งานดะอฺวะฮฺนั้นกว้าง

โดย ชัยคฺ ยูสุฟ อัล เกาะเราะฎอวียฺ
อบูชุเราะห์บีลแปลและเรียบเรียง

คำถาม: คำตอบของนักเผยแผ่ส่วนใหญ่ ต่อสิ่งที่คนหนุ่มสาวเผชิญอยู่ คือการเชิญชวนพวกเขาสู่การแสดงการเคารพภักดี (อัลลอฮฺ) ในเชิงพิธีกรรม โดยละเลยด้านอื่นๆ ในการสร้างบุคลิกภาพของคนหนุ่มสาวมุสลิม แล้วเราจะทำให้ศักยภาพของคนหนุ่มสาวเกิดผลได้อย่างไร? ให้ค้นพบความชอบความถนัด ให้ค้นพบความสามารถในการสร้างสรรค์ และการดูแลนักสร้างสรรค์เหล่านี้?

เชค ยูสุฟ อัลเกาะเราะฎอวีย์: คนหนุ่มสาวจะต้องรู้ว่า อิสลามเป็นอะกีดะฮฺ(หลักยึดมั่น) อิบาดะฮฺ(การเคารพภักดี) อัคลาค(จรรยามารยาท) การรับใช้สังคม การญิฮาดในวิถีทางของอัลลอฮฺ การเชิญชวนไปสู่ความดี นั่นหมายความว่า มุสลิมที่แท้จริงจะพบทางหลายทางไปสู่ความดี ซึ่งถูกเปิดขึ้นต่อหน้าเขาโดยไม่จำกัด ทั้งในการรับใช้ครอบครัวของเขา การรับใช้เพื่อนบ้านของเขา การรับใช้หมู่บ้านของเขา การรับใช้สังคมของเขา ทุกๆอย่าง...

จนกระทั่งท่านเราะสูลได้กล่าว่า คำพูดที่ดีเป็นกุศลทาน, การปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าแก่พี่น้องของท่าน ก็เป็นกุศลทาน, การขจัดสิ่งอันตรายออกจากถนนก็เป็นกุศลทาน การที่ที่ท่านเดินกับชายคนหนึ่ง คือเพื่อนำทางเขา หากเขาไม่รู้ทาง ท่านเดินกับเขา เพื่อให้เขารู้ทาง เป็นกุศลทาน ท่านแบกเขาขึ้นบนสัตว์เป็นกุศลทาน ทุกๆอย่างเป็นกุศลทาน

ดังนั้น กิจกรรมที่อิสลามได้เปิดมันต่อมุสลิมนั้น ไม่มีขอบเขตจำกัด ยิ่งกว่านั้นในยุคของเรา เป็นยุคที่มีกิจกรรมใหม่ๆ ที่หลากหลาย สามารถใช้มันผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต ผ่านคอมพิวเตอร์ ผ่านสื่อสมัยใหม่ต่างๆ ในการรับใช้ผู้คน ในการแพร่กระจายความดีงาม ในการเชิญชวนสู่อิสลาม

มันเป็นข้อกำหนดให้กับเรา ที่จะเอาตัวเองไปเกี่ยวข้องกับงานเชิญชวนไปสู่อิสลาม อิสลามกำหนดให้เราทุกคน เป็นนักเผยแผ่ มุสลิมทุกๆ คน เป็นนักเผยแผ่ เพราะว่ามุสลิมทุกๆ คน ได้รับคำสั่งด้วยพระดำรัสของผู้ทรงสูงส่งที่ว่า

ادْعُ إِلِى سَبِيلِ رَبِّكَ

จงเชิญชวน (ดะอวะฮฺ) ไปสู่แนวทางของพระเจ้าของท่าน... (อัลนะหฺล ๑๖: ๑๒๕)

มุสลิมทุกๆคน เป็นผู้ที่เข้าไปอยู่ในเนื้อหาของพระดำรัสของพระผู้ทรงสูงส่งที่มีต่อเราะสูลของพระองค์ที่ว่า

قُلْ هَـذِهِ سَبِيلِي أَدْعُو إِلَى اللّهِ عَلَى بَصِيرَةٍ أَنَاْ وَمَنِ اتَّبَعَنِي

จงประกาศเถิด (มุฮัมมัด) ว่า นี่คือแนวทางของฉัน ฉันเชิญชวน (ดะอวะฮฺ) ไปสู่อัลลอฮฺ บนความรู้ที่ชัดเจน ทั้งฉันและผู้ที่ดำเนินตามฉัน... (ยูสุฟ ๑๒: ๑๐๘)

ดังนั้น หากท่านเป็นผู้ที่ดำเนินตามท่านเราะสูลแล้ว ก็จำเป็นต้องเป็นนักเผยแผ่ (นักดะอฺวะฮฺ) บนความรู้ที่ชัดเจน ในยุคของเราพื้นที่ไกลสุดยังเปิดให้เรา โดยไม่มีพรมแดน ในการนำเสนอความดีให้แก่ผู้คน สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้คน การเชิญชวนสู่ผู้คน...

 

ความขัดแย้งคือ ความเมตตา...

ตอบคำถามโดย เชค มุซัมมิล ซิดดีกีย
นาซนีน แปลและเรียบเรียง

คำถาม เรียน ท่านชัยคฺ อัสลามุอลัยกุม ผมมีคำถามเกี่ยวกับฮะดีษที่กล่าวว่า “ความแตกต่างทางความคิดเห็นในอุมมะฮฺของฉันเป็นความจำเริญ” บางคนกล่าวว่าฮาดิษนี้ เป็นฮาดิษปลอมและเป็นการโกหกต่อท่านนบี ขอให้ท่านช่วยให้ความเห็นในเรื่องนี้”

คำตอบ หลายคนมักจะกล่าวว่าข้อความนี้เป็นฮะดีษ แต่มันไม่ได้ถูกกล่าวไว้ ในหนังสือซอฮีฮฺหกชุด ของหะดีษ และสายรายงานของฮะดิษ ไม่เป็นที่รู้จักข้อความนี้ มีหลายรายงาน บางรายงานกล่าวว่า "ความแตกต่างทางความคิดในหมู่สหายของฉันเป็นความเมตตาแก่ พวกท่าน." หรือ "ความแตกต่างทางความเห็นของสหายของฉันเป็นความเมตตาแก่อุมมะฮฺของฉัน." นักวิชาการฮะดิษหลายท่านถือว่าฮะดิษเหล่านี้ เป็นฮาดิษอ่อนหรือฎออีฟ โดยเฉพาะในส่วนของสายรายงาน

จากหลักฐานตามอัลกุรอานและซุนนะฮฺ ไม่ใช่ทุกๆ ความแตกต่างทางความคิดเป็น “ความเมตตา”  บางอย่าง เป็นที่ยอมรับและบางอย่างไม่เป็นที่ยอมรับ บางอย่างอาจจะถูกเรียกว่า "ความเมตตา" แต่บางอย่างก็มีปัญหามาก น่ารังเกียจ และแม้กระทั่งถูกสาปแช่ง"

ศาสนาอิสลามอนุญาตให้มีความแตกต่างของความเห็น แต่อิสลามได้วางหลักการทั่วไป ในเรื่องของความเป็นเอกภาพ และได้วางแนวทางในการเห็นต่างทางความคิด ไม่ใช่ความแตกต่างของทุกคน ทุกความเห็น เป็นสิ่งที่ดีและถูกต้อง เฉพาะผู้ทีมีคุณสมบัต ิที่จะเสนอความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น ที่จะได้รับอนุญาต ให้มีความเห็นแตกต่างกัน ตามกฎของสาขานั้นๆ  เช่น แพทย์มีสิทธิที่จะแตกต่างกับแพทย์คนอื่นๆ ในเรื่องการรักษาพยาบาล วิศวกรมีสิทธิที่จะแตกต่างกับวิศวกรคนอื่นๆ ในเรื่องวิศวกรรม นักกฎหมายสามารถมีความเห็นแตกต่าง ระหว่างกันในประเด็นข้อกฎหมาย แต่ไม่สามารถพูดว่าทุกคนมีสิทธิ ที่จะแตกต่าง และความเห็นของทุกคนเป็นสิ่งที่ดี มันดูเขลาอย่างยิ่ง สำหรับวิศวกรที่จะแสดงความเห็นแตกต่างกับแพทย์ในเรื่อง ทางการแพทย์ ในทำนองเดียวกัน เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สำหรับแพทย์ที่จะให้ความเห็นในประเด็นนิติศาสตร์ซึ่ง เขาไม่ได้มีความรู้มากมายในเรื่องนี้

ความแตกต่างทางความคิดเห็นในลักษณะที่ทำตามอำเภอใจนั้นไม่ใช่ "ความเมตตา" มันอาจจะเป็น "การสาปแช่ง" และแน่นอนว่าเราควรจะใจกว้างและเราควรจะยอมรับความแตกต่างของความเห็น แต่เราก็ควรจะระมัดระวังเป็นอย่างมากในการให้ความคิดเห็นของเรา

ที่มา http://www.fityah.com

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม