บทลงโทษต่างๆ

อยากทราบว่าเมื่อเราทำบาปแล้ว โดนลงโทษโดยกฎหมายอิสลาม เช่นกรณี เราไปทำซีนา แล้วเราโดนลงโทษโดยการถูกเฆี้ยน 100 ครั้ง หรือการดื่มสุราแล้วโดนเฆี่ยมตามกฎหมายอิสลามนั้น รวมทั้งการถูกลงโทษในเรื่องที่กระทำความผิดต่างๆ เมื่อเราโดนลงโทษในโลกนี้ไปแล้วอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดต่างๆ ด้งที่กล่าวมาข้างต้น ในวันกียามัติเราต้องโดนลงโทษอีกหรือไม่ อย่างไร ขอบคุณมากครับ

ถามโดย - มูด

وعليكم السلام ورحمة الله و بركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...؛

มีปรากฏในหะดีษที่รายงานโดย อุบาดะฮฺ อิบนุ อัศ-ศอมิต (ร.ฎ.) ว่าท่านรสูล (صلى الله عليه وسلم) กล่าวว่า : وَمَنْ أَصَابَ مِنْ ذلِكَ شَيْئًا فَعُوْقِبَ فِي الدُّنْيَا فَهُوَ كَفَارَةٌ لَهُ : الحديث “และผู้ใดประสพสิ่งหนึ่งจากเรื่องดังกล่าว (คือกระทำความผิดในคดีอาญา เช่น ซินา ลักโขมย เป็นต้น) แล้วเขาก็ถูกลงโทษในดุนยา นั่นคือการไถ่ถอนสำหรับเขาผู้นั้น...” รายงานโดย อัล-บุคอรีและมุสลิม

อัล-หะดีษบทนี้อยู่ภายใต้หัวข้อเรื่อง “การลงโทษต่างๆ ตามที่ศาสนากำหนด (อัล-หุดู๊ด) คือการไถ่ถอน (กัฟฟาเราะฮฺ) สำหรับผู้ถูกดำเนินการตามบทลงโทษนั้น” บทที่ 10 กิตาบ อัล-หุดู๊ด อัล-หะดีษ เลขที่ 1111 ในหนังสือ อัลลุอฺลุอฺ วัล-มัรญาน ภาคที่ 2 หน้า 190 และในเชิงอรรถอธิบายประโยคใน อัล-หะดีษที่ว่า فَعُوْقِبَ فِي الدُّنْيَا ว่า (أَىْ بِأَنْ أُقِيْمَ عَلَيْهِ الحَدُّ) หมายถึงด้วยการดำเนินการลงโทษต่อผู้นั้น

ท่าน อัล-หาฟิซฺ อิบนุ หะญัร อัล-อัสเกาะลานียฺ กล่าวว่า : สิ่งที่ได้รับจาก อัล-หะดีษคือ แท้จริงการดำเนินการลงโทษ (إِقَامَةُ الْحَدِّ) (เช่นการตัดมือ, การเฆี่ยน, การประหารชีวิต เป็นต้น) นั่นคือการไถ่ถอนลบล้างความผิดนั้น ถึงแม้ว่าผู้ถูกลงโทษจะไม่เตาบะฮฺตัวก็ตาม อันเป็นคำกล่าวของปวงปราชญ์ (ญุมฮู๊ร) บ้างก็กล่าวว่า จำเป็นจะต้องมีการเตาบะฮฺตัวด้วย โดยสิ่งดังกล่าวชนรุ่นตาบิอีนบางท่านได้ชี้ขาดไว้...” (ฟัตหุ้ลบารียฺ เล่มที่ 1 หน้า 57)

อย่างไรก็ตามตอนท้ายของอัล-หะดีษระบุว่า إِنْ شَاءَ عَفَا عَنْهُ وَإِنْ شَاءَ عَاقَبَهُ “หากอัลลอฮฺประสงค์ พระองค์ก็อภัยโทษแก่เขาผู้นั้น และหากพระองค์ประสงค์ พระองค์ก็ทรงลงโทษเขาผู้นั้น”

ซึ่งเป็นการบอกว่า เขาผู้นั้นอยู่ภายใต้พระประสงค์ของอัลลอฮฺ และครอบคลุมทั้งผู้ที่เตาบะฮฺหรือไม่เตาบะฮฺจากความผิดดังกล่าว แต่ปวงปราชญ์กล่าวว่า ผู้ที่เตาบะฮฺตัวนั้นจะไม่เหลือการลงโทษอันใดอีกเหนือเขาผู้นั้น (อ้างแล้ว 1/58)

สรุปได้ว่า ถ้าผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอิสลามในโลกนี้เตาบะฮฺตัวในขณะถูกดำเนินคดี ในโลกนี้แล้ว ในวันกิยามะฮฺเขาผู้นั้นก็รอดพ้นจากการลงทัณฑ์อันเป็นผลมาจากความผิดที่การ ทำเอาไว้ซึ่งถูกชำระไปแล้ว กรณีนี้ไม่มีข้อขัดแย้ง ส่วนถ้าถูกดำเนินคดีโดยถึงที่สุดแต่ไม่ได้เตาบะฮฺตัว บั้นปลายของเขาในวันกิยามะฮฺก็ขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) แต่ในทัศนะของปวงปราชญ์ถือว่าเขาได้รับการอภัยแล้วและจะไม่ถูกลงโทษอีก หรืออย่างน้อยก็ผ่อนหนักเป็นเบา

والله أعلم بالصواب

 

สิ่งปลูกสร้างในกุโบร

السلام عليكم ورحمة الله وبركاته

ในกุโบรว่ากัฟ สามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างเช่นศาลาได้หรือไม่อย่างไรครับอาจารย์

ถามโดย - koyree

وعليكم السلام ورحمة الله و بركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...؛

โดยหลักเกณฑ์นั้นห้ามสร้างอาคารหรือถาวรวัตถุเหนือหลุมศพ เช่น มะกอม โดม เป็นต้น ในกุโบร์ที่ถูกวะกัฟไว้ให้เป็นสาธารณกุศลสำหรับการฝังศพของมุสลิมทั่วไป เรียกกุโบร์ประเภทนี้ว่า มักบะเราะฮฺ มุสับบะละฮฺ เนื่องจากเป็นการกีดขวางหรือกีดกันการฝังศพของผู้อื่นและถ้าหากสิ่งถูกสร้าง นั้นเป็นหินอ่อนหรืออะไรในทำนองนั้น ถือว่าเป็นที่ต้องห้าม (หะรอม) เพราะเป็นการขัดกับคำสั่งห้ามที่มีระบุเอาไว้อย่างชัดเจน และถือเป็นการทำให้เสียทรัพย์ตลอดจนเป็นการโอ้อวดฐานะที่เป็นที่ต้องห้ามตาม หลักของศาสนา และจำเป็นที่ผู้ปกครองมุสลิมหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องสั่งให้รื้อถอน หรือทำลายสิ่งก่อสร้างที่เป็นอาคารถาวรวัตถุดังกล่าว

ส่วนกรณีของการสร้างศาลาสำหรับวางมัยยิตหรือศาลาที่ใช้หลบแดดหลบฝน ก็ต้องพิจารณาว่าศาลาเช่นที่ว่านี้สร้างอยู่ในส่วนใดของกุโบร์ ถ้าอยู่ในส่วนของพื้นที่เหลือที่ยังไม่มีการใช้ฝังศพเนื่องจากพื้นที่ของกุ โบร์มีมากและกว้างขวาง กรณีเช่นนี้ก็ไม่มีข้อห้าม แต่ถ้าพื้นที่กุโบร์มีน้อยและไม่เพียงพอต่อการฝังศพอยู่แล้วก็ถือว่าเป็น สิ่งต้องห้าม จึงต้องดูสภาพความเป็นจริงตลอดจนประโยชน์ในการใช้สอยสิ่งก่อสร้างประเภทนี้ ว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด

والله أعلم بالصواب

ที่มา http://www.alisuasaming.com

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม