Custom Search

{6}
การปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้

          เรามาเริ่มต้นกันง่ายๆ ตรงที่การสัญญากับลูกน้อยว่าจะซื้อของให้ แล้วไม่ยอมซื้อ แค่นี้ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ก็บอกว่า เขาเป็นคนโกหกแล้ว

          สัญญาที่ยิ่งใหญ่ของมุสลิมทุกคนก็คือ การที่เราปฏิญาณว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ และมุหัมมัดเป็นศาสนฑูตของพระองค์"

          ฉะนั้น การเอาสิ่งอื่นมาบูชาคู่เคียงกับพระองค์ จึงถือเป็นการกระทำผิดที่ยิ่งใหญ่อันดับหนึ่ง เพราะมันเป็นการทรยศอกตัญญูและเนรคุณชนิดอภัยให้ไม่ได้ เพราะ

          - พระองค์เป็นพระผู้สร้าง
          - พระองค์เป็นพระผู้ทรงให้

          แล้วจะไปแสดงการกตัญญูต่อผู้อื่นได้อย่างไร? หรือเอามาร่วมด้วยกับพระองค์ ได้อย่างไร?   ตัวอย่างที่น่าจะยกมาเปรียบเทียบให้เห็นเด่นชัด เช่น นาย ก.ได้ให้ความช่วยเหลือ นาย ค. จนสุขสบาบ แต่นาย ค. กลับไปแสดงความกตัญญูอย่างสุดๆ กับนาย ข. ที่ไม่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือแต่อย่างใดเลย  ถามว่า นาย ก. จะคิดอย่างไรกับนาย ค. บุคคลที่เขาได้ทุ่มเทให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ถ้าเป็นภรรยาก็คือเมียมีชู้

          มนุษย์อาจมีความปวดร้าวต่อการถูกทรยศ แต่อัลลอฮฺมีอำนาจที่จะลงโทษคนที่ทรยศ เพราะพระองค์คือผู้ทรงอำนาจยิ่ง และทรงรอบรู้ยิ่ง

          มนุษย์ที่ขาดความศรัทธาอันมั่นคง ก็มักจะชอบสัญญา แต่จะไม่กระทำตามที่สัญญาเอาไว้ ซึ่งกรณีศึกษาในเรื่องนี้ จะพบในซูเราะฮฺอัต-เตาบะฮฺ ตั้งแต่อายะฮฺที่ 75 ถึง 77 ความว่า

          [75] และในหมู่พวกเจ้ามี (พวกสับปลับ) ผู้ทำสัญญากับอัลลอฮฺว่า หากพระองค์ทรงประทานบางสิ่งจากความโปรดปรานของพระองค์แก่พวกเรา แน่นอนพวกเราจะบริจาค และแน่นอนเราจะเป็นหนึ่งในหมู่คนดี

          [76] แต่เมื่อพระองค์ได้ทรงประทานจากความโปรดปรานของพระองค์ แก่พวกเขา พวกเขากลับตระหนี่เหนียวในทรัพย์นั้น พวกเขาหันกลับ และพวกเขาเป็นผู้หันห่าง

          [77] ดังนั้น พระองค์ได้ทรงลงโทษพวกเขา ด้วยการทำให้หัวใจของพวกเขา มีแต่ความสับปลับ จนกระทั่งถึงวันที่พวกเขาได้พบกับพระองค์ (วันปรโลก) เพราะพวกเขาได้บิดพลิ้วที่พวกเขาได้สัญญาต่อพระองค์ และพวกเขาเป็นผู้มุสา

          เราเป็นผู้ศรัทธา ไม่จำเป็นต้องไปบอกอัลลอฮฺว่าถ้าฉันรวยฉันจะบริจาค เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดหลักซะกาตแก่เราไว้แล้ว ที่จะต้องแบ่งปันทรัพย์สินที่มากกว่าพิกัด แก่คน 8 ประเภท ที่ปรากฏอยู่ในอัลกุรอานในบทเดียวกัน ซึ่งได้แก่

          [1] คนเข็ญใจ (ฟะกีรฺ)
          [2] คนขัดสน (มินกีน)
          [3] คนที่หน้าที่เก็บซะกาต (อามิลีน)
          [4] คนที่หัวใจโน้มเอียงสู่อิสลาม (มุอัล-ละฟะฮฺ กุลูบุฮุม)
          [5] ใช้เพื่อการไถ่ทาส (ฟริฺ-ริกอบ) 
          [6] คนที่มีหนี้สินล้นตัว (ฆอริมีน)
          [7] ใช้ในหนทางของอัลลอฮฺ (ฟีสะบีลิลลาฮฺ) และ
          [8] ผู้เดินทาง (ตกค้างในถิ่นอื่น)   (อิบนุซ-ซะบีล)

          เมื่อรวยพอแล้ว มากแล้ว เหลือแล้ว แต่ไม่ยอมจ่ายซะกาต สภาพของมุสลิมเช่นนี้ ก็ไม่แตกต่างจากคนกลับกลอกที่สัญญาแล้วไม่ทำตามคำพูด

          มุสลิมทุกคนต้องเป็นผู้รักษามั่นในสัญญา ไม่ว่าจะเป็นสัญญาของอัลลอฮฺ หรือของมนุษย์ด้วยกัน

          คนที่ทำลายสัญญาของอัลลอฮฺ พร้อมทั้งตัดขาดในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงให้ติดต่อ และยังก่อการเสียหายบนหน้าแผ่นดินอีก คนประเภทนี้จะต้องขาดทุนทั้งในโลกหน้า และโลกหน้า ดังที่พระองค์ได้ตรัสเอาไว้ ความว่า

          "ผู้ที่ทำลายสัญญาของอัลลอฮฺหลังจากได้รับรองมัน (ตามการบอกเล่าของบรรดาศาสนฑูต) และตัดขาดที่อัลลอฮฺทรงบัญชาใช้ให้ทำความสัมพันธ์ และก่อการเสียหายบนแผ่นดิน เหล่านี้ พวกเขาคือพวกที่ขาดทุน"  (ซูเราะฮฺที่ 2 อายะฮฺที่ 27)

          สัญญาในที่นี้คืออะไร? ก็ต้องอาศัยมุมมองของนักปราชญ์ทั้งหลายดังนี้

          [1] สัญญาที่อัลลอฮฺทรงทำกับมนุษย์ทุกขณะที่เกิดที่เกิดมาดูโลก
          [2] คำสั่งเสียของอัลลอฮฺต่อมนุษยชาติ โดยการใช้ให้ทำดี และห้ามการทำความชั่ว ตามคำสอนของศาสนทูตทั้งหลายที่ถูกส่งมา ซึ่งการบิดพลิ้วสัญญาก็คือการไม่ยอมปฏิบัติตาม
          [3] หลักฐานที่บ่งบอกถึงความเป็นเจ้าที่แท้จริงพระองค์เดียว คือ ชั้นฟ้า แผ่นดิน และสรรพสิ่งทั่วๆไป มันคือตำแหน่งของสัญญา การบิดพลิ้วสัญญาในที่นี้ คือ การไม่พิจารณาใคร่ครวญในสิ่งดังกล่าว
          [4] สิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงสัญญากับชาวคัมภีร์ คือ การแจกแจงการเป็นศาสดาของท่านศาสดามุหัมมัอ (ศ็อลฯ) แต่พวกเขาบิดพลิ้ว ด้วยการปิดบังคำสั่งของพระองค์

          พวกเขาตัดขาดในสิ่งที่พระองค์ให้เชื่อมสัมพันธ์ และอะไรคือสิ่งที่มนุษย์ต้องเชื่อมสัมพันธ์?  นักวิชาการชี้ออกเป็น 2 ประเด็น คือ

          [1] ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ
          [2] ความสัมพันธ์ระหว่างคำพูดกับการกระทำ การตัดขาดก็คือการพูดแล้วไม่ทำ

          พวกเขายังได้ก่อการทำลายบนหน้าแผ่นดินโดย

          - การกราบไหว้อื่นจากอัลลอฮฺ และ
          - ก่อการอธรรม และกดขี่ตามอารมณ์ปรารถนาของตัวเอง

          พฤติกรรมทั้งสองประการข้างต้น เป็นสุดยอดของการทำลายล้างความสงบสุข ของสังคมบนหน้าแผ่นดิน

          อายะฮฺนี้จึงเป็นหลักฐานถึงการรักษาสัญญาและยึดมั่น แม้จะเป็นการกระทำกับบุคคลที่มิใช่เป็นมุสลิมก็ตาม เพราะเป็นคำสั่งของอัลลอฮฺ ความว่า

          [1] และพวกเจ้าจงรักษาสัญญา แท้จริงสัญญานั้นจะต้องถูกสอบสวน  { ซูเราะฮฺที่ 17 อายะฮฺที่ 34}
          [2] บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงปฏิบัติตามเงื่อนไข (ที่สัญญาต่ออัลลอฮฺ ต่อศาสนฑูต ต่อผู้อื่น และแม้แต่ตัวเอง) {ซูเราะฮฺที่ 5 อายะฮฺที่ 1}
          [3] และจงปฏิบัติตามสัญญาของฉัน (อัลลอฮฺ) ให้ครบ ฉันก็จะปฏิบัติตามสัญญาของฉันที่มีต่อพวกเจ้าให้ครบเช่นกัน  (ซูเราะฮฺที่ 2 อายะฮฺที่ 40)

          ดังนั้น เราลองหันมาดูตัวเราว่า บกพร่องหรือสมบูรณ์ในหน้าที่นี้ขนาดไหน?

          - เราได้ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้กับพระองค์ว่า จะทำตามที่พระองค์ทรงสั่ง และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามแล้วหรือยัง   หรือว่าละหมาดก็เอา หวยก็ยังไม่เลิก

          - เราบอกว่าเราเป็นสุนนะฮฺ เราปฏิบัติตามแบบฉบับของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กี่เปอร์เซนต์แล้ว   หรือว่าจะเอาแค่มีภรรยา 4 คน แต่ตะฮัจยุดไม่เอ

          - เวลาเราขอยืมเงินทองคนอื่น เราใช้หนี้ตรงเวลาหรือไม่?   หรือว่าใช้แต่หนี้เจ๊กที่มีดอก แต่ทำเฉยกับเจ้าหนี้มุสลิมที่ไม่มีดอก

          - และเราเคยสัญญากับตัวเองไหมว่า เราจะเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ   หรือวางฟอร์มให้คนหลงเชื่อไปก่อน

{ 1 } { 2 } { 3 } { 4 } { 5 } { 6 } { 7

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม



จำนวนผู้เข้าชม