Custom Search

(4)
การไม่ล่วงละเมิดทางเพศ

          อิสลามได้สกัดกั้นการสำส่อนทางเพศไว้ทุกรูปแบบ โดยไม่ใช่เพียงห้ามการกระทำ แต่ได้ห้ามแม้กระทั่งการเข้าใกล้ นั่นก็คือ การห้ามสื่อลามกทุกประเภท ไม่ว่าจะเกิดจาก
          - รูปภาพ
          - เสียง
          - การอยู่กันตามลำพังระหว่างชายหญิงท่แต่งงานกันได้
          ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่า เป็นความลามก และเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเพศที่เลวทราม
          ทำไม?  
          เพราะมนุษย์ไม่ใช่เดรัจฉาน ที่จะใช้ความพอใจเป็นหลักของการมีเพศสัมพันธ์ เมื่อใดก็ได้ และที่ใดก็ได้ 
          ความลามกที่ถูกซึบซับเข้าสู่จิตใจมนุษย์นั้น เมื่อมากเข้า ความเป็นเดรัจฉาน ก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นเราจึงได้เห็น
          - พ่อข่มขืนลูกสาวตัวเอง
          - ลุงข่มขืนหลานสาว
          - หลานข่มขืนยายตัวเอง  เป็นต้น

          การมีเพศสัมพันธ์เช่นนี้ จะแตกต่างอะไรกับหมู หมา กา ไก่ ที่อุบัติขึ้นได้ ไม่ว่าในชั่วโมงใด และนาทีใด พฤติกรรมของพวกมันถูกกระตุ้นด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ จึงไม่มีคำว่าบาป บุญ คุณ โทษ แต่อย่างใด

          แต่สำหรับมนุษย์นั้น การลามกถูกห้ามไม่ว่าในการเปิดเผยหรือซ่อนเร้น ดังที่พระองค์อัลลอฮฺได้ทรงสั่งให้ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้ประกาศ ความว่า
          "จงกล่าวเถิด พระผู้อภิบาลของฉันทรงห้ามการลามกทั้งหลาย ทั้งที่เปิดเผย และซ่อนเร้น"    (ซูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ-33)

          อะไรคือการลามกแบบเปิดเผย? และอะไรคือการลามกแบบซ่อนเร้น?
          การเปลือยกายต่อสาธารณะ คือ การแต่งกายที่ไม่ปิดส่วนที่ถูกสั่งให้ปิด หรือ แม้กระทั่งภาพโป๊ ก็ถือว่าเป็นการลามกแบบเปิดเผย และในอนาคต การอนาจารทางเพศต่อหน้าผู้คน จะกระทำกันอย่างไร้ยางอาย แม้กระทั่งในท้องถนน

          ส่วนการลามกที่ซ่อนเร้น ก็คือ การเล่นชู้ หรือ การแอบตีท้ายครัว ทั้งหมดถูกห้ามโดยหลักการ และถือเป็นการบาปทั้งสิ้น

          หากเราจะสนองความต้องการทางเพศ ไม่ว่าจะมากขนาดไหน ก็จงแสดงกับภรรยาผู้เป็นอาภรณ์ที่แท้จริงและถาวรของพวกเรา และหากพวกนางมีความพอใจในการบรรลุถึงความสุขจากเรื่องนี้ นั่นหมายความว่า เหล่าสามีจะได้รับผลบุญเท่ากับการบริจาคปัจจัยต่างๆ

          เรียกได้ว่าสุขทั้งภรรยา สุขทั้งสามี และร่วมเก็บเกี่ยวความดีงามด้วยกัน สวรรค์ฟิรฺเดาซ์จะไปไหน

          แต่ถ้ายังชอบสำส่อนทางเพศไม่เลิก ก็ต้องฟังที่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้พูดไว้ความว่า
          "คน 3 ประเภท ที่อัลลอฮฺจะไม่ืรงพูดกับพวกเขา ไม่ทรงทำให้เขาบริสุทธิ์จสกบาป และไม่ทรงมองดูเขาในวันกิยามะฮฺ (วันโลกหน้า) คือ คนแก่ที่ไม่เลิกสำส่อน (ซินา), ผู้ปกครองที่ชอมดเท็จ และคนจนที่ทำตัวยิ่งใหญ่"
(บันทึกโดย มุสลิมและนะสาอี)

          และในเรื่องนี้ ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้เคยพูดกับคนหนุ่มชาวกุเรซไว้ความว่า
          "โอ้คนหนุ่มกุเรซเอ๋ย! พวกท่านจงรักษาอวัยวะพึงสงวนของพวกท่าน (ไม่สำส่อน) และจงรู้ไว้เถิดว่า ผู้ใดที่ปกป้องตนเองจากการสำส่อน เขาจะได้เข้าสวรรค์"  (รายงานโดย ฮากิมและบัยฮะกี)
          
"โทษของคนที่ผ่านการแต่งงานแล้วยังไม่เลิกทำซินา (สำส่อน) จะไม่แตกต่างจากการฆ่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ การละทิ้งศาสนา และการแยกตัวจากกลุ่มชนมุสลิม"  (รายงานโดย บุคอรีและมุสลิม)

          ทำไมอิสลามจึงเข้มงวดกับเรื่องการผิดประเวณี?
          เพราะการผิดประเวณีเป็นความโสโครกที่จะเป็นโรคติดจิตใจคนตลอดไป ความแก่เฒ่าก็ไม่สามารถที่จะลบล้างให้หมดได้
          ผู้เฒ่าผู้มักมากในกามก็มักจะจบชีวิตด้วยโรคหัวใจวาย สถิติในเรื่องนี้มีมากในอเมริกา โดยเฉพาะกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง
          หากเราเป็นคนแก่ที่ตายบนเตียงนอนของคู่สำส่อน ก็ลองวาดภาพดูว่า ในวันโลกหน้าอันเป็นวันของการตัดสินความดี-ความชั่ว โดยการที่อัลลอฮฺ
          - ไม่ทรงพูดกับเรา
          - ไม่ทรงมองดูเรา
          - และไม่ทรงทำให้เราปลอดจากบาป (คือไม่ให้อภัย)
          สภาพของเราในวันนั้น จะเป็นเช่นไร? ซึ่งแน่นอนจะต้อง
          - ตาเหลือก
          - หวาดกลัว
          - ตัวสั่น
          - หวั่นวิตก
          - มองหาที่พึ่ง
          แต่สุดท้ายเราก็จะพบแต่ความเจ็บปวด ซึ่งเพราะเหตุใด ทำไมจึงไม่สำส่อน แต่เฉพาะภรรยาของตน?

{ 1 } { 2 } { 3 } { 4 } { 5 } { 6 } { 7

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม