อยากทราบว่า การกินบุญบ้านคนตาย เป็นบิดอะป่าว

อาจารย์ครับ อยากทราบว่า การกินบุญบ้านคนตาย เป็นบิดอะป่าว ตอบให้ชัดหน่อยน่ะครับ อยากรู้จริงว่า เราไปร่วมได้รึป่าว

ชัดเจนหน่อยน่ะครับ แล้วพิธีกรรมอย่างนี้ด้วยล่ะ ขึ้นเปลเด็ก การขึ้นเปล คือเอาเด็กมาอุ้ม แล้วกล่าวซอลาวาตนบี มีการอ่านบัรซัลญีด้วย มีความผิดรึป่าว หากมีคนเชิญ เข้าร่วมได้ป่าว กินบุญบ้านคนตาย และการจัดงานเมาลิด เป็นสิ่งที่ถูกต้องรึป่าวครับ

ถามโดย - ฮัซซาน

الحمد لله رب العالمين والصلاة والسلام على رسول الله وعلى آله وصحبه أجمعين وبعد...؛

เอาเรื่องขึ้นเปลของเด็ก ก่อนแล้วกัน เรื่องนี้เป็นประเพณี มิใช่พิธีกรรมทางศาสนา เมื่อเป็นประเพณี ก็จัดอยู่ในหมวดมุอามะล๊าตฺ ก็ให้ดูว่า มีข้อห้ามในเรื่องนี้หรือไม่? เท่าที่ดูก็ไม่พบว่า มีข้อห้าม ในเรื่องเอาเด็กขึ้นเปล และกล่อมด้วยการซอละหวาต หรือจะเป็นบทกวีจากบัรซันญีย์

เข้าใจว่าประเพณีนี้ มีกุศโลบายแฝง อยู่ คือ การกล่อมเด็กแรกเกิด ด้วยถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับศาสนา เช่น ซอละหวาต หรือบทกวีสรรเสริญนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) และให้เด็กโต ได้มาร่วมในบรรยากาศนั้น หลังจากนั้น ก็แย่งขนมที่ผูกเอาไว้ที่เปล เป็นเรื่องสนุกมากกว่า เมื่อเป็นประเพณี ก็ดูว่ามีสิ่งที่ขัดต่อหลักการของศาสนาหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าทำได้ แต่มีเงื่อนไขว่า จะต้องไม่มีอิอฺติกอดว่า นี่เป็นอิบาดะฮฺ หรือมีซุนนะฮฺให้กระทำ ถ้ามีอิอฺติกอดอย่างที่ว่ามา ก็จะเข้าข่ายเป็นบิดอะฮฺได้เหมือนกัน

การจัดงานเมาลิด เป็นสิ่งที่นักวิชาการ มีมุมมองต่างกัน ฝ่ายหนึ่งถือว่า เป็นอุตริกรรม (บิดอะฮฺ) ส่วนหนึ่งจากนักวิชาการฝ่ายนี้ คือ ท่านตาญุดดีน อุมัร อิบนุ อะลี อัลลัคมี่ย์ อัลอิสกันดะรี่ย์ รู้จักกันในนาม อัลฟากิฮานีย์ เสียชีวิต ในปี ฮ.ศ.731 ท่านเขียนเรื่องนี้เอาไว้ ในหนังสือของท่านที่ชื่อ "อัลเมาริด ฟิลฺ กะลาม อะลัล เมาลิด" ซึ่งอิหม่ามอัซซะยูฏีย์ถ่ายทอด และวิพากษ์เอาไว้ในตำรา "ฮุสนุ้ลมักซ๊อด" ของท่าน

ฝ่ายที่อนุญาต และถือว่า เป็นเรื่องดีในการจัดงานเมาลิด ได้แก่ ท่านอัซซะยูฏีย์ , ท่านอิบนุ ฮะญัร อัลอัสกอลานีย์ และท่านอิบนุ ฮะญัร อัลฮัยตะมีย์ โดยอาศัยนัยจากอายะฮฺที่ว่า (وَذَكِّرْهُمْ بِأَيَّامِ الله) ซูเราะฮฺอิบรอฮีม อายะฮฺที่ 5 (และจงเตือนให้พวกเขา รำลึกถึงบรรดาวัน ของพระผู้เป็นเจ้า) ดู อะฮฺซะนุ้ล กะลาม ฟิลฟะตาวา วั้ลอะฮฺกาม ; ชัยค์ อะฏียะฮฺซ็อกร์ 14/489,490) ส่วนท่านชัยค์ อะฏียะฮฺ ซอกร์ ระบุว่า ในทัศนะของท่านถือว่า ไม่เป็นอะไร (لاَبَأْسَ بِه) ในการจัดงานเมาลิด โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่เยาวชนคนหนุ่มสาว แทบจะลืมเรื่องราวของศาสนา (อ้างแล้ว หน้า 491)

มาถึงเรื่องกินบุญบ้านคนตาย (بواة ماكن كماتين) มีคำฟัตวาของบรรดามุฟตีย์ ในนครมักกะฮฺ ตอบเอาไว้ เช่น ชัยค์อะฮฺหมัด อิบนุ ซีนีย์ ดะฮฺลาน มุฟตีย์ มัซฮับอัชชาฟิอีย์ ในนครมักกะฮฺ และชัยค์ อับดุรเราะฮฺมาน อิบนุ อับดิลลาฮฺ ซิรอจญ์ อัลฮะนะฟีย์ มุฟตีย์นครมักกะฮฺ (ดู อิอานะตุตตอลิบีน เล่มที่ 2 หน้า 165,166)

ซึ่งทั้งสองท่านระบุว่า เป็นบิดอะฮฺ ในบางกรณีเป็นมักรูฮฺ และบางกรณีเป็นบิดอะฮฺ มักรูฮะฮฺ และบางกรณี ก็เป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม) กล่าวคือต้องแยกเป็นกรณี ๆ ไป ซึ่งการแยกเป็นกรณี ๆ นี้ มีคำฟัตวาของ ลัจญนะฮฺ อุละมาอฺปัตตานี (21 มกราคม 2516) ดังนี้ :-

1. ครอบครัวของผู้ตาย ทำอาหารเนื่องจากการตาย เพื่อซอดะเกาะฮฺผลบุญ ไปยังผู้ตาย โดยพวกเขา ไม่มีการเชิญ ฮุก่มคือ เป็นซุนนะฮฺ โดยมติของสภานักวิชาการ ปัตตานี

2. ครอบครัวของผู้ตาย ทำอาหาร และพวกเขานั้น เรียกผู้คนไปกินอาหาร เนื่องจากมี เจตนาซอดะเกาะฮฺ ผลบุญ และอุทิศผลบุญในการรวมตัวนั้น ยังผู้ตาย ฮุ่ก่มคือ ทำได้ เพราะเข้าข่ายในตัวบท "การเลี้ยงอาหาร" (إطعام) ซึ่งถูกใช้ในหะดีษของตอวู๊ซ ทั้งนี้ เพราะการเลี้ยงอาหารนั้น ครอบคลุมถึงการรวมตัว ที่บ้านของผู้ตาย หรือ ที่อื่น ๆ

3. ครอบครัวของผู้ตาย ทำอาหารที่บ้านของเขา หรือที่บ้านของผู้ตาย ในวันที่ตาย หรือ ในวันอื่น ๆ เนื่องจากถือตามประเพณี มิได้เป็นไปเนื่องจากเจตนาอิบาดะฮฺ และเจตนา (อุทิศ) ผลบุญ ไปยังผู้ตาย ฮุก่มคือ มักรูฮฺ โดยมติของสภานักวิชาการ ปัตตานี

4. ครอบครัวผู้ตาย ทำอาหารจากทรัพย์มรดก ซึ่งยืนยันแน่นอนด้วยสิทธิ เช่น ลูกกำพร้า หรือเนื่องด้วยครอบครัวผู้ตาย ถูกบังคับให้ทำ โดยไม่เต็มใจ และไม่บริสุทธิใจ ฮุก่มคือ ต้องห้าม (ฮะรอม) โดยมติของสภานักวิชาการ ปัตตานี (อ้างจาก علماءبسردرى فطانى โดย أحمدفتحى الفطانى หน้า 238)

ซึ่งการออกฟัตวานี้ เป็นผลมาจากข้อเขียนของ ชัยค์ อับดุลลอฮฺ บันดัง กะบง ในหนังสือของท่าน ที่ชื่อ الكواكب النيرات فى رداهل البدع والعادات ซึ่งท่านมีฟัตวาว่า การทำบุญบ้านคนตาย เป็นบิดอะฮฺมักรูฮะฮฺ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเจาะจงกระทำ ก็ถือเป็นบิดอะฮฺ มุฮัรร่อมะฮฺ (อ้างแล้ว หน้า 230)

والله أعلم

www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

มกราคม 28 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

 

จำนวนผู้เข้าชม