Custom Search

บรรดาเงื่อนไขในการเศาะหฺละหมาดวันศุกร์

การละหมาดวันศุกร์จะใช้ไม่ได้ นอกเสียจากต้องมีเงื่อนไขครบ 4 ประการ ดังต่อไปนี้

1) การละหมาดวันศุกร์ จะต้องถูกกระทำในเขตของกลุ่มอาคารบ้านเรือนที่อยู่รวมกัน โดยมีกลุ่มคนที่เป็นอะฮฺลุลญุมอะฮฺ ตั้งหลักแหล่งอยู่ ทั้งในฤดูหนาวหรือฤดู ร้อน ทั้งนี้ ไม่ว่ากลุ่มอาคารบ้านเรือนที่อยู่รวมกันนี้ จะเป็นอาคารที่ถูกก่อสร้างจากวัสดุก่อสร้างใดๆ ก็ตาม  และไม่ว่าเขตที่ตั้งของกลุ่มอาคารบ้านเรือนที่อยู่รวมตัวกัน จะเป็นตัวเมืองที่มีผู้พิพากษาทางศาสนา (กอฎียฺ) และผู้ปกครอง (หากิม) ตลอด จนมีตลาดร้านรวง เพื่อการซื้อขาย หรือเป็นชุมชนขนาดใหญ่หรือเล็กก็ตาม ตราบใดที่ชุมชนนั้น มีอะฮฺลุลญุมอะฮฺ จำนวน 40 คนขึ้นไป (กิตาบ อัล-มัจย์มูอฺ ชัรฺหุลมุฮัซซับ เล่มที่ 4 หน้า 367 , อัล-ฟิกฮุลมันฮะญียฺ เล่มที่ 1 หน้า 202)

และการทำละหมาดวันศุกร์ภายในอาคารมัสญิดนั้น ไม่ถือเป็นเงื่อนไข แต่อนุญาตให้กระทำละหมาดวันศุกร์ ในสถานที่เปิดโล่งได้ โดยมีเงื่อนไขว่า สถานที่นั้นต้องอยู่ภายในเขตของชุมชน หรือตัวเมือง ซึ่งสถานที่นั้นถูกนับว่าเป็นส่วนหนึ่งจากเขตของชุมชน หรือตัวเมืองนั้นๆ หากมีการทำละหมาดวันศุกร์ ภายนอกเขตตัวเมือง หรือชุมชน ก็ถือว่าการทำละหมาดวันศุกร์นั้น ใช้ไม่ได้ ไม่ว่าสถานที่นั้น จะตั้งอยู่ใกล้ หรือไกลจากตัวเมือง หรือชุมชน ก็ตาม (กิตาบ อัล-มัจญ์มูอฺ 4/368)

2) การละหมาดวันศุกร์จะใช้ไม่ได้ นอกจากด้วยจำนวนคน 40 คน ที่เป็นชาย บรรลุศาสนภาวะ มีสติสัมปชัญญะ เป็นเสรีชน และเป็นผู้ที่ตั้งหลักแหล่งอาศัยถาวร (มุสเตาฏิน) ในชุมชนหรือตัวเมือง ซึ่งมีการทำละหมาดวันศุกร์ในที่แห่งนั้น โดยบุคคลจำนวนดังกล่าว ไม่ได้เดินทางเคลื่อนย้ายออกจากที่นั่น ในช่วงฤดูหนาว หรือฤดูร้อน ยกเว้นการเดินทางที่จำเป็น ฉะนั้น หากพวกเขาเคลื่อนย้ายออกจากที่นั่น ในฤดูหนาว และอยู่พักอาศัยในฤดูร้อน หรือกลับกัน พวกเขาก็ไม่ถือเป็นผู้ตั้งหลักแหล่งถาวร (มุสเตาฏิน) และการละหมาดวันศุกร์ ก็ใช้ไม่ได้ด้วยกลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยการเห็นพ้องในมัซ ฮับอัช-ชาฟิอียฺ

และจำนวนของอะฮฺลุลญุมอะฮฺ 40 คนนั้น หมายถึง มะอฺมูม จำนวน 39 คน รวมอิมามอีก 1 คนเป็น 40 คน ส่วนประเด็นที่ระบุว่า อิมามเกินจากจำนวน 40 คน (กล่าวคือไม่นับอิมามเข้าไปในจำนวนดังกล่าว) เป็นประเด็นที่อ่อน (วัจญ์ฮุน เฎาะอีฟ)  (อ้างแล้ว 4/369)

อนึ่งการกำหนดเงื่อนไขว่าการละหมาดวันศุกร์จะใช้ได้เมื่อมีอะฮฺลุลญุมอะ ฮฺจำนวน 40 คนขึ้นไปนั้นเป็นทัศนะในมัซฮับอัช-ชาฟิอียฺ และอุบัยดุลลอฮฺ อิบนุ อับดิลลาฮฺ อิบนิ อุตบะฮฺ , อิมามอะหฺมัดและอิสหากกล่าวเอาไว้และเป็นริวายะฮฺหนึ่งจากท่าน อุมัร อิบนุ อับดิลอะซีซ ส่วนอีกริวายะฮฺหนึ่ง จากท่านระบุว่า ต้องมีจำนวน 50 คน ส่วนท่านเราะบีอะฮฺกล่าวว่า การละหมาดวันศุกร์มีผลใช้ได้ด้วยจำนวนคน 12 คน และอิมามอบูหะนีฟะฮฺ , อัษ-เษารียฺ , อัล-ลัยษฺ และมุฮัมมัดกล่าวว่า : ใช้ได้ด้วยจำนวนคน 4 คน รวมอิมามด้วย และอิบนุ อัล-มุนซิรเล่าทัศนะนี้จาก อัล-เอาวฺซาอียฺ , อบูเษาริน และอิบนุ อัล-มุนซิรก็เลือกทัศนะนี้

ส่วนอิมามมาลิกกล่าวว่า : จำนวนที่แน่นอนนั้นไม่ถูกถือเป็นเงื่อนไข แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นญะมาอะฮฺที่มีการพักอาศัยในชุมชนที่มีการซื้อขาย ระหว่างพวกเขา (คือมีตลาดในชุมชนนั้น) และจะไม่เกิดขึ้น (คือไม่ได้วันศุกร์) ด้วยจำนวนคนเพียง 3 หรือ 4 คน (อ้างแล้ว 4/371)

สำหรับหลักฐานของมัซฮับ อัช-ชาฟิอียฺ และนักวิชาการที่เห็นด้วยว่า การมีจำนวนอะฮฺลุลญุมอะฮฺ 40 คนนั้น ถือเป็นเงื่อนไขในการเศาะหฺละหมาดวันศุกร์ คือ อัล-หะดีษที่อัล-บัยฮะกียฺรายงานจาก อับดุรเราะหฺมาน อิบนุ กะอ์บฺ อิบนิ มาลิก จากบิดาของเขาว่า : บุคคลแรกที่ทำการละหมาดวันศุกร์กับพวกเรา ในนครมะดีนะฮฺ คือ อัสอัด อิบนุ ซุรอเราะฮฺ ก่อนหน้าการมาถึงนครมะดีนะฮฺของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ณ เขตนะกีอฺ อัล-เคาะฎิมาตฺ (เป็นตำบลหนึ่งของตระกูล บัยยาเฎาะฮฺ ใกล้กับนครมะดีนะฮฺราว 1 ไมล์ (อาหรับ) จากบ้านเรือนของตระกูลสละมะฮฺ) ฉันกล่าวว่า : พวกท่านมีจำนวนเท่าใด? เขากล่าวว่า : “เป็นผู้ชาย 40 คน”  หะดีษบทนี้ เป็นหะดีษหะสัน บันทึกโดย อบูดาวูด , อิบนุ มาญะฮฺ , อัล-บัยฮะกียฺ และบุคคลอื่นๆ ด้วยบรรดาสายรายงานที่เศาะหิหฺ และอิบนุหิบบาน รายงานเอาไว้เช่นกัน โดยท่าน อัล-หาฟิซฺ อิบนุ หะญัรระบุว่าเป็นหะดีษหะสัน (อ้างแล้ว 4/371)

3) การละหมาดวันศุกร์ จะต้องถูกกระทำในเวลาของการละหมาดซุฮฺริ ดังนั้น หากเวลาซุฮฺริไม่พอสำหรับการทำละหมาดวันศุกร์ ก็จำเป็นที่ผู้มาร่วมละหมาด ต้องละหมาดนั้นเป็นละหมาดซุฮฺริ และหากพวกเขาเข้าสู่ในการละหมาดวันศุกร์ แล้วออกนอกเวลาซุฮฺริในสภาพที่พวกเขาอยู่ในละหมาดวันศุกร์ ก็ให้พวกเขาเปลี่ยนการละหมาดนั้น เป็นละหมาดซุฮฺริ และทำให้ครบจำนวน 4 รอกอะฮฺ (อัล-ฟิกฮุลมันฮะญียฺ เล่มที่ 1 หน้า 203)

ทั้งนี้ ตัวบทของอิมาม อัช-ชาฟิอียฺและสานุศิษย์ของท่าน มีความสอดคล้องตรงกันว่า แท้จริงการละหมาดวันศุกร์จะใช้ไม่ไ ด้นอกเสียจากในเวลาซุฮฺริ และอุมมะฮฺมีมติเห็นพ้องว่า การละหมาดวันศุกร์จะไม่ถูกชดใช้ (เกาะฎออฺ) ในรูปของการละหมาดที่เป็นละหมาดวันศุกร์ แต่บุคคลที่พลาด (ไม่ทัน) การละหมาดวันศุกร์ ก็ถือว่าการละหมาดซุฮฺริ จำเป็นสำหรับผู้นั้น (กิตาบ อัล-มัจญ์มูอฺชัรฺหุลมุฮัซซับ เล่มที่ 4 หน้า 377)

ในกรณีที่บรรดาผู้มาร่วมละหมาดวันศุกร์ สงสัยในการออกนอกเวลาของการละหมาดวันศุกร์ หากปรากฏว่าพวกเขายังไม่ได้เข้าสู่การละหมาดวันศุกร์ ก็ไม่อนุญาตให้เข้าสู่การละหมาดวันศุกร์นั้น โดยการเห็นพ้องของนักวิชาการ สังกัดมัซฮับ อัช-ชาฟิอียฺ เพราะเงื่อนไขของการละหมาดวันศุกร์ คือ เวลา ซึ่งในกรณีนี้ไม่แน่ชัดว่า ยังคงอยู่ในเวลาจริงๆ หรือไม่ จึงไม่อนุญาตให้เข้าสู่การละหมาด พร้อมกับมีข้อสงสัยในเงื่อนไขการเศาะหฺละหมาดวันศุกร์ แต่ถ้าหากพวกเขาเข้าสู่การละหมาดวันศุกร์ ในช่วงเวลาของการละหมาดวันศุกร์ แล้วต่อมาพวกเขาก็สงสัยก่อนการให้สล่ามว่า ออกนอกเวลาแล้วหรือไม่ กรณีนี้มี 2 ประเด็น

ประเด็นที่ถูกต้อง (วัจญฮุน เศาะหิหฺ) ซึ่งปวงปราชญ์ในมัซฮับชี้ขาดเอาไว้ ให้พวกเขาละหมาดให้เสร็จสมบูรณ์ โดยเป็นละหมาดวันศุกร์  ประเด็นที่สอง ให้พวกเขาละหมาดให้เสร็จสมบูรณ์ โดยเป็นละหมาดซุฮฺริ

ส่วนในกรณีเมื่อพวกเขาละหมาดวันศุกร์เสร็จแล้ว ต่อมาพวกเขาก็สงสัยภายหลังละหมาดเสร็จว่า มีการออกนอกเวลาก่อนละหมาดวันศุกร์เสร็จสิ้นหรือไม่ กรณีนี้ถือว่า การละหมาดวันศุกร์ของพวกเขาใช้ได้ โดยไม่มีข้อขัดแย้งเพราะหลักเดิม (อัล-อัศล์) ถือว่าเวลานั้นยังคงเหลืออยู่ (อ้างแล้ว 4/377-378)

กรณีเมื่อพวกเขาเริ่มในการละหมาดวันศุกร์ ในช่วงเวลาของการละหมาดวันศุกร์ ต่อมาก็ออกนอกเวลาก่อนการให้สล่าม จากการละหมาดวันศุกร์ การละหมาดวันศุกร์ก็ผ่านพ้นไป (คือไม่ได้วันศุกร์) โดยไม่มีข้อขัดแย้งในมัซฮับ สำหรับข้อชี้ขาดของการละหมาดนั้น มี 2 แนวทางในมัซฮับ ที่ถูกต้องที่สุด คือจำเป็นต้องทำละหมาดนั้น ให้สมบูรณ์ เป็นละหมาดซุฮฺริ และถือว่าใช้ได้ แนวทางที่สอง เป็นสิ่งที่รู้กัน (มัชฺฮูร) สำหรับนักวิชาการสังกัดมัซฮับ อัช-ชาฟิอียฺ ชาวเมืองคุรอสาน มี 2 คำกล่าว คำกล่าวที่ถูกระบุเป็นตัวบท (อัล-มันศูศฺ) คือให้พวกเขาละหมาดเต็ม โดยเป็นละหมาดซุฮฺร

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม