Custom Search

ความเป็นจริงของการเกิดศาสนา

พระองค์คือผู้ทรงเกิดพวกเจ้า จากดิน แล้วได้ทรงกำหนดเวลา แห่งความตายไว้ และกำหนดที่ถูกระบุไว้ อีกกำหนดหนึ่งนั้น อยู่ที่พระองค์ แต่แล้วพวกเจ้าก็ยังสงสัยกันอยู่ ” (Al-Quran 6:2)

ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ศาสนาที่ให้ความเคารพภักดี ต่อพระเจ้าองค์เดียว ได้เกิดขึ้นก่อนทุกศาสนา ในโลกนี้ ผู้คนจะเข้าใจว่า ศาสนาอิสลาม เกิดมาหลังจากศาสนาอื่น โดยการตัดสิน จากจำนวนปีของอิสลาม ที่ตั้งขึ้น พระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก และสร้างมนุษย์คนแรก คือท่านนะบีอาดัม อะลัยฮิสลาม ถูกสร้างขึ้นมาจากดิน ไม่ทราบว่าผ่านมา กี่หมื่น กี่แสน กี่ล้านปี ล่วงเลยมาแล้ว อัลลอฮ์เท่านั้นที่รู้

พระองค์คือผู้ที่ได้สร้าง สิ่งทั้งมวลในโลก ไว้สำหรับพวกเจ้า ภายหลังได้ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า แล้วได้ทำให้มันสมบูรณ์ขึ้น เป็นเจ็ดชั้นฟ้า และพระองค์นั้นทรงรอบรู้ ในทุกสิ่งทุกอย่าง ” (Al-Quran 2:29)

“ จงรำลึกถึง ขณะที่เราได้กล่าวแก่มลาอิกะฮ์ว่า พวกเจ้าจงสุญูด แก่อาดัมเถิด แล้วพวกเขาก็สุญูดกัน นอกจากอิบลีส โดยที่มันไม่ยอมสุญูด และแสดงโอหัง และมันจึงได้กลายเป็น ผู้สิ้นสภาพแห่งการศรัทธา (กาฟิรฺ) ”  (Al-Quran  2:34 )

หลังจากท่านนะบีอาดัม อะลัยฮิสลาม  อัลลอฮ์    ทรงส่งนะบี มาอีกหลายท่าน เพื่อตักเตือน และเรียกร้องมนุษย์ สู่สัจธรรม มนุษย์ได้ถูกมารร้ายชัยฏอน หลอกลวงให้เคารพสักการะสิ่งอื่น และสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อตั้งภาคีขึ้นมา เทียบเคียงกับพระองค์

ภายหลังชัยฏอน ได้ทำให้ทั้งสอง (อาดัมและภรรยา) นั้น พลาดพลั้งไป เนื่องจากต้นไม้ต้นนั้น แล้วได้ทำให้ทั้งสอง ออกจากที่ที่เคยพำนักอยู่ และเราได้กล่าวว่า พวกเจ้าจงออกไป โดยที่บางส่วนของพวกเจ้า ต่างเป็นศัตรูต่อกัน และ (สำหรับพวกเจ้า ในผืนแผ่นดินนั้น) มีที่พำนัก และมีสิ่งอำนวยประโยชน์ จนถึงระยะเวลาหนึ่ง ” (Al-Quran 2:36)

พระองค์ทรงมีกำหนด ของวันสิ้นโลก (วันกิยามะฮ์) หรือวันที่มนุษย์ทุกคน ไม่ว่ากี่ศตวรรษที่ตายไป จะถูกทำให้ฟื้นขึ้น เพื่อรับการไต่สวน ด้วยความดี และความชั่ว ที่แต่ละคนได้ทำเอาไว้ ไม่มีสิ่งไหนรอดพ้นไปได้ แม้เพียงเท่าผงธุลี  และผู้ที่ล่อลวง ให้มนุษย์ทำความชั่ว หลงงมงายกับสิ่งต่างๆ คือ ชัยฏอน เพราะมันต้องการเพื่อน ที่จะลงนรกญะฮันนัม ไปด้วยกัน

และบรรดาผู้ที่ปฎิเสธศรัทธา และไม่เชื่อโองการของเรานั้น ชนเหล่านี้ คือชาวนรก โดยที่พวกเขาเหล่านี้ จะอยู่ในนรกตลอดกาล ” (Al-Quran 2:39)

อิบรอฮิมไม่เคยเป็นยิว และไม่เคยเป็นคริสต์ แต่ทว่าเขาเป็นผู้หันออก จากความเท็จ สู่ความจริง เป็นผู้น้อมตาม และเขาก็ไม่เคยอยู่ ในหมู่ผู้ให้มีภาคีขึ้น (แก่อัลลอฮ์) ”(Al-Quran 3:67)

ท่านนะบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม เป็นผู้ที่บูรณะอัลกะอ์บะ บ้านของอัลลอฮ์   ตั้งอยู่ที่เมืองมักกะฮ์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ถ้าคำนวณเฉพาะเวลา ของท่านนะบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ที่เผยแพร่ศาสนา ให้เคารพอัลลอฮ์    เพียงพระองค์เดียวแล้วนั้น ศาสนาอิสลามจะมีอายุประมาณ 4,000 กว่าปีมาแล้ว เพราะท่าน นะบีมุฮัมมัด   ได้ดำเนินตามแนวทาง ของท่านนะบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม

ใครเล่าที่จะไม่พึงปรารถนา ในแนวทางของอิบรอฮีม นอกจากผู้ที่ทำให้ตัวเอง โฉดเขลาเท่านั้น และแท้จริงนั้น เราได้คัดเลือกเขา (ให้เป็นนะบี และเราะซูล) ในโลกนี้ และแท้จริงในปรโลกนั้น เขาจะอยู่ในหมู่คนดี อย่างแน่นอน”    (Al-Quran 2:130)

…..แท้จริงอัลลอฮ์ได้เลือกศาสนา ให้แก่พวกเจ้าแล้ว ดังนั้น พวกเจ้าจงอย่ายอมตายเป็นอันขาด นอกจากในขณะที่พวกเจ้า เป็นผู้สวามิภักดิ์ (ต่ออัลลอฮ์) เท่านั้น” (Al-Quran 2:132)

ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ โปรดส่งเราะซูลคนหนึ่งคนใด จากพวกเขาเอง ในหมู่พวกเขา ซึ่งเขาจะได้อ่านบรรดาโองการของพระองค์ ให้พวกเขาฟัง และจะได้สอนคัมภีร์ และความมุ่งหมาย แห่งบทบัญญัติ ให้พวกเขาทราบ และซักฟอกพวกเขาให้สะอาด แท้จริงพระองค์ทรงไว้   ซึ่งเดชานุภาพ และปรีชาญาณ” (Al-Quran 2:129)

นี่เป็นคำขอ ของท่านนะบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ต่ออัลลอฮ์  ที่ได้บอกกล่าวไว้ล่วงหน้าว่า จะมีศาสนทูต ที่มาจากกลุ่มชนชาวอาหรับ เพื่อมาสอนคัมภีร์และความมุ่งหมาย แห่งบทบัญญัติของพระองค์ แต่ก็ยังมีผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งๆ ที่พวกเขารู้ๆ กันอยู่

ทำไมศาสนาอิสลาม จึงเชื่อใน เยซู (นะบีอีซา) ศาสดาในศาสนาคริสต์ และโมเสส (นะบีมูซา) ศาสดาในศาสนายิว พวกเขาเกี่ยวข้องอะไรกันหรือ?

“และ พวกเขากล่าวว่า จะไม่มีใครเข้าสวรรค์เลย นอกจากผู้ที่เป็นยิว หรือเป็นคริสเตียนเท่านั้น นั่นคือความเพ้อฝัน ของพวกเขา จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า พวกท่านจงนำหลักฐาน ของพวกท่านมา ถ้าพวกท่านเป็นผู้พูดจริง”       (Al-Quran 2:111)

ศาสดาในศาสนาคริสต์ และยิว เป็นนะบีที่อัลลอฮ์    ได้ส่งมา เพื่อให้ประกาศการเคารพภักดี ต่อพระองค์เพียงผู้เดียว เท่านั้น แต่ทั้งสองศาสนานั้น มีกลุ่มชนหนึ่ง ที่ทำการบิดเบือนคัมภีร์ ของพระองค์อัลลอฮ์     ไม่ยอมรับในศาสนาอิสลามทั้งๆ ที่ท่านนะบีมุฮัมมัด    ถูกระบุอยู่ในคัมภีร์ ของทั้งสองศาสนา  การแก้ไขแต่งเติมคัมภีร์นั้น เพื่อมุ่งเน้นผลประโยชน์ ของคนกลุ่มหนึ่ง แต่นั่นส่งผลถึงกลุ่มชน ในศาสนาของพวกเขา การสอนถึงหลักธรรม ความศรัทธาและความเชื่อที่ผิดๆ ทำให้การปฏิบัติตน ที่ไร้ศีลธรรมมีมากขึ้น และพวกเขาจะเป็นเพื่อนของชัยฏอน ในนรก อย่างแน่นอน

“ แท้จริงจากหมู่เขาพวกนั้น มีกลุ่มหนึ่งบิดลิ้นของพวกเขา ในการอ่านคัมภีร์ ทั้งๆ ที่ มันมิได้มาจากคัมภีร์ และพวกเขากล่าวว่า มันมาจากที่อัลลอฮ์ ทั้งๆ ที่มันมิใช่มาจากอัลลอฮ์ และพวกเขากล่าวว่า ความเท็จให้แก่อัลลอฮ์ ทั้งๆ ที่พวกเขาก็รู้กันดีอยู่ ”  (Al-Quran 3:78)

ประเทศมหาอำนาจ ที่ดูภายนอกนั้น สวยหรู แท้จริงแล้วภายในประเทศ มีปัญหาต่างๆ มากมาย จนไม่สามารถแก้ปัญหาได้ การบิดเบือน ทำให้คนที่มีสติปัญญาบางกลุ่ม หันกลับมาคิดทบทวน และแสวงหาความจริง แต่ยังมีบางกลุ่มชน ได้ปฏิบัติตนเยี่ยงผู้ไร้ศาสนา และมักจะบอกว่า พวกเขาไม่นับถือพระเจ้า ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาอยู่ในศาสนาของชัยฏอน ผู้ไร้ศรัทธาเหล่านั้น ทำการฆาตกรรม ลักทรัพย์ ข่มขืนผู้หญิง ปัญหาโสเภณี ยาเสพติด และการพกพาอาวุธปืน โดยถูกกฎหมาย ทำให้มีการฆาตกรรม โดยไร้สาเหตุ ผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ต้องตาย แต่สิ่งเหล่านี้ ไม่เคยออกข่าวให้ประเทศอื่นๆ ได้รับรู้อย่างเปิดเผยทั้งหมด พวกเขากำลังตาบอด กับความเจริญทางวัตถุ หลงงมงายกับภาพลักษณ์ ความหรูหรา ความฟุ้งเฟ้อ เย่อหยิ่ง จองหอง และคนรวย จะอยู่ในเฉพาะคนกลุ่มหนึ่ง ที่มีเชื้อสายยิว ที่อพยพไปอยู่ในประเทศนั้น นั่นเอง

ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าได้ยึดเอาชาวยิวและชาวคริสต์ เป็นมิตร บางส่วนของพวกเขานั้น คือมิตรของอีกบางส่วน และผู้ใดในหมู่พวกเจ้า เอาพวกเขามาเป็นมิตรแล้วไซร้ แน่นอนผู้นั้น ก็เป็นหนึ่งในพวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้น จะไม่แนะนำกลุ่มชนที่อธรรม ”   (Al-Quran 5:51)

แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮ์เป็นผู้ที่สาม ของสามองค์ นั้น ได้ตกเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่ควรได้รับการเคารพสักการะ นอกจากผู้ที่ควรเคารพสักการะ องค์เดียวเท่านั้น และหากพวกเขามิหยุดยั้ง จากสิ่งที่พวกเขากล่าว แน่นอนบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา ในหมู่พวกเขานั้น จะต้องประสบการลงโทษ อันเจ็บแสบ” (Al-Quran 5:73)

สงครามที่เกิดขึ้นนั้น คือทหารของชาวคริสต์ ที่โง่เขลาทั้งหลาย กำลังไปตายในสนามรบ เพื่อปกป้องชาวยิว ชนกลุ่มเล็กที่นึกว่า ตนเองดีเลิศ เหนือมนุษย์ผู้อื่น ชาวยิวที่โดนพระเจ้ากำหนด ให้มีผู้ที่มาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเขา หลายครั้ง หลายครา เพราะการกระทำที่ไม่เคยสำนึก ของพวกเขา การกดขี่ข่มเหงเพื่อนมนุษย์ การดูถูกผู้หญิงที่เป็นเพศแม่ ระบบดอกเบี้ยมหาโหดทั้งหลายนี้ มีต้นกำเนิดมาจากชาวยิว แม้แต่ในปัจจุบัน พวกเขาก็ยังก่อกรรมข่มเหง และฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างมากมาย

และ เราได้แจ้งแก่วงศ์วานของอิสรออีล ในคัมภีร์ว่า พวกเจ้าจะก่อการเสียหาย ในแผ่นดิน สองครั้ง และแน่นอนพวกเจ้า จะโอหังยโสยิ่ง” (Al-Quran 17:4)
         

ย้อนกลับ  ถัดไป

หน้าหลัก

ตุลาคม 21, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม