ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ซะกาต ฟิฏรฺ

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

มวลการสรรเสริญ เป็นเอกสิทธิของอัลลอฮฺ ขอการเจริญพรและความสันติ มีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ข้าขอปฏิญาน ว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ และมุหัมมัดนั้น เป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์

ส่วนหนึ่งของอิบาดะฮฺ ที่อัลลอฮฺได้กำหนดไว้ เหนือบรรดามุสลิมทั้งมวล ในเดือนเราะมะฎอนอันจำเริญนี้ นั้นคือ ซะกาต ฟิฏรฺ (ซะกาตฟิตเราะฮฺ) อัลลอฮฺได้บัญญัติเหนือผู้ถือศีลอด เพื่อให้จิตใจเขาสะอาด จากความสกปรกของความตระหนี่ และสะอาดจากสิ่งที่มีผลเสีย ต่อการถือศีลอด และผลบุญของการถือศีลอดของเขา จากคำพูดที่ไม่ดี ไร้สาระและหยาบคายต่างๆ ซะกาตฟิฏรฺ ยังเป็นการช่วยเหลือคนยากจน เป็นการแสดงถึงการขอบคุณ ต่อนิอฺมัตต่างๆ ของอัลลอฮฺ ที่มีต่อปวงบ่าว/มวลมนุษย์ ที่ได้ทรงทำให้การถือศีลอด และการละหมาดกลางคืน ในเดือนเราะมะฎอนของเขา ได้บรรลุอย่างเสร็จสมบูรณ์ และให้มีความสามารถทำคุณความดีต่างๆ ในเดือนนี้ได้

عَنْ ابْنِ عَبَّاسٍ رضي الله عنه  قَالَ : فَرَضَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ زَكَاةَ الْفِطْرِ طُهْرَةً لِلصَّائِمِ مِنْ اللَّغْوِ وَالرَّفَثِ وَطُعْمَةً لِلْمَسَاكِينِ. [رَوَاهُ أَبُو دَاوُد برقم 1609]

รายงานจากท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า  ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กำหนดซะกาตฟิฏรฺ เป็นการขัดเกลาผู้ถือศีลอด ให้สะอาดจาก (บาปที่มาจาก) คำพูดที่ไม่ดี ไร้สาระ และหยาบคาย (ในช่วงถือศีลอด) และเป็นการให้อาหารแก่คนยากจน  (สุนัน อบูดาวูด หมายเลข  1609)

และซะกาตฟิฏรฺนั้น เป็นวาญิบเหนือมุสลิมทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เป็นไทหรือเป็นทาส หากเขามีอาหารหนึ่งศออฺ (มาตรตวงวัดของชาวอาหรับโบราณ) ที่เหลือจากการใช้บริโภคสำหรับเขา และครอบครัว ในวันอีดและคืนวันอีด

عَنْ ابْنِ عُمَرَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا قَالَ : فَرَضَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ زَكَاةَ الْفِطْرِ صَاعًا مِنْ تَمْرٍ، أَوْ صَاعًا مِنْ شَعِيرٍ، عَلَى الْعَبْدِ، وَالْحُرِّ، وَالذَّكَرِ، وَالْأُنْثَى، وَالصَّغِيرِ، وَالْكَبِيرِ، مِنْ الْمُسْلِمِينَ، وَأَمَرَ بِهَا أَنْ تُؤَدَّى قَبْلَ خُرُوجِ النَّاسِ إِلَى الصَّلَاةِ. [البخاري برقم 1503، ومسلم برقم 984]

รายงานจากท่านอิบนุ อุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า  ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กำหนดซะกาตฟิฏรฺ เป็นอินทผลัมจำนวนหนึ่งศออฺ (ประมาณ 2.5 กิโลกรัม) หรือ ข้าวบาร์เล่ย์ จำนวนหนึ่งศออฺ เหนือทาส ไท ชาย หญิง เด็ก ผู้ใหญ่ จากบรรดาคนมุสลิมทั้งหมด และท่านได้สั่งใช้ให้จ่าย (มอบให้) ก่อนที่ผู้คนจะออกไปละหมาด (วันอีด)” (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์ 1/466  หมายเลข 1503   เศาะฮีหฺมุสลิม 2/677 หมายเลข  984)

และหากเขาจ่ายแทนให้แก่ทารกในครรภ์ เป็นการทำทานสุนัต ก็ถือว่าใช้ได้

عَنْ أَبِي سَعِيدٍ الْخُدْرِيِّ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ قَالَ : كُنَّا نُخْرِجُ فِي عَهْدِ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَوْمَ الْفِطْرِ صَاعًا مِنْ طَعَامٍ، أَوْ صَاعًا مِنْ تَمْرٍ، أَوْ صَاعًا مِنْ شَعِيرٍ، أَوْ صَاعًا مِنْ زَبِيبٍ. [البخاري برقم 1508، ومسلم برقم 985] وَفي رواية عنه: وَكَانَ طَعَامَنَا الشَّعِيرُ وَالزَّبِيبُ وَالْأَقِطُ وَالتَّمْرُ . [البخاري برقم 1510]

รายงานจากท่านอบู สะอีด อัล-คุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า พวกเราได้เคยจ่ายซะกาตวันอีด ในสมัยท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จำนวนหนึ่งศออฺจากอาหาร หรือ หนึ่งศออฺจากอินทผลัม หรือ หนึ่งศออฺจากข้าวบาร์เล่ย์ หรือองุ่นแห้ง (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์ 1/467  หมายเลข  1508   เศาะฮีหฺมุสลิม 2/678 หมายเลข  985) และในบางรายงานกล่าวว่า อาหารของเราในสมัยนั้น คือ ข้าวบาร์เล่ย์  องุ่นแห้ง นมแห้ง (เนยแข็ง) และอินทผลัม (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์ 1/467 หมายเลข 1510)

มุสลิมควรจ่ายซะกาต จากสิ่งที่ดีที่สุด และเกิดประโยชน์มากที่สุด แก่คนยากจน จากอาหารต่างๆ ที่กล่าวมา ไม่ควรเลือกให้สิ่งที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่ดี อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿ لَن تَنَالُواْ ٱلۡبِرَّ حَتَّىٰ تُنفِقُواْ مِمَّا تُحِبُّونَۚ وَمَا تُنفِقُواْ مِن شَيۡءٖ فَإِنَّ ٱللَّهَ بِهِۦ عَلِيمٞ ٩٢ ﴾ [آل عمران: ٩٢] 

ความว่า “พวกเจ้าจะไม่ได้คุณธรรมเลย จนกว่าพวกเจ้าจะบริจาคจากสิ่งที่พวกเจ้าชอบ (รัก) และสิ่งใดที่พวกเจ้าบริจาคไป แท้จริงอัลลอฮฺทรงรู้ในสิ่งนั้นดี” (อาล อิมรอน 92 9)

นักปราชญ์บางส่วน เช่น ชัยคุลอิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ และท่านอิบนุล-ก็อยยิม เราะหิมะฮุมัลลอฮฺ มองว่าเป็นที่อนุญาตให้มุสลิม จ่ายสิ่งอื่นจากที่กล่าวในหะดีษ อบู สะอีด อัล-คุดรีย์ ตราบใดที่มันเป็นอาหารหลัก ของคนในเมืองนั้นๆ เช่นข้าวสารและอื่นๆ (ฟะตาวา ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ 25/68)

และหนึ่งศออฺที่กล่าวในหะดีษนั้น เท่ากับสี่กอบมือ หนึ่งกอบมือ ก็คือปริมาณเต็มฝ่ามือทั้งสอง ที่ประสานกัน โดยเป็นฝ่ามือของผู้ชาย ขนาดกลางๆ (ไม่ใช่มือที่ใหญ่ หรือเล็กเกินไป) จากข้าวบาร์เล่ที่ดีหรืออื่นๆ (ฟะตาวา อัล-ลัจญ์นะฮฺ 9/371 หมายเลข 12572)

เวลาในการจ่ายซะกาตฟิฏรฺนั้น มีสองเวลา คือ

เวลาแรกคือ ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกดิน ในคืนวันอีด ถึงละหมาดวันอีด และเวลาที่ประเสริฐที่สุด คือระหว่างหลังละหมาดศุบหฺ ไปจนถึงก่อนละหมาดวันอีด

عَنْ ابْنِ عُمَرَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا قَالَ : فَرَضَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ زَكَاةَ الْفِطْرِ ..... الحديث، وفيه قال : وَأَمَرَ بِهَا أَنْ تُؤَدَّى قَبْلَ خُرُوجِ النَّاسِ إِلَى الصَّلَاةِ. [البخاري برقم 1503، ومسلم برقم 984]

รายงานจากท่านอิบนุ อุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า  ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กำหนดซะกาตฟิฏรฺ ... และให้หะดีษระบุว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สั่งใช้ให้จ่าย (มอบให้) ก่อนที่ผู้คนจะออกไปละหมาด (วันอีด)” (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์ 1/466  หมายเลข 1503   เศาะฮีหฺมุสลิม 2/677 หมายเลข  984)

เวลาที่สองคือ เวลาที่ใช้ได้ คือก่อนวันอีดหนึ่งถึงสองวัน ท่านอิบนุอุมัรฺได้จ่ายแก่ผู้ที่จะรับได้ และพวกเขาต่างก็จ่าย ก่อนวันอีด หนึ่งหรือสองวัน (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์ 1/468  หมายเลข  1511)

รายงานจากท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า  ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«فَمَنْ أَدَّاهَا قَبْلَ الصَّلاةِ فَهِيَ زَكَاةٌ مَقْبُولَةٌ، وَمَنْ أَدَّاهَا بَعْدَ الصَّلاةِ فَهِيَ صَدَقَةٌ مِنْ الصَّدَقَاتِ» [سنن أبي داود برقم 1609]

ความว่า และผู้ใดที่ทำการจ่าย ก่อนการละหมาด ก็ถือว่าเป็นการจ่ายซะกาต ที่ถูกตอบรับ และผู้ใดที่จ่ายหลังละหมาด มันจะเป็นทานบริจาค หนึ่งในบรรดาทานบริจาคต่างๆ (สุนันอบีดาวูด 2/111  หมายเลข  1609)

ท่านชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า หากเขาล่าช้า (ในการจ่ายซะกาต) จนถึงเวลาหลังละหมาดอีด (จึงจ่ายมันไป) ก็ถือเป็นการชดเชย การจ่ายมัน ถือว่าไม่พ้นภาระ แม้จะล่วงเวลาไปแล้วก็ตาม (หมายถึง แม้จะหมดเวลาแล้ว ก็ยังจำเป็นต้องจ่ายอยู่ดี) และเขาก็จะได้รับบาป เพราะการล่าช้านั้น

ซะกาตจะมอบให้แก่คนยากจน คนอนาถา เพราะมีรายงานจากท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า  มันเป็นอาหารสำหรับคนยากจน และอนุญาตที่จะให้ซะกาตของคนหลายคน หรือคนในครอบครัว แก่คนยากจนหนึ่งคน และอนุญาตเช่นกัน ที่จะแบ่งซะกาตของคนหนึ่งคน ให้แก่คนยากจนหลายๆ คนได้ หากมีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น

และไม่อนุญาตให้จ่ายซะกาตฟิฏรฺ เป็นเงิน เพราะหลักฐานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่กล่าวถึงอาหารประเภทต่างๆ โดยไม่ได้กล่าวถึงมูลค่า (หรือเงิน) ทั้งๆ ที่มันก็เป็นสิ่ง ที่มีการใช้อยู่ในสมัยนั้น หากมูลค่า หรือราคาสามารถแทนได้ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็จะต้องชี้แจงว่าได้ เพราะไม่อนุญาตให้ละเลยการชี้แจง เมื่อมันเป็นเวลาที่ความจำเป็นต้องชี้แจง และไม่มีรายงานว่า มีเศาะหาบะฮฺท่านใด ที่จ่ายซะกาตฟิฏรฺเป็นเงิน ทั้งๆ ที่มันเป็นสิ่งที่อยู่ ในความสามารถของพวกเขา ในยุคนั้น ที่จะทำเช่นนั้น และการจ่ายเป็นมูลค่าแทน จะทำให้เอกลักษณ์ อันยิ่งใหญ่นี้ หายไป และผู้คนก็จะไม่รู้ถึงบทบัญญัติของมัน

หลักเดิมถือว่า บุคคลต้องจ่ายซะกาต แก่คนในพื้นที่ ที่เขาอยู่ในวันอีด แต่อนุญาตให้ย้ายการจ่าย ยังเมืองอื่น ที่มีผู้ที่ยากจนกว่า (จำเป็นกว่า) นี่คือคำฟัตวาวินิจฉัย ของอัล-ลัจญ์นะฮฺ อัด-ดาอิมะฮฺ (สภาฟัตวาของประเทศซาอุดิอารเบีย) (ฟะตาวา อัล-ลัจญ์นะฮฺ 9/369 หมายเลข 6364)

ส่วนการมอบอำนาจให้ครอบครัว จ่ายแทนให้ ในเมืองอื่น ในขณะที่ตัวเอง อยู่อีกเมืองหนึ่ง กรณีนี้ไม่เข้าข่ายประเด็น ที่กล่าวมาสักครู่นี้ อย่างไรก็ตาม ถือว่าการกระทำดังกล่าว เป็นที่อนุญาต ให้ทำได้เช่นกัน

والحمد لله رب العالمين ، وصلّى الله وسلم على نبينا محمد وعلى آله وصحبه أجمعين.

แปลโดย :อิสมาน จารง

islamhouse.com

Custom Search

 

หน้าหลัก

20 / 01 / 56

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม