Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

การละหมาดยามค่ำคืนในเดือนเราะมะฎอน

เชค มุหัมมัด บิน ศอลิหฺ อัล-อุษัยมีน

الحمدُ لله الَّذِي أعانَ بفضلِهِ الأقدامَ السَّالِكة، وأنقذ برحمته النُّفوسَ الهالِكة، ويسَّر منْ شاء لليسرى فرغِبَ في الآخِرة، أحمدُه على الأمور اللَّذيذةِ والشَّائكة، وأشهد أن لا إِله إلاَّ الله وَحدَهُ لا شريكَ له ذو الْعزَّةِ والْقهرِ فكلُّ النفوسِ له ذليلةُ عانِيَة، وأشهد أنَّ محمداً عبدُهُ ورسولُه القائمُ بأمر ربِّه سِراً وعلاَنِية، صلَّى الله عليه وعلى صاحبه أبي بكْرٍ الَّذِي تُحَرِّضُ عَلَيْه الْفرقَة الآفِكة، وعَلَى عُمَرَ الَّذِي كانَتْ نَفْسُه لنفسه مالِكَة، وعَلَى عُثمانَ مُنْفِقِ الأمْوال المتكاثرة، وعَلَى عَليِّ مُفرِّقِ الأبطالِ في الجُموع المُتكاثفَة، وَعَلَى بَقيَّةِ الصَّحابة والتابعين لهم بإحسانٍ ما قَرعتِ الأقدام السالِكَة، وسلَّم تسليماً.

พี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย พึงทราบเถิด ว่าอัลลอฮฺได้ทรงบัญญัติอิบาดะฮฺประเภทต่างๆ แก่ปวงบ่าวของพระองค์ และทรงให้การปฏิบัติอิบาดะฮฺ มีรูปแบบที่หลากหลาย แตกต่างกันไป ทั้งนี้ เพื่อที่ผู้ปฏิบัต ิจะได้ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย จนเป็นผลให้เขา ละทิ้งการงานที่ดีเหล่านั้น และต้องเผชิญกับความขาดทุน และความผิดหวังอย่างใหญ่หลวง ดังนั้น พระองค์จึงได้ทรงบัญญัติ สิ่งที่เป็น "ฟัรฎู" อันเป็นบทบัญญัติภาคบังคับ ที่ทุกคนจำเป็นต้องกระทำ และไม่อนุญาตให้ละทิ้ง หรือละเว้นโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ก็ยังทรงบัญญัติสิ่งที่เป็น "สุนัต" ซึ่งสามารถเลือกปฏิบัติได้ ตามความสามารถ เพื่อเพิ่มพูนผลบุญ และการเข้าหาพระองค์อัลลอฮฺ

และหนึ่งในบทบัญญัต ิที่พระองค์ทรงสั่งใช้ คือการละหมาดห้าเวลา ในหนึ่งวันกับหนึ่งคืน ซึ่งการละหมาดห้าเวลานี้ ผู้ปฏิบัติจะได้รับผลบุญ เท่ากับการละหมาดห้าสิบเวลา นอกจากนั้น ก็ได้ทรงบัญญัติ ละหมาดสุนัตต่างๆ เพื่อให้การละหมาดฟัรฎูของเรานั้น สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และยังเป็นการเพิ่มพูนผลบุญความดี ตัวอย่างละหมาดสุนัตที่ว่านี้ ก็เช่น การละหมาดสุนัตก่อน และหลังละหมาดฟัรฎูห้าเวลา คือสองร็อกอัตก่อนละหมาดศุบหฺ สี่ร็อกอัตก่อน และสองร็อกอัตหลัง ละหมาดซุฮรฺ สองร็อกอัตหลังละหมาดมัฆริบ และสองร็อกอัตหลังละหมาดอิชาอ์ นอกจากนี้ ก็ยังมีละหมาดสุนัตในยามค่ำคืน ซึ่งพระองค์อัลลอฮฺ ทรงกล่าวสรรเสริญ ชื่นชม ผู้ที่ปฏิบัติละหมาดดังกล่าวว่า:

﴿ وَٱلَّذِينَ يَبِيتُونَ لِرَبِّهِمۡ سُجَّدٗا وَقِيَٰمٗا ٦٤ ﴾ [الفرقان: ٦٤]

ความว่า “และบรรดาผู้ใช้เวลากลางคืน ทำการสุญูด และยืน (ละหมาด) เพื่อพระเจ้าของพวกเขา” (อัล-ฟุรกอน: 64)

และตรัสอีกว่า:

﴿ تَتَجَافَىٰ جُنُوبُهُمۡ عَنِ ٱلۡمَضَاجِعِ يَدۡعُونَ رَبَّهُمۡ خَوۡفٗا وَطَمَعٗا وَمِمَّا رَزَقۡنَٰهُمۡ يُنفِقُونَ ١٦ فَلَا تَعۡلَمُ نَفۡسٞ مَّآ أُخۡفِيَ لَهُم مِّن قُرَّةِ أَعۡيُنٖ جَزَآءَۢ بِمَا كَانُواْ يَعۡمَلُونَ ١٧ ﴾ [السجدة : ١٦-١٧] 

ความว่า: “สีข้างของพวกเขา เคลื่อนห่างจากที่นอน พลางวิงวอนต่อพระเจ้าของพวกเขา ด้วยความกลัว และความหวัง และพวกเขาบริจาค สิ่งที่เราได้ให้เป็นเครื่องยังชีพ แก่พวกเขา ดังนั้น ไม่มีชีวิตใด รู้สิ่งที่ถูกซ่อนไว้ สำหรับพวกเขา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตา เป็นการตอบแทน ในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้” (อัส-สัจญ์ดะฮฺ: 16-17)

และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

«أفْضَلُ الصَّلاةِ بَعْدَ الفَريْضَةِ صَلاةُ اللَيْلِ» [رواه مسلم]

ความว่า: “การละหมาดที่ประเสริฐที่สุด รองจากละหมาดฟัรฎ ูคือการละหมาดในยามค่ำคืน” (บันทึกโดยมุสลิม)

และท่านได้กล่าวอีกว่า:

«أَيُّهَا النَّاسُ، أَفْشُوا السَّلامَ، وَأَطْعِمُوا الطَّعَامَ، وَصِلُوا الأَرْحَامَ، وَصَلُّوا بِاللَّيْلِ وَالنَّاسُ نِيَامٌ، تَدْخُلُوا الْجَنَّةَ بِسَلامٍ» [رواه الترمذي، وقال حديث حسن صحيح]

ความว่า: “โอ้ประชาชาติทั้งหลาย พวกท่านจงกล่าวสลามแก่กัน จงบริจาคอาหาร จงติดต่อเชื่อมสัมพันธ์เครือญาติ และจงละหมาดในยามค่ำคืน ขณะที่ผู้คนต่างหลับใหล แล้วพวกท่านจะได้เข้าสวรรค์ ด้วยความปลอดภัย” (บันทึกโดยอัต-ติรมิซียฺ โดยท่านระบุ ว่าเป็นหะดีษหะสันเศาะฮีหฺ)

ส่วนหนึ่งของการละหมาด ในยามค่ำคืนคือ ละหมาดวิตรฺ ซึ่งส่งเสริมให้ปฏิบัติอย่างน้อยที่สุด หนึ่งร็อกอัต และมากที่สุด สิบเอ็ดร็อกอัต

  1. โดยการละหมาดวิตรฺจำนวนหนึ่งร็อกอัตนั้น มีหลักฐานเป็นคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า:

«مَنْ أَحَبَّ أَنْ يُوتِر بِوَاحِدَةٍ فَلْيَفْعَلْ» [رواه أبو داود والنسائي]

ความว่า: “ผู้ใดประสงค์จะละหมาดวิตรฺ หนึ่งร็อกอัต ก็จงปฏิบัติเถิด” (บันทึกโดยอบู ดาวูด และอัน-นะสาอียฺ)

ส่วนการละหมาดวิตรฺ สามร็อกอัตนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

«مَنْ أَحَبَّ أَنْ يُوتِرَ بِثَلاثٍ فَلْيَفْعَلْ» [رواه أبو داود والنسائي]

ความว่า: “ผู้ใดประสงค์จะละหมาดวิตรฺ สามร็อกอัต ก็จงปฏิบัติเถิด” (รายงานโดยอบู ดาวูด และอัน-นะสาอียฺ)

ซึ่งหากผู้ใดต้องการ ที่จะละหมาดวิตรฺ สามร็อกอัตรวดเดียวด้วยหนึ่งสลาม ก็สามารถกระทำได้ ดังรายงานซึ่งบันทึกโดยอัฏ-เฏาะหาวีย์ ว่าท่านอุมัรฺ บิน ค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เคยละหมาดวิตรฺสามร็อกอัต ด้วยสลามเพียงครั้งเดียวในร็อกอัตสุดท้าย

หรืออาจให้สลามหลังจากเสร็จสิ้นร็อกอัตที่สอง แล้วลุกขึ้นละหมาดร็อกอัตที่สามต่อก็ได้ ดังรายงานซึ่งบันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ระบุว่าท่านอับดุลลอฮฺ บิน อุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้ให้สลามคั่นระหว่างสองร็อกอัต กับอีกหนึ่งร็อกอัตที่เหลือ ในละหมาดวิตรฺ

3. หรือจะละหมาดวิตรฺ ห้าร็อกอัต โดยให้สลามเพียงหนึ่งครั้ง ในตอนท้ายสุดก็ได้ ดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

«مَنْ أَحَبَّ أَنْ يُوتِر بِخَمْسٍ فَلْيَفْعَلْ» [رواه أبو داود والنسائي]

ความว่า “ผู้ใดประสงค์จะละหมาดวิตรฺ ห้าร็อกอัต ก็จงปฏิบัติเถิด” (รายงานโดยอบู ดาวูด และอัน-นะสาอียฺ)

และมีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า:

«كَانَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم يُصَلِّي مِنَ الَليْلِ ثَلاثَ عَشْرَةَ ركعةً، يُوْتِرُ مِنْ ذلك بِخَمْسٍ لا يَجْلِسُ فِي شَيءٍ مِنْهُنَّ إِلا فِيْ آخِرِهنَّ»

ความว่า “ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยละหมาดในตอนกลางคืน จำนวนสิบสามร็อกอัต ซึ่งท่านได้ละหมาดวิตรฺ ห้าร็อกอัต โดยที่ท่านมิได้นั่ง (ตะชะฮุด) เลย นอกจากในร็อกอัตสุดท้าย

ถัดไป

หน้าหลัก

ตุลาคม 16, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม