Custom Search

{ 7 }
การรักษาเวลาละหมาดอยู่เสมอ

          การละหมาดได้ชื่อว่าเป็นเสาหลักของศาสนา ใครที่ทำลายมัน ก็เท่ากับทำลายศาสนา เหมือนกับบ้านที่ไม่มีเสาบ้านก็เป็นบ้านไม่ได้ ก่อนเราช่วยกันทบทวนถึงความสำคัญของการละหมาด ตามอัลกุรอาน และ อัลหะดีษ ก่อนว่าอย่างไร เพื่อความมั่นใจในการดูแลมัน

หลักฐานจากอัลกุรอาน

[1] จงดำรงการละหมาดในช่วงเช้าและช่วงบ่าย (ศุบหฺ, ซุฮฺริ, อัศริ) และช่วงต้นของกลางคืน (มัฆริบ, อิชาอฺ) แท้จริง การดีย่อมขจัดการชั่วได้ นั่นคือ ข้อเตือนใจสำหรับผู้รำลึกทั้งหลาย (ซูเราะฮฺที่ 11 อายะฮฺที่ 114)
[2[ และจงดำรงการละหมาด แท้จริงการละหมาดนั้นยับยั้ง (ผู้ละหมาดที่บริสุทธิ์ใจ) จากการลามกและการชั่วช้าได้ (ซูเราะฮฺที่ 29 อายะฮฺที่ 45)
[3] แต่เมื่อพวกเจ้าปลอดภัย (จากศัตรู) ดังนั้น จงดำรงการละหมาดตามปกติ (ไม่ต้องย่อ) แท้จริง การละหมาดเป็นหน้าที่ของผู้ศรัทธาตามเวลาที่กำหนดไว้ (ซูเราะฮฺที่ 4 อายะฮฺที่ 103)
[4] ชายผู้ศรัทธาและหญิงผู้ศรัทธาต่างเป็นมิตรกัน พวกเขากำชับในการดี ห้ามในการชั่ว ดำรงการละหมาด จ่าซะกาต และเชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺและศาสนฑูคของพระองค์ (ซูเราะฮฺที่ 9 อายะฮฺที่ 71)
[5] แล้วสืบต่อพวกเขา ก็มีชนรุ่นชั่ว ผู้ทำให้การละหมาดเสียหาย และพวกเขาดำเนินตามอารมณ์ใคร่ทั้งหลาย ดังนั้น ในไม่ช้า พวกเขาจะประสบกับความหายนะ (ซูเราะฮฺที่ 19 อายะฮฺที่ 59)

สรุปสาระสำคัญจาก 5 อายะฮฺข้างต้น

1. การละหมาดที่รักษา บริสุทธิ์ใจ และนอบน้อม จะสามารถขจัดความชั่วช้าได้ และเป็นข้อเตือนใจของผู้ใคร่ครวญ
2. การละหมาดอย่างสม่ำเสมอจะลดอบายมุขได้
3. การละหมาดในภาวะปกติ ต้องกระทำตามถูกกำหนด ยกเว้นในภาวะสงคราม
4. การกำชับกันในเรื่องการดำรงการละหมาด เป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคน ที่ต้องกระทำในฐานะของความเป็นมิตร
5. มุสลิมจะพบกับความหายนะก็คือ
    5.1 ทำลายการละหมาด หรือ การละหมาดที่มีแต่เปลือกนอก
    5.2 การตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ

หลักฐานจากอัลหะดีษ

1. ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เปรียบเทียบการละหมาด 5 เวลา เหมือนการอาบน้ำจากลำน้ำหน้าบ้าน 5 เวลาต่อวัน การอาบน้ำขจัดความสกปรกได้ฉันใด การละหมาด 5 เวลา ก็ลบล้างความผิดได้แนนั้น (บันทึกของบุคอรี, มุสลิม)
2. สิ่งแรกที่มนุษย์จะถูกสวบสวนในวันโลกใหม่ ก็คือการละหมาด หากดี การงานอย่างอื่นก็พลอยดีไปด้วย หากเลว การงานอย่างอื่นก็จะเลวไปด้วย (รายงานโดย ฏ็อบรอนี)
3. ระหว่างบุรุษกับการปฏิเสธก็คือ การทิ้งละหมาด (รายงานโดย อะหฺมัดและมุสลิม)
4. อิบนุอุมัรฺได้รายงานว่า วันหนึ่งท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวถึงการละหมาดว่า
    “ผู้ใดรักษาการละหมาด เขาจะมี
     - รัศมี
     - หลักฐาน ข้อพิสูจน์การเป็นมุสลิม และ
     - การรอดพ้นในวันกิยามะฮฺ

    และผู้ใดที่ไม่รักษาการละหมาด พวกเขาจะไม่ได้รับ
     - รัศมี
     - หลักฐาน ข้อพิสูจน์การเป็นมุสลิม และ
     - การรอดพ้นในวันกิยามะฮฺ

    และวันโลกใหม่ เขาจะได้อยู่กับ
     - กอรูน
     - ฟิรเอาน์”
     (รายงานโดย ฏ็อบรอนี)

5. สัญญาระหว่างพวกเรากับพวกเขา ก็คือการละหมาด ดังนั้น ผู้ใดละทิ้งมัน แน่นอนเขาได้ปฏิเสธ (บันทึกโดย อะหฺมัด, อบูดาวูด, นะสาอี)

สรุปสาระจากอัลหะดีษทั้ง 5

1. การรักษาการละหมาดทั้ง 5 เวลาให้มั่นคง สม่ำเสมอ จะสามารถชำระความผิดพลาด เหมือนการอาบน้ำบ่อยๆ ที่ทำให้ร่างกายสะอาด
2. การทำความดีอื่นๆ จะต้องอาศัยการละหมาดเป็นหลัก
3. การวัดความเป็นมุสลิมหรือไม่ใช่มุสลิม ให้ดูที่การละหมาด
4. การแยกตัวอย่างชัดเจนจากพวกปฏิเสธ ก็คือ การละหมาด
5. ผลของการรักษามั่นในการละหมาดที่จะได้รับในวันโลกใหม่ ก็คือ
    - ความเป็นผู้มีบารมี
    - ความเป็นมุสลิมที่ชัดเจน และ
    - การรอดพ้นจากการถูกลงโทษ

          เมื่อเราได้รับรู้แล้วว่า การละหมาดมีความสำคัญต่อตัวเราอย่างไร ต่อไปนี้เราจะละเลย ไม่ให้ความสนใจไม่ได้อีกแล้ว เพราะมันมีความหมายมากกว่าการก้มๆ เงยๆ

          คนละหมาดจะต้องมีความพิถีพิถัน โดยเฉพาะขณะที่กำลังทำการภักดีต่อหน้าพระพักตร์ของอัลลอฮฺ มิฉะนั้น ผู้ละหมาดนั้นจะถูกสาปแช่ง ทั้งๆ ที่ตัวเองคิดว่าได้ทำความดี ดังที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ตรัสไว้ความว่า  “ความวิบัติจงมีแก่บรรดาผู้ละหมาด บรรดาผู้ซึ่งพวกเขาเพิกเฉยต่อการละหมาดของพวกเขา” (ซูเราะฮฺที่ 107 อายะฮฺที่ 45)

การละหมาดแบบเพิกเฉย มีมุมมองในความหมายอยู่ 6 แนวทาง คือ
1. การละเลย (ทัศนะของมุญาฮิด)
2. หลงๆ ลืมๆ (เกาะตาดะฮฺ)
3. โอ้อวดพี่น้องมุสลิม (หะสัน)
4. หันขวา หันซ้าย ขณะละหมาด (อบุล อาลียะฮฺ)
5. ไม่อ่าน และไม่รำลึก (กุฏุบ)
6. เลื่อนเวลาละหมาด (มุศอับ บิน สะอฺดิ บิน อบี วักกอศ จากพ่อของเขา)

สรุปว่า คนที่ละหมาดในลักษณะนั้น ก็คือ
1. ละหมาดโดยไม่คิดว่าจะได้รับการตอบแทนใดๆ คือ ละหมาดไปอย่างนั้นเอง ทำแบบขอไปที
2. เวลาทิ้งละหมาดก็มิได้หวั่นเกรงการลงโทษจากอัลลอฮฺ
3. ไม่ให้ความสำคัญต่อเวลาของการละหมาดที่ถูกกำหนดเอาไว้
4. การทำละหมาดแบบไม่ครบเงื่อนไข
5. การละหมาดที่ขาดความสงบเสงี่ยมทั้งจิตใจ และอากัปกิริยาที่แสดงออกขณะละหมาด

          หากเราสร้างจิตสำนึกอยู่เสมอว่า ในวันโลกใหม่เป็นวันที่ไม่มีใครช่วยใครได้แล้วละก็ ไม่ว่า
การค้าและธุรกิจต่างๆ จะไม่ทำให้เราหลงลืม
          - การรำลึกถึงอัลลอฮฺ
          - การดำรงการละหมาด
          - การบริจาคซะกาต
          และวันนั้นเป็นวันที่หัวใจและสายตาพลิกผัน
          (สรุปจากซูเราะฮฺ อันนูร อายะฮฺที่37)

ที่มา
บันได 7 ขั้นสู่สวรรค์ฟิรฺเดาซ์
อ.วิทยา วิเศษรัตน์

{ 1 } { 2 } { 3 } { 4 } { 5 } { 6 } { 7 }

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม


จำนวนผู้เข้าชม