Custom Search

อัลฮัมดุลิลลาฮ์

ฉะนั้น แท้จริงหลังจากความยากลำบาก ก็จะมีความง่ายดาย  แท้จริงหลังจากความยากลำบาก ก็จะมีความง่ายดาย”   (Al-Quran 94:5-6)

อัลฮัมดุลิลลาฮ์  มุสลิมมีนเป็นห่วงยุซรอ เพราะรู้ว่าผู้ที่เปลี่ยนศาสนานั้น จะประสบปัญหา กับทางครอบครัว และสังคมรอบข้าง เสมอ มุสลิมมีนแนะนำว่า ให้อ่านอัลกุรอาน และละหมาด (อ่านอัลกุรอาน และละหมาด คือเสาหลักของศาสนาอิสลาม) หาหนังสือศาสนาอ่านให้เยอะ ถ้ามีเรื่องเสียใจ ไม่สบายใจ ให้ละหมาดปรึกษาอัลลอฮ์   สำหรับความคิดในการเอาชนะนั้น ยุซรอคิดว่า คนที่ชนะคือยุซรอ เพราะสามารถเอาชนะตนเอง ชนะสิ่งเลวร้ายที่อยู่ในจิตใจ ชนะความคิดโง่ๆ ที่อยู่ในสมอง ด้วยทางนำจากอัลลอฮ์    แต่ยุซรอไม่รู้ว่า เจ้ามารร้ายชัยฏอน จะมีวิธีมาหลอกล่อ ให้กลับไปแพ้หรือไม่ เพราะฉะนั้นยุซรอต้องพึ่งพาอัลลอฮ์   และรำลึกถึงพระองค์ตลอดเวลา เพราะพระองค์อัลลอฮ์   เท่านั้น คือผู้ชนะที่แท้จริง

โอ้ลูกเอ๋ย เจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และจงใช้กันให้ทำความดี และจงห้ามปรามกัน ให้ละเว้นความชั่ว และจงอดทนต่อสิ่งที่ประสบกับเจ้า แท้จริงนั่นคือส่วนหนึ่ง จากกิจการที่หนักแน่น มั่นคง”  (Al-Quran 31:17)

มุสลิมมีน ไม่เคยพูดโน้มน้าว ถึงศาสนาอิสลาม มุสลิมมีนให้ยุซรอ ได้ศึกษาศาสนาด้วยตนเอง และเข้าใจด้วยตนเอง ไม่ใช่รับอิสลาม เพราะมีคนชักจูง อย่างที่หลายๆ คนกล่าวหา  คนทั่วไปมักคิดว่า ผู้ที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เพราะมีการโน้มน้าวจิตใจ บังคับฝืนใจ หลอกล่อด้วยเงินทอง ทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ หรือสาบาน จนต้องอยู่ในศาสนาอิสลาม และไม่กลับไปศาสนาเดิมจน ตาย จริงๆ แล้วศาสนาอิสลาม ไม่มีการบังคับให้นับถือ เพราะความเชื่อ และความศรัทธานั้น ไม่สามารถบังคับกันได้

ตอนนี้ยุซรอได้รู้แล้วว่า ทำไมพวกเขาถึงดีใจกันมากมายนัก เมื่อรู้ว่ายุซรอ เปลี่ยนศาสนา เพราะอย่างน้อย ยุซรอเป็นคนหนึ่ง ที่มีสิทธิ์ได้เข้าสวรรค์ของพระองค์  ผู้ศรัทธา และผู้ที่ตาย ในสภาพที่เป็นผู้ศรัทธาทั้งหมด จะได้เข้าสวรรค์แน่นอน อินชาอัลลอฮ์

“ไม่มีการบังคับใดๆ (ให้นับถือ) ในศาสนาอิสลาม แน่นอน ความถูกต้อง ได้เป็นที่กระจ่างแจ้งแล้ว จากความผิด ดังนั้น ผู้ใดปฏิเสธศรัทธา ต่ออัฏ-ฏอมูต (ชัยฎอน) และศรัทธาต่ออัลลอฮ์ แล้ว แน่นอนเขาได้ยึดห่วงอันมั่นคงไว้แล้ว โดยไม่มีการขาดใดๆ เกิดขึ้นแก่มัน และอัลลอฮ์ นั้น เป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้ ”  (Al-Quran 2:256)

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ยุซรอประทับใจมุสลิมมีน คือการบริจาค เพราะถ้ามุสลิมีนเห็นขอทานที่ไหน จะหาเหรียญในกระเป๋าเงิน และเดินไปให้ขอทาน แม้จะเดินเลยมาแล้วก็ตาม ไม่ใช่แค่เหรียญเดียว หรือสองเหรียญ ถ้าเป็นคนไทย ต้องบอกว่าเป็นกำมือ ก่อนที่มุสลิมีนจะกลับประเทศ มีเงินเหรียญไทย เหลืออยู่หลายร้อยบาท มุสลิมมีน ให้กับยุซรอ แล้วบอกว่า เมื่อเห็นขอทาน และคนพิการที่ไหน ให้เอาไปให้เขานะ ยุซรอเลยทำตามเจตนารมณ์

มุสลิมีนจะสุภาพ และให้เกียรติผู้หญิง แม้จะเคยชินกับการดูแลตนเอง และไม่ค่อยสนใจ กับการที่ผู้ชายจะให้เกียรติผู้หญิงหรือไม่ เพราะเราไม่ค่อยได้รับสิ่งนี้ จนเป็นเรื่องปกติ ทำให้มีความรู้สึกที่แตกต่าง ช่วงที่ยุซรอได้ไปประเทศมุสลิมมีน เห็นผู้ชายมุสลิมนั้น ให้เกียรติแก่ผู้หญิง ตลอดเวลา ยุซรอ “งง” มาก เพราะไม่เคยเจอแบบนี้ ในประเทศไทย ช่วงที่รอเปลี่ยนเครื่องบินที่ “อาบูดาบี ประเทศอิมิเรต” ผู้โดยสารจะเข้าแถว เพื่อรอขึ้นเครื่อง ยุซรอได้ต่อหลังผู้ชายมุสลิมประมาณ 2-3 คน พอพวกเขาหันมาเห็นว่า มีผู้หญิงยืนต่ออยู่ข้างหลัง เขาจะบอกให้ไปยืนข้างหน้า พอไปยืนข้างหน้า ถ้ามีผู้ชายที่เห็นว่า มีผู้หญิงยืนต่อท้าย ก็จะเขยิบถอยให้ผู้หญิง ไปยืนข้างหน้าอีก และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ในคัมภีร์อัลกุรอาน ที่สอนให้ผู้ชายให้เกียรติและเสียสละ ให้ผู้หญิง เพราะผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ

อัลกุรอานนี้ เป็นแสงสว่างแก่มวลมนุษย์ และเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และความเมตตา แก่หมู่ชนที่มีความเชื่อมั่น” (Al-Quran 45:20)

ก่อนที่จะเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามนั้น เคยบอกกับตัวเองว่า ฉันจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว ฉันจะต้องเข้มแข็ง คนที่ร้องไห้คือคนที่อ่อนแอ แต่แล้วกลับตรงกันข้าม ยุซรอร้องไห้มากกว่าเก่า ช่วงแรกนั้นจิตใจมักจะไขว้เขว ร้องไห้เพราะเสียใจที่ครอบครัวไม่เข้าใจ ไม่เปิดใจที่ยุซรอเข้ารับนับถือ ศาสนาอิสลาม  แต่ระยะหลังยังร้องไห้อยู่ โดยเฉพาะในเวลาละหมาด เพราะซาบซึ้งในความเมตตา กรุณาของพระองค์อัลลอฮ์   และท่านนะบีมุฮัมมัด    การร้องไห้นี้ กลับกลายเป็นสิ่งที่ชำระล้างหัวใจ ของยุซรอ พร้อมทั้งทำให้หัวใจแข็งแกร่งยิ่งขึ้น  ไม่วุ่นวายสับสน และกังวลเหมือนแต่ก่อน เมื่อใดก็ตามที่ได้อ่านชีวประวัติ ของท่านนะบีมุฮัมมัด   น้ำตาจะไหลลงมาที่แก้มเสมอ แม้จะเป็นเรื่องที่เคยอ่านมาแล้ว หลายครั้งก็ตาม

“สองดวงตาที่ไฟนรกจะไม่แตะต้องเลย คือดวงตาที่ร้องไห้ เพราะความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ และดวงตาที่เฝ้าคอยปฏิบัติ ในหนทางของอัลลอฮ์” (บันทึกโดย : ติรมิซีย์) 

ยุซรอมีความสุข ความสงบมากขึ้น กับศาสนาอิสลาม ที่เพิ่งจะค้นพบ เหมือนเป็นการค้นพบ สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต เป็นสิ่งที่เราโหยหามานานแสนนาน แต่ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหน ซึ่งศาสนาของพระองค์นั้น มีค่ามากกว่าสิ่งที่อยู่ในโลก อันหลอกลวงใบนี้

พึงทราบเถิดว่า แท้จริงการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ มิใช่อื่นใด เว้นแต่เป็นการละเล่น และการสนุกสนานร่าเริง และเครื่องประดับและความโอ้อวด ระหว่างพวกเจ้า และการแข่งขันกันสะสม ในทรัพย์สินและลูกหลาน เปรียบเสมือนเช่นน้ำฝน ที่การงอกเงยพืชผล ยังความพอใจให้แก่กสิกร แล้วมันก็เหี่ยวแห้ง เจ้าจะเห็นมันเป็นสีเหลือง แล้วมันก็กลายเป็นเศษ เป็นชิ้นแห้ง ส่วนในวันปรโลกนั้น มีการลงโทษอย่างสาหัส และมีการอภัยโทษ และความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ และการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ มิใช่อื่นใด นอกจากการแสวงหาผลประโยชน์ แห่งการหลอกลวงเท่านั้น”(Al-Quran 57:20)

ยุซรออยากตะโกนร้องบอกทุกคน ถึงคุณค่าของสิ่งที่ตนเองค้นพบ อยากให้ผู้อื่นได้พบเห็น ทางแห่งแสงสว่าง อย่างที่ยุซรอได้เห็น ให้เขามีโอกาส ที่จะใกล้ชิดพระองค์อัลลอฮ์   ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงกรุณาปราณีเสมอ อย่างที่ยุซรอได้ใกล้ชิด ให้เขารับรู้ถึงคุณค่า ของสิ่งที่พระองค์ทรงประทานมาให้ เป็นทางดำเนินให้กับชีวิตมนุษย์ในโลกนี้ นั่นคือคัมภีร์อัลกุรอาน  ยุซรอได้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน  รอบที่สามแล้ว เพราะเวลาที่ได้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ยิ่งทำให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น และไม่ไขว้เขว ไปตามแนวทางของชัยฏอน ที่ชั่วร้าย

คัมภีร์ (อัลกุรอาน) เราได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า ซึ่งความจำเริญ เพื่อพวกเขาจะได้พินิจ พิจารณาอายะต่างๆ ของอัลกุรอาน และเพื่อปวงผู้มีสติปัญญา จะได้ใคร่ครวญ"(Al-Quran 38:29)

ตอนนี้ยุซรอมีความสุขใจ ความปลาบปลื้มหัวใจ ที่เป็นผู้ถูกเลือก และได้รับการชี้ทางนำ จากพระองค์  สำหรับพี่น้องมุสลิมทั้งหลาย คงมีความสุขแบบเดียวกับยุซรอ ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง และต่อสู้กับชัยฏอนต่อไป เพื่อจะได้เข้าสวรรค์ไปด้วยกัน (อินชาอัลลอฮ์) เมื่อใดที่จุดหมายปลายทางของชีวิต อยู่ที่สวนสวรรค์ การตั้งเจตนาและการกระทำที่ดี เป็นไปเพื่ออัลลอฮ์    พระองค์จะนำไปสู่ทางที่เที่ยงตรง อัลลอฮ์   จะช่วยเหลือและปกป้องคุ้มครอง บ่าวของพระองค์ตลอดเวลา

และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงชี้นำทาง ดังนั้น ก็ไม่มีผู้ใด ที่จะทำให้เขาหลงทางได้ อัลลอฮ์มิใช่เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ตอบโต้อย่างเด็ดขาด ดอกหรือ”  (Al-Quran 39:37)

แล้วพระองค์ก็ทำทุกอย่าง ให้เป็นเรื่องง่าย แม่ของยุซรอถึงแม้ไม่ค่อยที่จะยอมรับนัก แต่ก็ไม่ต่อต้าน ทางพี่และน้อง แม้ไม่ยอมที่จะรับฟังเรื่องใดๆ ของศาสนาอิสลาม แต่พวกเขาทำทุกอย่าง ให้เป็นปกติ และยอมรับว่า เราได้ศรัทธาในศาสนาอิสลาม และพวกเขาไม่สามารถดึงกลับ ไปศาสนาเดิมได้อีก ต่อไปแล้ว  ยุซรอเรียกร้องให้พวกเขาศึกษาศาสนาอิสลาม และหวังว่าสักวันครอบครัวของยุซรอ จะเข้ารับศาสนาอิสลาม เพราะพวกเขาจะได้รับรู้ความจริง และจะยอมรับในสัจธรรม เพราะทุกคนต้องกลับไปหาพระองค์อัลลอฮ์  

ดังนั้น เพื่อการนี้แหละ เจ้าจงเรียกร้องเชิญชวน และดำรงมั่นอยู่ในแนวทางที่เที่ยงธรรม ดังที่เจ้าได้รับบัญชา และอย่าได้ปฏิบัติตาม อารมณ์ต่ำของพวกเขา และจงกล่าวว่า ฉันได้ศรัทธาสิ่งที่มีอยู่ในคัมภีร์ ตามที่อัลลอฮฺทรงประทานลงมา และฉันได้รับบัญชา ให้ตัดสินระหว่างพวกท่าน ด้วยความเที่ยงธรรม อัลลอฮ์คือพระเจ้าของฉัน และพระเจ้าของพวกท่าน (การตอบแทน) การงานของฉัน ก็ได้แก่ฉัน (การตอบแทน) การงานของพวกท่าน ก็จะได้แก่พวกท่าน ไม่มีการโต้แย้งใดๆ ระหว่างพวกเรากับพวกท่าน อัลลอฮ์จะทรงรวบรวมพวกเราทั้งหมด และยังพระองค์คือการกลับไป”  (Al-Quran 42:15)

เมื่อพระองค์ทรงรับรู้ ถึงการมีเจตนาที่ดีของยุซรอ พระองค์ให้กับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ ยุซรอสนับสนุนให้คนไทย ทำธุรกิจการค้ากับชาติมุสลิม ให้คนไทยส่งออกสินค้า ไปประเทศของมุสลิม ยุซรอรู้ว่า ความคิดของไทยพุทธกับมุสลิม มักไม่ตรงกัน จึงพยายามให้คนไทย ได้ทำธุรกิจกับมุสลิม แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับแนวความคิด ของบริษัทคนไทยพุทธ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลง และต้องศึกษาแนวคิด ของมุสลิม เพราะพี่น้องมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลาม เขาไม่โง่นะจะบอกให้ และได้ให้คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ ได้ไปทำงานที่ประเทศมุสลิม โดยไม่เสียค่านายหน้า แม้แต่บาทเดียว 

ชนเหล่านั้น พวกเขารีบเร่งประกอบความดีทั้งหลาย และพวกเขาเป็นผู้เหมาะสม สมควรเป็นผู้รุดหน้าไปก่อน” (Al-Quran 23:61)

แม้มันจะเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจ ที่มีมูลค่ามหาศาลในประเทศไทย แต่มันคือความภูมิใจ และนี่คือการทำงาน เพื่อผืนแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นผืนแผ่นดินเกิด อันเป็นที่รัก ถึงแม้ยุซรออาจไม่ได้ตาย ที่ผืนแผ่นดินนี้ เพราะตอนนี้หัวใจของยุซรอ มอบความรักทั้งหมด ให้แก่พระองค์อัลลอฮ์   และท่านนะบีมุฮัมมัด   ยุซรอรักในศาสนาอิสลามมากเหลือเกิน จนทุกครั้งที่วิงวอนขอดูอาร์ จะบอกกับพระองค์เสมอว่า ขอให้ยุซรอได้ตายในผืนแผ่นดิน ที่มีบ้านของพระองค์ และเป็นแผ่นดินเกิด ของท่าน นะบีมุฮัมมัด   เพราะเมื่อถึงวันที่พระองค์ให้ฟื้นคืนชีพนั้น ยุซรออยากที่จะอยู่แถวหน้า เพื่อจะได้เห็นพระองค์ และท่านนะบีมุฮัมมัด    ยุซรอจะเร่งแข่งขันในการทำความดี เพื่อให้ได้อยู่ในกลุ่มชน ที่จะได้เข้าสวรรค์ อินชาอัลลอฮ์ แม้จะเพิ่งเข้ามารับศาสนาอิสลาม ได้ไม่นานก็ตาม

 “ดังนั้น ผู้ใดตราชูของเขาหนัก ชนเหล่านั้น พวกเขาเป็นผู้ประสบชัยชนะ" (Al-Quran 23: 102)

เมื่อใดที่อัลลอฮ์รักผู้หนึ่งผู้ใดแล้ว พระองค์จะตรัสกับญิบรีลว่า ฉันได้รักคนผู้นี้แล้ว ดังนั้น เจ้าจงรักเขาด้วย ญิบรีลก็จะรักเขาผู้นั้น แล้วญิบรีลก็จะป่าวประกาศ แก่มลาอิกะฮ์ทั้งหลายบนฟ้าว่า แท้จริงอัลลอฮ์ได้รักคนผู้นี้ ดังนั้น พวกเจ้าก็จงรักเขาด้วย มลาอิกะฮ์ทั้งหมด ก็จะรักเขา แล้วอัลลอฮ์ก็จะทรงกำหนด การตอบรับจากชาวโลก ให้แก่เขา” (บันทึกโดย บุคอรีย์ และมุสลิม)

ย้อนกลับ  ถัดไป

หน้าหลัก

ตุลาคม 22, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม