Custom Search

24. توراة - เตารอต คือคัมภีร์ที่พระเจ้าประทาน ให้แก่ท่านนบีมูซา หรือโมเสส ปัจจุบันได้แก่หนังสือ 5 เล่ม แรก ของพันธสัญญาเดิม ในคัมภีร์ไบเบิล แต่มุสลิมเชื่อว่า เตารอตถูกเปลี่ยนแปลงไป จนหมดสิ้น โดยฝีมือของนักปราชญ์ยิว ในสมัยโบราณ หนังสือ 5 เล่ม  ดังกล่าว จึงไม่ใช่เตารอตของพระผู้เป็นเจ้า ที่แท้จริง

25. نبي -นบี คือบุคคลที่พระผู้เป็นเจ้า ทรงแต่งตั้งขึ้นเป็น“ศาสนทูต”ของ พระองค์ เพื่อปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์ หรือเผยแผ่ในหมู่ผู้คนจำนวนน้อย  อัล-กุรอานบอกว่า พระเจ้าส่งศาสนทูต มายังทุกประชาชาติ

26. نفس - นัฟสฺ คือ มีผู้ให้ความหมายหลายอย่าง เช่น อินทรีย์ ชีวิต ดวงจิต ราคะ และเนื้อหนังมังสา นัฟสฺ (หรือทั่วไปเรียกกันว่านัฟซู) มีปรากฏในอัล-กุรอาน และหะดีษมากมาย

27. نكاح - นิกาฮฺ คือ พิธีแต่งงาน ตามศาสนาอิสลาม (ดูรายละเอียดในหนังสือ)

28. آخرة - อาคิเราะฮฺ  คือ ปรโลก หรือโลกแห่งการสอบสวน และการตอบแทนความดี ความชั่ว ของมนุษย์ คือ มุสลิมเชื่อว่า เมื่อมนุษย์ตายไปแล้ว จะฟื้นคืนชีพขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในวันแห่งการพิพากษา การฟื้นคืนชีพนี้ เป็นไปโดยอำนาจของพระเจ้า ไม่ใช่การเวียนว่ายตายเกิด ปรโลกจะมาถึงเมื่อไร ไม่มีใครทราบ นอกจากพระเจ้า แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

29. فقه - ฟิกฮฺ คือ หรือเรียกว่า “ฟิกเกาะฮฺ” หมายถืงเนื้อหาวิชา หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับศาศนศาสตร์ของมุสลิม เนื้อหาวิชานี้ ส่วนใหญ่ พูดถึงกฎหมาย หรือระเบียบกฎเกณฑ์ ในส่วนที่เกี่ยวกับหลักปฏิบัติทั่วๆ ไป ของปัจเจกบุคคล และสังคม

30. ملائكة - มลาอิกะฮฺ คือสิ่งถูกสร้างประเภทหนึ่ง ที่บังเกิดขึ้นจากรัศมี มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำบัญชา ของพระผู้เป็นเจ้า อย่างเคร่งครัด มลาอิกะฮฺ ปราศจากความรู้สึกนึกคิด ฝ่ายเนื้อหนัง ปราศจากความโลภโกรธ และหลง มลาอิกะฮฺ ไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของพระเจ้า มลาอิกะฮฺ ถูกสร้างขึ้นมา ในรูปลักษณ์ต่างๆ กัน และมีอำนาจแตกต่างกัน เช่น ญิบรีล (ฝรั่ง เรียกว่า เกเบรียล) ทำหน้าที่นำโองการของพระเจ้า มายังศาสนทูตของพระองค์

31. مهر - มะฮัรฺ คือ ของหมั้น ของขวัญ หรือสินสอดที่ฝ่ายชาย มอบให้แก่ฝ่ายหญิง เนื่องเพราะการแต่งงาน มะหัร จะเป็นอะไร และจำนวนเท่าไร ขึ้นอยู่กับการตกลง ของทั้งสองฝ่าย (ดูรายละเอียดในหนังสือ)

32. مسجد - มัสญิด คือ สถานที่ที่มุสลิมปฏิบัติศาสนกิจ ร่วมกัน เช่น การละหมาด ตามตัวอักษรแปลว่า สถานที่ก้มกราบต่อพระเจ้า ในอิสลาม มัสยิดมิใช่ที่สวดมนต์ ดั่งที่คนในศาสนาอื่นเข้าใจ มัสยิดเป็นศูนย์กลางของชุมชนมุสลิม เป็นสถานที่ประชุม เพื่อกิจกรรมทางศาสนา การศึกษา และสังคม มัสยิดในอิสลาม จึงเป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนา ทุกรูปแบบ

33. مجاهد - มุญาฮิด คือนักรบ หรือผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของพระเจ้า มุญาฮิด เป็นเอกพจน์ พหูพจน์ คือ “มุญาฮิดีน”เช่น มุญาฮิดีนในอัฟกานิสถาน ที่ต่อสู่กับรัฐบาลหุ่นกาบูล เพื่อปลดปล่อยแผ่นดินของจนเอง ให้พ้นจากแอกของคอมมิวนิสต์ ที่ปฏิเสธพระเจ้า

34. مسلم - มุสลิม คือ ผู้นับถือศาสนาอิสลาม ตามรากศัพท์ หมายถึงผู้ที่ยอมจำนน ต่อพระประสงค์ของพระเจ้าโดยสิ้นเชิง

35. مؤذن - มุอัซฺซิน คือผู้ที่ทำหน้าที่ เชิญชวนศรัทธาชน ให้มาละหมาดที่มัสยิด เมื่อถึงกำหนดเวลา (อะซฺาน) เพราะฉะนั้น มุอัซซิน แปลง่ายๆ ว่า “ผู้ทำหน้าที่อะซาน” ในมัสยิดเล็ก ๆ จะไม่มีการแต่งตั้ง ผู้รับผิดชอบเฉพาะ ปกติผู้นำ (อิมาม) จะปฏิบัติหน้าที่นี้ ตามมัสยิดขนาดใหญ่ ในบ้านเรามีการแต่งตั้งบุคคล ขึ้นมาทำหน้าที่นี้ แต่เรามักจะเรียกเพี้ยนว่า “บิหลั่น” ซึ่งหมายถึงท่านบิลาล สาวกคนหนึ่งของท่านศาสนทูต เป็นคนผิวดำ และเป็นมุอัซซินคนแรก ในประวัติศาสตร์อิสลาม

36. مؤمن - มุอฺมิน  คือ ผู้ศรัทธา ผู้ยึดมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้า ตลอดจนเชื่อมั่น ในพระบัญญัติและคำสั่งทั้งปวงของพระองค์ ผู้ศรัทธาจะต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ของพระเจ้า โดยเคร่งครัด นั่นคือ ศรัทธาแล้ว จะแสดงออกในทางปฏิบัติด้วย จึงจะนับว่าเป็นมุอฺมินที่แท้จริง

37. مهاجرين - มุฮาญิรีน คือ ผู้อพยพ หรือผู้ลี้ภัย ตามประวัติศาสตร์อิสลาม ท่านศาสนทูต สั่งให้มุสลิมจากเมืองมักะฮฺ อพยพไปยังเมืองยัธริบ (ต่อมาเรียกว่ามะดีนะฮฺ) คนกลุ่มนี้ ในประวัติศาสตร์เรียกว่า“ชาวมุฮาญิรีน”ตามหลักการอิสลาม มุสลิมมีหน้าที่ ต้องให้ความสงเคราะห์ผู้อพยพ หรือผู้ลี้ภัย ตามสมควร

38. محمد - มุหัมมัด คือนามของท่านศาสนทูต คนสุดท้ายของพระเจ้า ท่านได้ชื่อว่าเป็น “คอติมุนนะบียีน” (ดู อัล-กุรอาน บทที่ 33 โองการที่ 40) ซึ่งหมายถึงตราประทับ แห่งศาสนทูตทั้งหลาย ท่านเป็นทั้งศาสนทูตของพระเจ้า และยังเป็นผู้นำ (ทางด้านจิตวิญญาณ) ของมุสลิมทั้งหลาย การกระทำของท่าน และโอวาทของท่าน เป็นแบบอย่างที่มุสลิม เจริญรอยตาม

39. موسى - มูซา คือ ศาสนทูตท่านหนึ่งในอิสลาม ฝรั่งเรียกว่า “โมเสส” ท่านถูกส่งมาเป็นผู้นำชาวอิสราเอล ออกจากการเป็นทาส ของอียิปต์ ในสมัยโบราณ

40. رمضان - รอมฎอน อ่านว่า เราะ-มะ-ดอน หมายถึงเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งถือว่าเป็นเดือนอันประเสริฐ เพราะพระเจ้าทรงบัญญัติให้มุสลิมทุกคน ถือศีลอดในช่วงเวลากลางวัน ของเดิมนี้ ตามรากศัพท์ รอมฎอน มาจากคำว่ารอมดฺ ซึ่งแปลว่า “ลุกไหม้” เพราะฉะนั้นเดือนนี้ จึงเป็นเดือนแห่งความร้อนแรง และเป็นเดือนที่มุสลิม จะเผาไหม้ความผิดต่างๆ ให้หมดไป ด้วยการถือสีลอด

41. رسول - รสูล คือบุคคลที่พระเจ้า เลือกสรรให้มาทำหน้าที่“สื่อ ”โองการของพระองค์ ให้แก่มนุษยชาติ มักจะมีผู้แปลว่า รสูล คือ “ผู้สื่อ” หรือ “ศาสนฑูต” ตามปกติมักจะเรียกว่า รสูลุลลอฮฺ  หรือ ศาสนฑูตแห่งอัลลอฮ์ ในอัล-กุรอาน มีนามของรสูลบันทึกไว้ จำนวน 25 ท่าน เช่น มูฮัมมัด พระเยวู (อีซา) โมเสส (มูซา) สุลัยมาน (โซโลมอน) อับราฮัม (อิบรอฮีม) เป็นต้น

42. صلاة - เศาะลาฮฺ คือ ละหมาด เป็นการเคารพภักดีต่อพระเจ้า อย่างหนึ่ง ถือเป็นหน้าที่ที่มุสลิมทุกคน จะต้องทำ วันหนึ่งมีกำหนด 5 เวลา ละหมาดเป็นเสมือนการเข้าเฝ้าพระเจ้า ละหมาดจะช่วยยับยั้งความชั่ว ถ้าบุคคลปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ มีสมาธินอบน้อมต่อพระเจ้า อย่างแท้จริง ที่จริงละหมาด คือ วิธีการขัดเกลา และฝึกฝนจิตใจรูปแบบหนึ่ง ละหมาดไม่ใช่การสวดมนต์ ดังที่ศาสนิกอื่นเข้าใจ

43. صلى الله عليه وسلم  คือ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะ สัลลัม แปลว่าขอความโปรดปรานของอัลลอฮ์ และสันติสุข จงมีแด่ท่าน (ศาสนทูตมุฮัมมัด  ) เป็นพรภาวนา ที่มุสลิมกล่าวต่อท้าย เมื่อกล่าวถึงนามของศาสนทูตมุฮัมมัด 
              

ย้อนกลับ  ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม