Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

เป้าหมายต่างๆ ของสูเราะฮฺยูนุส

ฟุอาด ซัยดาน

มวลการสรรเสริญ เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขอการสดุดีแห่งอัลลอฮฺ และความสันติสุขปลอดภัย จงมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบรรดาเครือญาติ ตลอดจนบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านทั้งหลาย และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว โดยไม่มีการตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดคือบ่าวและศาสนทูตของพระองค์

เป้าหมายของสูเราะฮฺยูนุส

การศรัทธาต่ออัล-เกาะฎออ์ และอัล-เกาะดัรฺ

สูเราะฮฺยูนุส เป็นสูเราะฮฺมักกียะฮฺ ที่ได้มุ่งเนื้อหาเกี่ยวกับหลักการสำคัญ ของความเชื่อแห่งศาสนาอิสลาม (อุศูล อัล-อะกีดะฮฺ อัล-อิสลามียะฮฺ) นั่นคือ การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ การศรัทธาต่อบรรดาคัมภีร์ การศรัทธาต่อบรรดาศาสนทูต การศรัทธาต่อวันแห่งการฟื้นคืนชีพ และวันแห่งการตอบแทน โดยเฉพาะการศรัทธา ต่ออัล-เกาะฎออ์ และอัล-เกาะดัรฺ หรือบันทึกกฎสภาวะต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมีผู้คนไม่ใช่น้อย ที่ยังมีความรู้สึกเคลือบแคลงสงสัย ในเรื่องนี้ และพากันค้นหาคำตอบ และถกเถียงในประเด็นอัล-เกาะฎออ์และอัล-เกาะดัรฺ ว่า มนุษย์นั้นเป็นผู้ที่ถูกกำหนดชะตาชีวิต หรือเป็นผู้ที่มีสิทธิ์คัดเลือกชีวิตของตนเอง ใช่แต่เท่านั้น พวกเขายังมีความรู้สึกเคลือบแคลงสงสัย ในความยุติธรรมของอัลลอฮฺ ตะอาลา และหิกมะฮฺของพระองค์ จึงพากันตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า ถ้าอัลลอฮฺทรงให้ทางนำแก่ฉันแล้ว แน่นอนที่สุดฉันก็ย่อมอยู่บนทางนำ หรือบ้างก็กล่าวกันว่า อัลลอฮฺทรงรู้ดีอยู่แล้วว่ าใครเป็นผู้ศรัทธาและใครเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา ดังนั้น ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก ที่คนคนหนึ่งจะทำอะมั้ล หากอัลลอฮฺทรงบันทึกว่า เขาเป็นชาวนรก อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ ล้วนมาจากความอ่อนแอของอีมาน และเป็นความเคลือบแคลงสงสัย ในเรื่องที่อัลลอฮฺทรงมีความปรีชาญาณ และมีความยุติธรรม และพระองค์นั้น จะไม่ทรงอธรรมต่อปวงบ่าวของพระองค์

ซึ่งการมาของเนื้อหา และนัยของอายะฮฺในสูเราะฮฺนี้ ก็เพื่อเป็นการยืนยันถึงแก่นแท้ของการศรัทธา ในความเอกะของอัลลอฮฺ ญัลละวะอะลา และการศรัทธาต่ออัล-เกาะฎออ์ และอัล-เกาะดัรฺ ในรูปแบบต่างๆ บางครั้งก็มาในรูปแบบ ของเรื่องราวของบรรดานบี และบางครั้งก็มาในรูปแบบ ของการย้ำเตือน ให้มนุษย์รำลึกถึงเดชานุภาพของอัลลอฮฺ ความปรีชาของพระองค์ และความยุติธรรมของพระองค์ ในการบริหารสรรพสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่

ในหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ท่านมลาอิกะฮฺญิบรีล อะลัยฮิสลาม ได้ถามท่านว่า

«فَأَخْبِرْنِيْ عَنِ الإِيْمَانِ قَالَ أَنْ تُؤْمِنَ بِاللهِ وَمَلَائِكَتِهِ وَكُتُبِهِ وَرُسُلِهِ وَالْيَوْمِ الآخِرِ وَتْؤْمِنَ بِالْقَدَرِ خَيْرِهِ وَشَرِّهِ» [رواه مسلم رقم 8]

ความว่า “จงบอกให้ฉันรู้ เกี่ยวกับอีมานเถิด?” ท่านนบี จึงตอบว่า การที่ท่านศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ต่อบรรดามลาอิกะฮฺของพระองค์ ต่อบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ ต่อบรรดาศาสนทูตของพระองค์ ต่อวันอาคิเราะฮฺ และเชื่อต่อการบันทึกกฎสภาวะของพระองค์ ทั้งที่ดีและไม่ดี” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 8)

ดังนั้น สิ่งที่จะเป็นตัวชี้วัดว่า เราเป็นผู้ศรัทธาต่ออัล-เกาะฎออ์และอัล-เกาะดัรฺ หรือไม่ ก็คือคำถามเพียงข้อเดียวที่ควรถามตัวเราเองว่า อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงมีความยุติธรรม และมีความปรีชาญาณ? หรือว่าพระองค์ทรงอธรรมกันแน่ - เราขอความคุ้มครองจากความเชื่อผิดๆ เช่นนี้ ? ซึ่งคำตอบของเราดังกล่าวนั่นแหละ คือตัวชี้วัดท่าทีของเรา ที่มีต่อเรื่องนี้ว่าเป็นเช่นไร 

หิกมะฮฺของอัลลอฮฺ            

สูเราะฮฺนี้ เริ่มต้นด้วยถ้อยคำที่ยืนยันถึงหิกมะฮฺ (วิทยหรือเหตุผลอันปรีชายิ่ง) ของอัลลอฮฺ ตะอาลา ว่า

﴿ الٓرۚ تِلۡكَ ءَايَٰتُ ٱلۡكِتَٰبِ ٱلۡحَكِيمِ ١ ﴾ [يونس : ١]

ความว่า “อะลิฟ ลาม รอ เหล่านี้คือบรรดาโองการแห่งคัมภีร์ที่เปี่ยมด้วยหิกมะฮฺ” (สูเราะฮฺ ยูนุส : 1)

อายะฮฺนี้ เป็นการบ่งชี้ว่า หิกมะฮฺมีอยู่อย่างแน่นอน หลังจากนั้น อายะฮฺนี้ก็มีมา

﴿ أَكَانَ لِلنَّاسِ عَجَبًا أَنۡ أَوۡحَيۡنَآ إِلَىٰ رَجُلٖ مِّنۡهُمۡ أَنۡ أَنذِرِ ٱلنَّاسَ وَبَشِّرِ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ أَنَّ لَهُمۡ قَدَمَ صِدۡقٍ عِندَ رَبِّهِمۡۗ قَالَ ٱلۡكَٰفِرُونَ إِنَّ هَٰذَا لَسَٰحِرٞ مُّبِينٌ ٢﴾ [يونس : ٢] 

ความว่า “เป็นการประหลาดแก่มนุษย์หรือ ที่เราได้ให้วะห์ยู/วิวรณ์แก่ชายคนหนึ่งจากพวกเขา ให้เตือนสำทับมนุษย์ และแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า แท้จริงสำหรับพวกเขานั้น จะได้รับตำแหน่งอันสูง ณ ที่พระเจ้าของพวกเขา บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า แท้จริงนี่คือนักมายากลอย่างแน่นอน” (สูเราะฮฺ ยูนุส : 2)

ประหนึ่งว่า บรรดาผู้ที่รู้สึกประหลาดใจ ในการเลือกให้ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทำหน้าที่เผยแพร่หลักคำสอนของศาสนา (ริสาละฮฺ ) นั้น พวกเขาไม่มีความศรัทธา ต่ออัล-เกาะฎออ์และอัล-เกาะดัรฺ เพราะถ้าพวกเขาศรัทธา พวกเขาย่อมไม่รู้สึกเคลือบแคลงสงสัย และประหลาดใจ และต้องรู้ว่า นี่คือพระบัญชาของอัลลอฮฺ ตะอาลา

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม
www.facebook.com/hasem.piwdee

จำนวนผู้เข้าชม