Custom Search

(3)
การบริจาคซะกาต และการขัดเกลากิเลส

          มนุษย์ทุกคนมีความรักในทรัพย์มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจ ตามเจตนารมณ์ของศาสนาเกี่ยวกับชีวิตในโลกนี้ เช่นคำพูดของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ที่กล่าวไว้ความว่า   "วฉันกับดุนยาเสมือนคนเดินทางที่เข้าพักร่มไม้ เมื่อตกเย็นก็เดินทางต่อ และทิ้งต้นไม้นั้น"  หรือคำพูดที่ความว่า  "การที่เราทุ่มเทให้กับโลกนี้ เสมือนเราเอานิ้วมือจุ่มลงในน้ำทะเล เมื่อยกนิ้วขึ้นมาดู มีอะไรติดนิ้วมาบ้าง?"

          เราลองถามตัวเองว่า เราคิดอย่างไรกับคำพูดของท่านศาสดามุหะมมัด (ศ๊อลฯ) ข้างต้น   คิดอย่างไรก็เป็นเช่นนั้น

          - หากคิดว่าความจนคือความอัปยศ และคิดว่าความรวย คือทุกสิ่งแห่งความปรารถนา คนเช่นนี้ จะยอมชำระทรัพย์ของตัวเอง แก่คนที่จนกว่าหรือไม่
          - หากคิดว่าความร่ำรวยที่ได้มานี้ เป็นการประทานจากอัลลอฮฺ ไม่ใช่จากความสามารถของตัวเอง คนเช่นนี้จะจ่ายซะกาตหรือไม่ ?

          คนกินไม่รู้จักอิ่มกับคนที่รูกจักความอิ่มย่อมจะมีสภาพที่แตกต่างกัน ไม่ใช่เฉพาะในโลกหน้าเท่านั้น  แต่ในโลกนี้ก็จะเห็นความแตกต่าง   และความแตกต่างที่เห็นได้ชัดก็คือ

          -   ความกระวนกระวายของคนที่กินไม่รู้จักอิ่ม
          -   ความสงบสุขของคนที่รู้จักความพอเพียง

          ซะกาต  มาจากรากศัพท์ที่หมายถึง  การซักฟอก  หรือการชำระให้สะอาด  ดังนั้น  ทรัพย์ใดที่ไม่ถูกชำระด้วยซะกาต  เมื่อครบเงื่อนไข  ทรัพย์นั้นและเจ้าของก็พลอยไม่สะอาดไปด้วย

          เราต้องทำให้บันไดขั้นนี้สะอาดบริสุทธิ์ก่อนคิดจะก้าวสู่บันไดขั้นต่อไป

          ซะกาตมาคู่กับการละหมาดหากขาดอันใดอันหนึ่ง ความสมบูรณ์จะไม่เกิดขึ้น

          เมื่อจิตใจไม่สะอาด  ทรัพย์สมบัติจะสะอาดได้อย่างไร ?  เนื่องจากสิ่งเหล่านั้นอยู่ภายใต้การควบคุมทางพฤติกรรมของมนุษย์  ที่จะเป็นตัวผลักดันให้ไปในทิศทางใดก็ได้  เพราะว่าสรรพสิ่งทั้งหลายที่นอกเหนือจากคน  ถูกสร้างมาเพื่อให้บริการแก่คน  ไม่ว่าจะเป็นดวงอาทิตย์ , ดวงจันทร์ , ภูเขา , ทะเล และอื่น ๆ

          แต่คนก็คือคนที่ถูกสร้างมาให้มีจิตใจท้อถอยและรวนเร เช่น 

               -  เมื่อพบกับความทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นความจนหรือโรคภัยไข้เจ็บ ก็จะคร่ำครวญ รำพึงรำพัน
               -  แต่เมื่อได้ดีมีความสุข มีเงินมีทอง ร่ำรวย ก็จะแสดงความเป็นเจ้าของ ด้วยความหวงแหน

          ส่วนผู้ที่จะรอดพ้นจากสภาพดังกล่าวข้างต้นก็คือ

               (1) ผู้หมั่นเสมอในการละหมาด
               (2) ผู้ที่บริจาคแก่ผู้เอ่ยขอและไม่เอ่ยขอ
               (3) ผู้ที่เชื่อว่าวันแห่งการตอบแทนมีจริง
               (4) ผู้ที่ประหวั่นต่อการลงโทษของอัลลอฮฺโดยระวังอยู่เสมอ
               (5) ผู้ที่ไม่สำส่อนทางเพศ
               (6) ผู้ที่หมั่นเอาใจใส่ต่อสิ่งที่ได้รับมอบหมาย และสัญญาของพวกเขา
               (7) ผู้ไม่บิดพลิ้วในการเป็นพยาน
               (8) ผู้ที่รักษาเวลาของการละหมาด   
                (สรุปจากอายะฮฺที่ 19 ถึง 34 ของสูเราะฮฺอัล-มะอาริจญ์)

           ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของอายะฮฺแห่งอัล-กุรฺอานที่นำเสนอการละหมาด กับการจ่ายซะกาตคู่กัน ซึ่งมีอยู่หลายตอนด้วยกันเช่น

                (1) และจงดำรงละหมาดและจ่ายซะกาต และโค้ง (รุกูอฺ) พร้อมกับผู้โค้งทั้งหลาย (สูเราะฮฺที่ 2 อายุฮฺที่ 43)
                (2) และจงพูดดีกับประชาชน  และดำรงละหมาด และจ่ายซะกาต  (สูเราะฮฺที่ 2 อายุฮฺที่ 83)
                (3) และจงดำรงละหมาด และจ่ายซะกาต และสิ่งที่พวกเจ้านำเสนอ เพื่อพวกเจ้าจากความดีงาม พวกเจ้าจะได้พบมันที่อัลลอฮฺ (สูเราะฮฺที่ 2 อายุฮฺที่ 110)
                (4) และดำรงละหมาด และจ่ายซะกาต และบรรดาผู้รักษาสัญญา เมื่อพวกเขาสัญญา (สูเราะฮฺที่ 2 อายุฮฺที่ 177)
                (5) พวกเขาดำรงละหมาด และพวกเขาจ่ายซะกาต พวกเขาจะได้รับรางวัลของพวกเขาที่พระผู้อภิบาลของพวกเขา (สูเราะฮฺที่ 2 อายุฮฺที่ 277)
                (6) และบรรดาผู้ดำรงละหมาด และจ่ายซะกาต และบรรดาผู้ศรัทธา ในอัลลอฮฺและวันสิ้นโลกเหล่านั้น เราจะให้รางวัลอันยิ่งใหญ่แก่พวกเขา (สูเราะฮฺที่ 4 อายุฮฺที่ 162)
                (7) แม้นพวกเขาสารภาพบาป ดำรงการละหมาด และจ่ายซะกาต ดังนั้น พวกเขาคือพี่น้องร่วมศาสนาของพวกเจ้า (สูเราะฮฺที่ 9 อายุฮฺที่ 11)

            หากเราได้สังเกตตัวอย่างจากอายุฮฺทั้งเจ็ดจะพบว่า การทำความดี หรือผลของการตอบแทนจะพ่วงท้ายมาด้วยเสมอ ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นรากฐานของศาสนาซึ่งเราจะมองข้ามไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด

            เงินทองในทัศนะของอิสลามนั้นมีไว้เพื่อ

                  - ใช้ประโยชน์
                  - มิใช่เพื่อเก็บสะสมโดยไม่ทำประโยชน์

            การใช้จ่ายในหนทางของอัลลอฮฺนั้นมีมากมาย เช่น

                  - การทำสาธารณทาน
                  - การให้อาหารแก่ผู้หิวโหย
                  - การสนับสนุนด้านการศึกษา
                  - การเตรียมกำลังอาวุธ และอื่นๆ ที่เป็นความดี

            ส่วนผลของการตระหนี่ ก็คือการถูกลงโทษด้วยการถูกนาบที่

                  - บนใบหน้า
                  - บนสีข้าง และ
                  - ด้านหลัง
                  ด้วยเตารีดที่ทำจากทรัพย์สินที่ไม่ยอมใช้จ่ายในหนทางของพระองค์

            ในสมัยของท่านนบี (ศ็อลฯ) เคยมีคนมาถามท่านโดยบอกว่า เขาเป็นคนมีทรัพย์ จะทำอย่างไร ? จะใช้จ่ายอย่างไร ? ท่านตอบว่า "จงเอาทรัพย์ของท่านออกซะกาต เพราะมันเป็นความสะอาดที่ชำระความสะอาดแก่ทาน ทำให้ท่านใกล้ชิดเครือญาติ และท่านได้รู้จักสิทธิของคนจน เพื่อนบ้าน และคนที่มาขอ (รายงานโดย อะหฺมัด)

             แล้วถ้าเราเป็นคนรวยที่ไม่ยอมจ่ายซะกาต ผลที่ตามมาก็คือ

                   (1) ทรัพย์สินไม่ถูกทำให้สะอาดบริสุทธิ์ และขาดความจำเริญ
                   (2) ความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติถูกตัดขาด
                   (3) ทำลายสิทธิและหน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อสังคม คือ ต่อคนจน เพื่อนบ้าน และคนยากไร้ที่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือ

             อิสลามใช้หลักซะกาตในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติ ที่ร่ำรวยกับเครือญาติที่ยากจน ดังที่สาวกของท่านนบี (ศ็อลฮฺ) ชื่ออบู อัยยูบ มาถามท่านว่าการงานอะไรที่ทำให้ได้เข้าสวรรค์ ท่านตอบว่า

                    - ภักดีอัลลอฮฺ และอย่าตั้งภาคีใด ๆ กับพระองค์
                    - ดำรงการละหมาด
                    - จ่ายซะกาต (บริจาคทรัพย์)
                    - และเชื่อมสัมพันธ์กับเครือญาติ (รายงานโดยบุคอรี , มุสลิม)

              หากเราไม่ต้องการไปพบงูตัวใหญ่ เขี้ยวโต มาพันคอของเราในกิยามะฮฺ ก็อย่าทำตัวเป็น "สุนัขหวงก้าง" กินก็ไม่ได้กิน แถมยังทำอันตรายตัวเราอีก และเราก็คงไม่อยากที่จะได้ยินมันพูดว่า

                     - เราคือทรัพย์ของท่าน
                     - เราคือขุนคลังของท่าน

                     ซึ่งมันจะรัดคอเรา แถมยังเยาะเย้ยเราอีก

                     "และอย่าคิดว่า บรรดาผู้ตระหนี่ในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่พวกเขา จากความโปรดปรานของพระองค์เป็นสิ่งที่ดีแก่พวกเขา หากแต่เป็นความเลวร้ายยิ่ง ต่อพวกเขา เพราะพวกเขาจะถูกพันธนาการด้วยสิ่งดังกล่าวในวันโลกหน้า " (จากบันทึกของบุคอรี และมุสลิม)

               ทราบแล้วเปลี่ยนโดยไว มิเช่นนั้น ทรัพย์จะกลายเป็นงูเขี้ยวใหญ่ ตั้งแต่ในโลกนี้เหมือนพวกที่กำลังเผชิญวิกฤตในยุคไอเอ็มเอฟ

{ 1 } { 2 } { 3 } { 4 } { 5 } { 6 } { 7 }  

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม


จำนวนผู้เข้าชม