Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ความประเสริฐของการไปละหมาดแต่เนิ่นๆ

การสรรเสริญทั้งมวล เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ความเมตตาจำเริญ และความศานติ จงมีแด่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม รวมถึงบรรดาวงศาคณาญาติ และบรรดาอัครสาวกของท่าน ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด ที่ควรได้รับการเคารพภักดี นอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว โดยไม่มีภาคีหุ้นส่วนอันใด สำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่า ท่านนบีมุหัมมัดคือบ่าว และศาสนทูตของพระองค์ ความโปรดปราน และความเอ็นดูเมตตาของอัลลอฮฺ ที่มีต่อปวงบ่าวของพระองค์ อีกประการหนึ่ง คือ การที่พระองค์ได้ให้พวกเขา มีความสะดวกง่ายดาย ในการเชื่อฟัง ปฏิบัติตาม และการเคารพภักดี เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา และส่วนหนึ่งจากการเคารพภักดี การใกล้ชิดต่อพระองค์คือ การไปร่วมละหมาดห้าเวลา ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยที่พระองค์ ได้ให้การปฏิบัติละหมาด เพียงห้าเวลา แต่จะได้รับภาคผลบุญมาก เท่ากับละหมาดห้าสิบเวลา

การไปร่วมละหมาดห้าเวลา ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นภารกิจที่สำคัญ ซึ่งบรรดาผู้ละหมาดส่วนใหญ่ ในยุคสมัยปัจจุบัน หลงลืม ไม่ค่อยมารอละหมาด ส่วนมากแล้วจะมาในช่วงอิกอมะฮฺ หรือหลังจากที่การละหมาด ได้เริ่มไปแล้ว บรรดาบรรพชน ผู้เคร่งครัดในครรลองแห่งอิสลาม (สะละฟุศศอลิห์) เป็นกลุ่มบุคคลต้นแบบ และพวกเขาได้ตระหนัก ถึงการไปร่วมละหมาด ตั้งแต่ช่วงเวลาเนิ่นๆ เป็นตัวอย่างให้ชนรุ่นหลังอย่างพวกเรา ได้เป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งจากพวกเขา อาทิ อะดียฺ บิน หาติม เราะฎิยัลลอฮุอันฮู กล่าวว่า “ไม่มีเวลาละหมาดใด ได้เข้ามา นอกจากฉันจะคิดถึงคำนึงหามัน และนับตั้งแต่ฉันเข้ารับนับถืออิสลาม ไม่มีการอิกอมะฮฺ เพื่อละหมาดใด นอกจากฉันจะอยู่ในสภาพที่มีน้ำละหมาด”

สะอีด บิน อัล-มุสัยยิบ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาสามสิบปี มุอัซซิน (ผู้ทำหน้าที่อะซาน) ไม่เคยอะซาน นอกจากฉันจะอยู่ในมัสยิด ฉันไม่เคยทิ้งละหมาดญะมาอะฮฺ ตลอดช่วงระยะเวลาสี่สิบปี และฉันไม่เคยมองไปยังต้นคอของคนใด ในขณะที่ละหมาด”

อิหม่าม อัซ-ซะฮะบีย์ กล่าวว่า “ลักษณะเช่นนี้แหละ ที่บรรพชนแห่งคุณธรรม (ชาวสะลัฟ) มุ่งมั่นเอาใจใส่ในการแสวงหาคุณงามความดี”

ส่วนหนึ่งจากความประเสริฐ ของการไปละหมาดแต่เนิ่นๆ

ประการที่หนึ่ง..มลาอิกะฮฺจะขออภัยโทษ (อิสติฆฟาร) ให้แก่ผู้ที่รอละหมาด และการที่เขาอยู่ในสภาพเดียว กับผู้ที่ละหมาด ดังที่มีหะดีษรายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«إِنَّ الْمَلائِكَةَ تُصَلِّي عَلَى أَحَدِكُمْ مَا دَامَ فِي مُصَلَّاهُ ، مَا لَمْ يُحْدِثِ : اللَّهُمَّ اغْفِرْ لَهُ ، اللَّهُمَّ ارْحَمْهُ ، لا يَزَالُ أَحَدُكُمْ فِي صَلاةٍ ، مَا دَامَتِ الصَّلاةُ تَحْبِسُهُ ، لا يَمْنَعُهُ أَنْ يَنْقَلِبَ إِلَى أَهْلِهِ إِلا الصَّلاةُ» [رواه البخاري برقم 659، ومسلم برقم 649]

ความหมาย “แท้จริงบรรดามะลาอิกะฮฺ จะกล่าวคำพร (ขออภัยโทษให้แก่เขา) ตราบใดที่เขาอยู่ในที่ละหมาด และมีน้ำละหมาด โดยกล่าวว่า โอ้อัลลอฮฺจงอภัยโทษให้แก่เขา โอ้อัลลอฮฺจงเมตตาต่อเขา บุคคลหนึ่งจากพวกท่าน ยังคงอยู่ในการละหมาด ตราบใดที่การละหมาดยังผูกมัดเขาไว้ ไม่มีอะไรมาหักห้ามเขา ในการที่จะกลับไปหาสมาชิกในครอบครัว นอกจากการละหมาด” (เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ 1/219 หมายเลข 659 และเศาะฮีหฺมุสลิม 1/459 หมายเลข 649)

ประการที่สอง..จะได้เข้าร่วมละหมาดแถวแรก ซึ่งมีความดีงามอย่างยิ่งใหญ่ และมีมรรคผลอย่างมหาศาล ดังมีหะดีษรายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«لَوْ يَعْلَمُ النَّاسُ مَا فِي النِّدَاءِ وَالصَّفِّ الْأَوَّلِ، ثُمَّ لَمْ يَجِدُوا إِلَّا أَنْ يَسْتَهِمُوا عَلَيْهِ لَاسْتَهَمُوا، وَلَوْ يَعْلَمُونَ مَا فِي التَّهْجِيرِ لَاسْتَبَقُوا إِلَيْهِ، وَلَوْ يَعْلَمُونَ مَا فِي الْعَتَمَةِ وَالصُّبْحِ لَأَتَوْهُمَا وَلَوْ حَبْوًا» [البخاري برقم 615، ومسلم برقم 437]

ความหมาย “หากมนุษย์ได้รู้ถึงความดีงาม ที่มีอยู่ในการอะซานและแถวแรก แต่พวกเขาไม่สามารถจะทำเช่นนั้นได้ นอกจากด้วยวิธีการจับฉลาก แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องจับฉลากกัน และหากพวกเขารู้ถึงสิ่งที่อยู่ในละหมาดซุฮฺรี (เวลาร้อนจัด) แน่นอนพวกเขา ก็จะแข่งขันกัน และหากพวกเขารู้ถึงสิ่ง ที่อยู่ในละหมาดอิชาอ์ และละหมาดศุบหฺแล้วไซร้ แน่นอนพวกเขาจะมาละหมาด ถึงแม้ว่าจะต้องคลานมาก็ตาม” (เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ 1/208 หมายเลข 615 และเศาะฮีหฺ มุสลิม 1/325 หมายเลข 437)

ประการที่สาม..ทันเวลาที่จะกล่าวตักบีเราะตุลอิหฺรอม ซึ่งเป็นตักบีรฺที่มีความประเสริฐมากที่สุด เป็นเสมือนกุญแจของการละหมาด ดังมีหะดีษรายงานจากอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

‏«مَنْ صَلَّى لِلَّهِ أَرْبَعِينَ يَوْمًا فِي جَمَاعَةٍ، يُدْرِكُ التَّكْبِيرَةَ الْأُولَى، كُتِبَتْ لَهُ بَرَاءَتَانِ، بَرَاءَةٌ مِنْ النَّارِ، وَبَرَاءَةٌ مِنْ النِّفَاقِ» [الترمذي برقم 241]

ความหมาย “ผู้ใดที่ละหมาด เพื่ออัลลอฮฺ จำนวนสี่สิบวัน ร่วมกับญะมาอะฮฺ โดยทันการตักบีรฺครั้งแรก (ตักบีเราะตุลอิหฺรอม) เขาจะถูกบันทึก ให้ปลอดภัยจากสองประการ ปลอดภัยจากไฟนรก และปลอดภัยจากนิฟาก (ลักษณะหน้าไว้หลังหลอก)” (บันทึกโดย อัต-ติรมิซีย์ หน้าที่ 60 หมายเลข 241)

ประการที่สี่..การขอดุอาอ์ ระหว่างอะซาน กับอิกอมะฮฺ เป็นช่วงเวลาที่ถูกตอบรับ ดังมีหะดีษรายงานจากอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«الدُّعَاءَ لَا يُرَدُّ بَيْنَ الْأَذَانِ وَالْإِقَامَةِ» [أبو داود برقم 521]

ความหมาย “การขอดุอาอ์ ระหว่างอะซานกับอิกอมะฮฺ จะไม่ถูกปฏิเสธ” (บันทึกโดยอบู ดาวูด หน้าที่ 81 หมายเลข 521)

ประการที่ห้า..จะได้อยู่ใกล้ชิด กับอิหม่ามนำละหมาด ซึ่งถือว่ามีความประเสริฐอย่างมหาศาล ดังที่มีหะดีษ รายงานจากสะมุเราะฮฺ บิน ญุนดุบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«احْضُرُوا الذِّكْرَ ، وَادْنُوا مِنَ الْإِمَامِ ، فَإِنَّ الرَّجُلَ لَا يَزَالُ يَتَبَاعَدُ حَتَّى يُؤَخَّرَ فِي الْجَنَّةِ وَإِنْ دَخَلَهَا» [رواه أبوداود برقم 1108]

ความหมาย “พวกท่านทั้งหลาย จงไปสู่การรำลึก (ละหมาด) และจงเข้าใกล้อิหม่าม แท้จริงบุคคลใด ที่เขายังคงอยู่ห่างไกลจากอิหม่าม จนกระทั่งอัลลอฮฺได้ทำให้เขาเข้าสวนสวรรค์อย่างล่าช้า ถึงแม้ว่าเขาจะได้เข้าสวรรค์ก็ตาม” (บันทึกโดยอบู ดาวูด หน้าที่ 136 หมายเลข 1108)

ประการที่หก..ทันเวลาที่จะละหมาดสุนนะฮฺ ก่อนละหมาดฟัรฎู อาทิ สุนนะฮฺก่อนศุบหฺ ดังมีหะดีษ รายงานจากอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

« رَكْعَتَا الْفَجْرِ خَيْرٌ مِنَ الدُّنْيَا وَمَا فِيهَا » [رواه مسلم برقم 725]

ความหมาย “สองร็อกอัต ก่อนละหมาดศุบหฺ ประเสริฐกว่าโลกดุนยา และสิ่งที่อยู่ในโลกดุนยา” (บันทึกโดยมุสลิม หน้าที่ 286 หมายเลข 725)

และมีปรากฏว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ละหมาดก่อนซุฮฺรี สี่ร็อกอัต และหลังซุฮฺรีสองร็อกอัต” (บันทึกโดยมุสลิม หน้าที่ 90 หมายเลข 424)

ยังมีหะดีษ รายงานจากอุมมุ หะบีบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«مَنْ حَافَظَ عَلَى أَرْبَعِ رَكَعَاتٍ قَبْلَ الظُّهْرِ وَأَرْبَعٍ بَعْدَهَا حَرَّمَهُ اللَّهُ عَلَى النَّارِ» [أبو داود برقم 1269]

ความหมาย “ผู้ใดที่พยายามรักษาละหมาด สี่ร็อกอัตก่อนซุฮฺรี และสี่ร็อกอัตหลังจากนั้น อัลลอฮฺจะให้เขารอดพ้นจากไฟนรก” (บันทึกโดยอบู ดาวูด หน้าที่ 154 หมายเลข 1269)

และมีรายงานจากอะลีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

‏«رَحِمَ اللَّهُ امْرَأً صَلَّى قَبْلَ الْعَصْرِ أَرْبَعًا» [رواه الترمذي برقم 430]

ความหมาย “อัลลอฮฺจะทรงเมตตา บุคคลหนึ่ง ซึ่งเขาได้ละหมาดก่อนอัศรี สี่ร็อกอัต” (บันทึกโดยอัต-ติรมิซีย์ หน้าที่ 92 หมายเลข 430)

ประการที่เจ็ด..สามารถเดินไปมัสยิด ด้วยความสงบนิ่งและนอบน้อม ซึ่งบุคคลส่วนใหญ่ เมื่อรีบเร่ง เพื่อที่จะให้ทันละหมาด (เมื่อเวลาจวนเจียน) จะเสียโอกาส ในเรื่องของความสงบนิ่ง และมีสมาธิ ดังที่มีหะดีษ รายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«إِذَا سَمِعْتُمْ الْإِقَامَةَ فَامْشُوا، وَعَلَيْكُمْ السَّكِينَةِ وَالْوَقَارِ، وَلَا تُسْرِعُوا، فَمَا أَدْرَكْتُمْ فَصَلُّوا، وَمَا فَاتَكُمْ فَأَتِمُّوا» [البخاري برقم 636، ومسلم برقم 6020]

ความหมาย “เมื่อพวกท่านได้ยินการอิกอมะฮฺ จงเดินไป (ละหมาด) และจำเป็นแก่พวกท่าน ต้องมีความสงบนิ่ง และมีสมาธิ อย่างนอบน้อม อย่าได้รีบเร่ง ส่วนใดที่พวกท่านตามทัน ก็จงละหมาด และส่วนใดที่ตามไม่ทัน ก็จงทำต่อให้ครบสมบูรณ์” (เศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์ หน้าที่ 137-138 หมายเลข 636 และเศาะฮีหฺมุสลิม หน้าที่ 239 หมายเลข 602)

ประการที่แปด..มีเวลาได้อ่านอัซการ ขออภัยโทษ (อิสติฆฟาร) และได้รำลึกถึงอัลลอฮฺ ในระหว่างอะซานกับอิกอมะฮฺ ดังนั้น หากว่าผู้ละหมาด มาถึงมัสยิดแต่เนิ่นๆ อย่างน้อยเขาก็สามารถที่จะอ่านอัลกุรอาน ได้ประมาณ 20 อายะฮฺ เมื่อรวมแล้วในหนึ่งวันอ่านได้ 100 อายะฮฺ หนึ่งสัปดาห์ 700 อายะฮฺ และภายในหนึ่งเดือน สามารถอ่านได้ถึง 3,000 อายะฮฺ อัลลอฮฺจะเพิ่มภาคผลบุญอย่างทวีคูณ แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงยิ่งในความโปรดปราน ความเมตตา ดังนั้น นับเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง แก่บรรดาผู้ศรัทธา ที่ต้องฝึกฝนตัวเอง ให้คุ้นชินในการรีบมาละหมาด ที่มัสยิดแต่เนิ่นๆ จนกระทั่งเป็นเรื่องปกติ ง่ายดายในที่สุด แล้วเขาจะพบว่าเป็นการผ่อนคลาย และจะมีความเปี่ยมสุข ด้วยกับการกระทำดังกล่าว ดังมีหะดีษรายงานจากอบู สะอีด เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«لاَ يَزَالُ قَوْمٌ يَتَأَخَّرُونَ حَتَّى يُؤَخِّرَهُمُ اللَّهُ» [رواه مسلم برقم 438]

ความหมาย “กลุ่มชนหนึ่งจะยังคงล่าช้า (จากแถวแรก) อยู่เรื่อยเป็นนิสัย จนกระทั่งอัลลอฮฺ ได้ทำให้พวกเขาล่าช้า (ในการได้รับผลตอบแทน ความโปรดปราน สถานะอันยิ่งใหญ่จากพระองค์ ฯลฯ)” (เศาะฮีหฺมุสลิม หน้าที่ 186 หมายเลข 438)

 والحمد لله رب العالمين ، وصلى الله وسلم على نبينا محمد
وعلى آله وصحبه أجمعين .

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์ 

แปลโดย : ยูซุฟ อบูบักรฺ
ตรวจทานโดย : ซุฟอัม อุษมาน
ที่มา : หนังสือ อัด-ดุร็อรฺ อัล-มุนตะกอฮฺ มิน อัล-กะลีมาต อัล-มุลกอฮฺ

IslamHouse.com

หน้าหลัก

ตุลาคม 16, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม