Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ข้อผิดพลาดในการละหมาด

มวลการสรรเสริญ เป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาล ขอความสุข ความจำเริญและความศานติ จงประสบแด่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตลอดจนวงศ์วาน และมิตรสหายของท่านโดยทั่วกัน ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ และเป็นศาสนทูตของพระองค์

แท้จริงการละหมาดนั้น เป็นดั่งเสาหลักของศาสนา เป็นรุก่น (หลักการ) ที่สองของบรรดาหลักการอิสลาม เป็นสิ่งแรกที่มนุษย์จะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮฺ ดังนั้น จำเป็นที่มุสลิมทุกคน จะต้องใส่ใจในวิธีการปฏิบัติละหมาด ให้เสมือนดังที่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ปฏิบัติและชี้แจงลักษณะการละหมาด แก่ประชาติของท่านไว้

จากรายงานที่บันทึกโดยอิมามอัล-บุคอรีย์ ในเศาะหีหฺของท่าน ซึ่งหะดีษที่รายงานโดยมาลิก บิน อัลหุวัยริษ ว่า ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

)) صَلُّوا كَمَا رَأَيْتُمُونِي أُصَلِّي ((

ความว่า “พวกท่านจงละหมาด เสมือนดังที่พวกท่านเห็นฉันละหมาด” (หน้า 137 / หะดีษเลขที่ 631)

ในอัล-เอาสัฏ  ซึ่งบันทึกโดยอัฏ-เฏาะบะรอนียฺ จากหะดีษของอับดุลลอฮฺ บิน กุรฏฺ เล่าว่า ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

 )) أَوَّلُ مَا يُحَاسَبُ بِهِ الْعَبْدُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ الصَّلَاةُ ، فَإِنْ صَلَحَتْ صَلَحَ لَهُ سَائِرُ عَمَلِهِ ، وَإِنْ فَسَدَتْ فَسَدَ سَائِرُ عَمَلِه ((

ความว่า “สิ่งแรกที่บ่าวจะถูกสอบสวน ในวันกิยามะฮฺ คือการละหมาด หากว่าการละหมาดนั้น ถูกต้องสมบูรณ์ การงานอื่นๆก็จะถูกต้องสมบูรณ์ด้วย แต่หากว่าการละหมาดขาดตกบกพร่อง การงานอื่นๆก็จะขาดตกบกพร่องไปด้วย (เล่ม 2 หน้า 240 / หะดีษเลขที่ 1859 และเชคอัล-อัลบานียฺ วินิจฉัยในหนังสืออัส-สิลสิละฮฺ อัศ-เศาะหีหะฮฺ เลขที่ 1358 ว่าเป็นหะดีษเศาะหีหฺ)

ข้อผิดพลาด ข้อบกพร่องบางประการที่พบบ่อยๆ ในการปฏิบัติละหมาด ซึ่งเมื่อเห็นข้อผิดพลาด ข้อบกพร่องใด ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องตักเตือนกัน นั่นก็คื

ประการแรก การที่กระดูกสันหลัง ไม่ยืดตรงในการรุกัวอฺหรือสุญูด ซึ่งมีรายงานที่บันทึกโดยอิมามอะห์มัด ในหนังสือมุสนัดของท่าน จากหะดีษที่รายงานโดยอบีมัสอูด ว่า ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

)) لَا تُجْزِئُ صَلَاةٌ لِأَحَدٍ لَا يُقِيمُ فِيهَا ظَهْرَهُ فِي الرُّكُوعِ وَالسُّجُودِ ((

ความว่า “การละหมาดของผู้หนึ่งผู้ใด ที่หลังของเขาไม่ตรง ในเวลารุกัวอฺและสุญูด จะใช้ไม่ได้” (เล่ม 4 / หน้า 122)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เปรียบการละหมาดของผู้ที่หลังของเขา ไม่ตรงในเวลารุกัวอฺ และสุญูด ว่า เป็นการขโมยละหมาด โดยถือว่าการขโมยละหมาด เป็นความชั่วช้า กว่าการขโมยทรัพย์สินเงินทองเสียอีก ดังหะดีษที่บันทึกโดยอิมามอะห์มัด ในหนังสือมุสนัดของท่าน ซึ่งรายงานจากอบีเกาะตาดะห์ เล่าว่า ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

 )) أَسْوَأُ النَّاسِ سَرِقَةً الَّذِي يَسْرِقُ مِنْ صَلَاتِهِ ((قَالُوا: يَا رَسُولَ اللَّهِ ، وَكَيْفَ يَسْرِقُ مِنْ صَلَاتِهِ ؟ قَالَ:  ))لَا يُتِمُّ رُكُوعَهَا وَلَا سُجُودَهَا (( أَوْ قَالَ: )) لَا يُقِيمُ صُلْبَهُ فِي الرُّكُوعِ وَالسُّجُود ((

ความว่า “ผู้ขโมยที่ชั่วช้าที่สุด คือผู้ที่ขโมยละหมาดของเขาเอง” บรรดาเศาะหาบะฮฺกล่าวว่า “โอ้เราะสูลของอัลลอฮฺ เขาจะขโมยละหมาดของเขาอย่างไรกันเล่า” ท่านเราะสูลตอบว่า “เขาไม่ได้ทำการรุกัวอฺและสุญูดในละหมาดอย่างสมบูรณ์” หรือได้กล่าวว่า “กระดูกสันหลังของเขา ไม่ยืดตรงขณะรุกัวอฺและสุญูด” (เล่ม 5 / หน้า 310)

ในแง่การรุกัวอฺ บางคนนั้น ได้โค้งงอหลังของเขามากเกินไป หรือบางคนก็ยกหลังสูงเกินไป และนั่นก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้น เมื่อท่านรุกัวอฺ ท่านจะทำหลังให้ตรง และเสมอกัน ( เศาะหีห อัล-บุคอรีย์ หน้า 169 / หะดีษหมายเลข 828 ) จนกระทั่งถ้าหากเทน้ำลงไป น้ำก็จะไม่ไหลลงพื้น ( สุนัน อิบนิมาญะห์ หน้า 103 / หะดีษหมายเลข 872 )

มีรายงานที่บันทึกโดยอัน-นะสาอียฺ จากหะดีษของอบีหุมัยดฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อท่านรุกัวอฺ ท่านก็จะทำให้หลังเหยียดตรง ไม่จิ้มศีรษะของท่านลงมากไป และไม่เงยศีรษะขึ้นมามากเกินไป (คือ ให้ศีรษะอยู่ในระดับเดียวกับหลัง) และวางมือทั้งสองของท่านลงบนเข่าทั้งสอง” (หน้า 127 / หะดีษหมายเลข 1039)

ในแง่ของการสุญูด ผู้ทำการละหมาดบางคนนั้น เมื่อเขาทำการสุญูด หน้าผากของเขาไม่แตะพื้น บางคนก็ยกเท้าขึ้นมาจากพื้น มีรายงานที่บันทึกโดยอิมามอัล-บุคอรีย์ และอิมามมุสลิม ในหนังสือเศาะหีหของท่านทั้งสอง ซึ่งหะดีษที่รายงานมาจากอัล-อับบาส บิน อับดิลมุฏเฏาะลิบ ว่า ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

)) أُمِرْتُ أَنْ أَسْجُدَ عَلَى سَبْعَةِ أَعْظُمٍ :  الجَبْهَةِ ، وَأَشَارَ بِيَدِهِ عَلَى أَنْفِهِ ، وَاليَدَيْنِ ، وَالرُّكْبَتَيْنِ ، وَأَطْرَافِ القَدَمَيْنِ ((

ความว่า “ฉันถูกสั่งใช้ให้สุญูดด้วย 7 กระดูก (อวัยวะ) อันได้แก่ หน้าผาก และท่านก็ได้ชี้ไปที่จมูกของท่าน, มือทั้งสอง, เข่าทั้งสอง, และปลายเท้าทั้งสอง” (อัล-บุคอรีย์ หน้า 167 / หะดีษหมายเลข 812, มุสลิม หน้า 202 / หะดีษหมายเลข 490)

หะดีษข้างต้น บ่งชี้ถึงอวัยวะในการสุญูดทั้ง 7 แห่ง และจำเป็นที่ผู้ทำละหมาด จะต้องสุญูดด้วยอวัยวะทั้ง 7 นี้ทั้งหมด

อีกประการหนึ่ง จากข้อผิดพลาด ข้อบกพร่องในการละหมาด คือ การไม่มีความสงบนิ่ง (เฏาะมะอ์นีนะฮฺ) ในการละหมาด ทั้งที่สิ่งนี้ เป็นหลักการของการละหมาด เพราะหากขาดสิ่งนี้ การละหมาดจะใช้ไม่ได้ มีรายงานซึ่งบันทึกโดยอิมามอัล-บุคอรียฺในเศาะหีหฺของท่าน จากหะดีษที่รายงาน โดยซัยดฺ บิน วะฮับ เล่าว่า หุซัยฟะห์ได้เห็นชายผู้หนึ่ง ทำการรุกัวอฺและสุญูด อย่างไม่สมบูรณ์ (ทำแบบลวกๆ เร็วๆ) เขาจึงกล่าวกับชายผู้นั้นว่า ท่านยังไม่ได้ละหมาด และถ้าหากว่าท่านเสียชีวิตลงไป ท่านก็เสียชีวิตโดยไม่อยู่บนศาสนา ซึ่งอัลลอฮฺทรงให้ต่อมุหัมมัด (เสียชีวิตโดยไม่อยู่ในแนวทางของท่านนบี ไม่อยู่ในศาสนา) ( หน้า 162 / หะดีษหมายเลข 791 )

นี่ชี้ให้เห็นว่า การสงบนิ่ง (เฏาะมะอ์นีนะฮฺ) นั้น จำเป็นอย่างยิ่งในการรุกัวอฺ และสุญูด หากขาดไปก็จะทำให้การละหมาดเป็นโมฆะ เพราะท่านได้กล่าวแก่ชายผู้นั้นว่า “ท่านยังไม่ได้ละหมาด” รายงานนี้ พ้องกับหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับชายผู้หนึ่งซึ่งทำการละหมาด อย่างบกพร่องไม่สมบูรณ์ โดยมีบันทึกจากอิมามอัล-บุคอรียฺ และอิมามมุสลิม จากหะดีษที่รายงานโดยอบีฮุรอยเราะฮฺ ว่า

 ))أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ دَخَلَ المَسْجِدَ فَدَخَلَ رَجُلٌ ، فَصَلَّى ، فَسَلَّمَ عَلَى النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، فَرَدَّ وَقَال " ارْجِعْ فَصَلِّ ، فَإِنَّكَ لَمْ تُصَلِّ " ، فَرَجَعَ يُصَلِّي كَمَا صَلَّى ، ثُمَّ جَاءَ ، فَسَلَّمَ عَلَى النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، فَقَالَ " ارْجِعْ فَصَلِّ ، فَإِنَّكَ لَمْ تُصَلِّ " ثَلاَثًا ، فَقَالَ : وَالَّذِي بَعَثَكَ بِالحَقِّ مَا أُحْسِنُ غَيْرَهُ ، فَعَلِّمْنِي ، فَقَالَ " إِذَا قُمْتَ إِلَى الصَّلاَةِ فَكَبِّرْ ، ثُمَّ اقْرَأْ مَا تَيَسَّرَ مَعَكَ مِنَ القُرْآنِ ، ثُمَّ ارْكَعْ حَتَّى تَطْمَئِنَّ رَاكِعًا ، ثُمَّ ارْفَعْ حَتَّى تَعْدِلَ قَائِمًا ، ثُمَّ اسْجُدْ حَتَّى تَطْمَئِنَّ سَاجِدًا ، ثُمَّ ارْفَعْ حَتَّى تَطْمَئِنَّ جَالِسًا ، وَافْعَلْ ذَلِكَ فِي صَلاَتِكَ كُلِّهَا ((

ความว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เข้ามัสญิด ต่อมามีชายผู้หนึ่ง ได้เข้ามัสญิดมาด้วย แล้วชายผู้นั้นก็ได้ทำละหมาด เมื่อเสร็จแล้ว เขาก็ให้สลามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านนบีจึงตอบรับสลาม แล้วก็ได้กล่าวแก่เขาว่า “จงกลับไปทำละหมาด แท้จริงท่านยังไม่ได้ละหมาด” ชายผู้นั้นก็กลับไปละหมาดอีกครั้ง อย่างเช่นที่เขาละหมาดครั้งแรก หลังจากนั้นเขาก็มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ให้สลามท่าน ท่านก็กล่าวอีกว่า จงกลับไปละหมาด แท้จริงท่านยังไม่ได้ละหมาดเป็นเช่นนี้อยู่ 3 ครั้ง ชายผู้นั้นจึงกล่าวว่า “ขอสาบานด้วยผู้ที่ส่งท่านมาด้วยกับความจริง ฉันไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้อีกแล้ว ขอท่านจงสอนฉันเถิด” ท่านนบีกล่าวตอบว่า “เมื่อท่านยืนขึ้น เพื่อทำละหมาดแล้ว ก็จงกล่าวตักบีร (อัลลอฮุอักบัร) หลังจากนั้น ก็จงอ่านสิ่งที่ท่านสามารถอ่านได้ จากอัลกุรอาน หลังจากนั้นก็รุกัวอฺ จนกว่าจะสงบนิ่งในท่ารุกัวอฺ และหลังจากนั้น ก็จงยืนขึ้น จนกว่าจะยืนนิ่งตรง หลังจากนั้นก็สุญูด จนกว่าจะสงบนิ่งในท่าสุญูด หลังจากนั้นก็ขึ้นมานั่ง จนกว่าจะสงบนิ่งในท่านั่ง และก็จงทำเช่นนี้ในละหมาดของท่านทุกอิริยาบถ (อัล-บุคอรียฺ หน้า 157 / หะดีษหมายเลข 757 , มุสลิม หน้า 170-171 / หะดีษหมายเลข 397 )


ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม