะไม่ยอมรับกฎบางอย่างของอิสลาม ไม่ว่าจะเป็นการมีภรรยาหลายคน หรือความไม่สะดวกในการละหมาด  จนกว่าจะเลิกงานเสียก่อน  สิ่งเหล่านี้ แสดงถึงการที่เธอไม่ยอมรับต่อข้อกำหนดของอัลลอฮฺ  ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยินยอมให้กับเธอได้

คำถาม          ในหนังสือ “Muntaqa al-Akhbaar” ผู้เขียนได้กล่าวไว้ใน “บทที่ว่าด้วยความเป็นมุสลิม เมื่อเขาเลือกปฏิบัติ ในสิ่งที่เป็นข้อกำหนด” ซึ่งผู้เขียนได้อ้างถึงฮะดีษของวาฮีบ ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ฉันได้ถามท่านญาบิรเกี่ยวกับกลุ่มชนชาว Thaqeef เมื่อเขาได้ให้สัตยาบันต่อท่านนบีมุฮัมมัด ว่าพวกเขาจะเข้ารับศาสนาอิสลาม  ภายใต้เงื่อนไขว่า พวกเขาจะไม่ทำการบริจาค  และไม่เข้าร่วมต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ  หลังจากนั้นท่านญาบิร  ก็ได้ยินท่านนบี   ได้กล่าวว่า  “พวกเขาจะทำการบริจาค และเข้าร่วมต่อสู้ ในหนทางของอัลลอฮฺ”

จากกรณีข้างต้น  เราจะสามารถตีความเหมือนกันกับคำถามของสตรีท่านนี้ได้หรือไม่ว่า  เธอต้องการจะเข้ารับอิสลาม  โดยจะทำการละหมาดรวมทั้งหมด ภายหลังจากที่เลิกงานแล้ว  หรือในกรณีของเธอนั้นไม่สามารถนำฮะดีษข้างต้นมาใช้ร่วมกันได้

ท่านเชค มุฮัมมัด อิบนฺ ซอและฮฺ อัล-อุตรัยมีน  ได้ให้คำตอบว่า  ในกรณีของสตรีท่านนี้มีความแตกต่างจากเรื่องราวในฮะดีษอย่างสิ้นเชิง  เพราะการท่านนบีมุฮัมมัด ได้กล่าวว่า  “เมื่อพวกเขาเข้ารับอิสลาม  พวกเขาจะทำการละหมาด”  ซึ่งการที่ท่านนบีกล่าวเช่นนั้น  เนื่องมาจากท่านสามารถรู้ในสิ่งที่พวกเราไม่รู้  ซึ่งความรู้นี้เกิดมาจากการที่อัลลอฮฺ ทรงเมตตาสอนให้กับท่าน  ให้ท่านได้ทราบว่าใครจะเป็นมุสลิมที่ดี หรือใครที่จะทำการบริจาคและเข้าร่วมในการต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ

แต่ในกรณีของสตรีท่านนี้  พวกเราไม่สามารถจะรู้ได้เลยว่าเธอจะเป็นเช่นไรในอนาคต  ซึ่งถ้าการที่พวกเรายอมรับการวางเงื่อนไขจากผู้ปฏิเสธศรัทธา  จะเป็นการสั่นคลอนศาสนาอิสลาม  ซึ่งอาจจะเกิดเงื่อนไขที่เราจะต้องยินยอมให้พวกเขา  ทำการเข้าใกล้การทำซินาได้  หรืออาจจะมีคนบอกว่ายังมีความต้องการที่ดื่มไวน์  หรือยังมีความอยากที่จะทำอะไรอีกมากมาย  ที่ขัดต่อหลักการของอิสลาม  แล้วพวกเราก็ยินยอมให้พวกเขาปฏิบัติสิ่งเหล่านั้น

ท่านนบีมุฮัมมัด ได้กล่าวกับท่านอาลีก่อนที่จะส่งท่านอาลี ไปยังเมืองคอญบัรความว่า จงบอกผู้คนให้รู้ถึงหน้าที่  ที่เขาจะต้องทำตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ”  ซึ่งเป็นเงื่อนไขของอิสลามทั้งหมด ที่พวกเขาจะต้องทำการยอมรับ

นอกจากนี้  ท่านนบีมุฮัมมัด ได้กล่าวกับท่านมูอาดฮฺ ความว่า จงบอกพวกเขาให้ทำการละหมาด 5 เวลา และถ้าพวกเขายอมรับแล้ว  จากนั้นจึงบอกเขาเกี่ยวกับการจ่ายซะกาต”  ดังนั้น ข้อบังคับของอิสลามจำเป็นที่เราจะต้องทำการยอมรับทั้งหมด

คำถาม          ถ้าเป็นเช่นนั้น  เราจะกล่าวได้หรือไม่ว่า  บุคคลนี้ ยังไม่มีความสนใจอย่างมากที่จะเข้ารับอิสลาม  และเงื่อนไขที่เขาวางไว้นั้น เป็นข้ออ้างและมีผลเสียต่ออิสลาม

ท่านเชค มุฮัมมัด อิบนฺ ซอและฮฺ อัล-อุตรัยมีน  ได้ให้คำตอบว่า ก็ไม่เชิงนัก  เนื่องมาจากว่า  เขายังคงสนใจ ที่จะเข้ารับอิสลามอยู่ และเป็นความสนใจ ที่มาจากตัวของเขาเอง  เพียงแต่ว่า เงื่อนไขที่เขาได้วางเอาไว้นั้น  จะส่งผลเสียต่ออิสลาม  เพราะเมื่อบรรดามุสลิมที่มีความเกียจคร้าน  ก็จะกล่าวอ้างบุคคลนี้ เป็นตัวอย่างได้ว่า “พวกเขาก็จะทำการละหมาด  เฉพาะหลังจากที่เสร็จสิ้นจากการทำงานแล้ว”

ซึ่งการสั่นคลอดอิสลามเป็นสิ่งที่อันตรายมาก  ถ้าเขาต้องการที่จะเข้ารับอิสลามจริง ๆ เพื่อความปลอดภัยสำหรับชีวิตของเขา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า  เขาก็จะต้องทำการยอมรับเงื่อนไขของอิสลามทั้งหมด

“และผู้ใดที่อัลลอฮฺ ได้ทรงทำให้เขาหลงทางไปแล้ว  ก็จะไม่มีใครสามารถนำทางให้แก่เขาได้”

ดังนั้น สิ่งที่เราจะบอกคุณก็คือ  จงเข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม และยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของอิสลาม  จงยอมรับทุกคำสั่งใช้จากอัลลอฮฺ  และอัลลอฮฺจะทรงช่วยคุณและให้ความเข้มแข็งแก่คุณ ในการปฏิบัติตามกฎของพระองค์  ถ้าคุณมีความบริสุทธิ์ใจและตั้งใจจริงต่ออัลลอฮฺ 

และเมื่อคุณต้องเผชิญกับบางสิ่งที่คุณไม่สามารถจะทำได้จริง ๆ หรือถูกบังคับให้ปฏิบัติในบางสิ่ง  แต่เมื่อคุณมีความจริงใจต่ออัลลอฮฺ  แน่แท้อัลลอฮฺ จะไม่ทรงเอาโทษคุณ

ขออัลลอฮฺ ทรงโปรดช่วยเหลือเราและคุณ  ในการยอมรับสัจธรรม และสามารถยืดหยัดในแนวทางของอิสลามได้  ขออัลลอฮฺ  ทรงโปรดประทานพรให้กับท่านนบีมุฮัมมัด   ด้วยเทอญ


www.islamqa.com/en/ref/4991

หน้าหลัก

ธันวาคม 18, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม