Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

บทเรียนจากสูเราะฮฺ อัล-อิคลาศ

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย

มวลการสรรเสริญ เป็นสิทธิของอัลลอฮฺ และเพียงพอแล้ว ที่มีพระองค์เป็นพระผู้เป็นเจ้า  พรสันติ จงประสบแด่ปวงบ่าวของพระองค์ ที่ได้ทรงคัดเลือก และข้าขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด ที่ควรเคารพสักการะ นอกจากอัลลอฮฺพระองค์เดียวเท่านั้น โดยไม่มีการตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์ และขอปฏิญาณตนว่า มุหัมหมัดคือบ่าว และศาสนทูตของพระองค์

แท้จริงแล้วอัลลอฮฺ ได้ทรงประทานคัมภีร์อัลกุรอานลงมา เพื่อให้เราใคร่ครวญ และปฏิบัติตาม คำสอนของอัลกุรอาน พระองค์ตรัสว่า

﴿كِتَٰبٌ أَنزَلۡنَٰهُ إِلَيۡكَ مُبَٰرَكٞ لِّيَدَّبَّرُوٓاْ ءَايَٰتِهِۦ وَلِيَتَذَكَّرَ أُوْلُواْ ٱلۡأَلۡبَٰبِ ٢٩ ﴾ (ص: 29)

ความว่า “คัมภีร์ (อัลกุรอาน) เรา ได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า ซึ่งมีความจำเริญ เพื่อพวกเขา จะได้พินิจพิจารณา โองการต่างๆ ของอัลกุรอาน และเพื่อปวงผู้มีสติปัญญา จะได้ใคร่ครวญ” (ศ็อด : 29)

พระองค์ทรงประทานอัลกุรอาน ให้เป็นดังโอสถรักษาโรค เป็นรัศมี และทางนำ อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿وَنُنَزِّلُ مِنَ ٱلۡقُرۡءَانِ مَا هُوَ شِفَآءٞ وَرَحۡمَةٞ لِّلۡمُؤۡمِنِينَ وَلَا يَزِيدُ ٱلظَّٰلِمِينَ إِلَّا خَسَارٗا ٨٢﴾ (الإسراء: 82)

ความว่า “และ เราได้ให้ส่วนหนึ่ง จากอัลกุรอานลงมา ซึ่งเป็นการบำบัด และความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา และมันมิได้เพิ่มอันใดแก่พวกอธรรม นอกจากการขาดทุน เท่านั้น (อัล-อิสรออ์ : 82)

พระองค์ตรัสอีกว่า

﴿...قُلۡ هُوَ لِلَّذِينَ ءَامَنُواْ هُدٗى وَشِفَآءٞۚ ...٤٤ ﴾ (فصلت :44)

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด อัลกุรอานนั้น เป็นแนวทางที่เที่ยงธรรม และเป็นการบำบัด แก่บรรดาผู้ศรัทธา”  (ฟุศศิลัต : 44)

ในคัมภีร์อัลกุรอาน มีอยู่สูเราะฮฺหนึ่ง ที่เรามักได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งจำเป็นที่ต้องนำมาคิดพิจารณา และใคร่ครวญ นั้นคือสูเราะฮฺ อัล-อิคลาศ อัลลอฮฺตรัสว่า

﴿ قُلۡ هُوَ ٱللَّهُ أَحَدٌ ١ ٱللَّهُ ٱلصَّمَدُ ٢ لَمۡ يَلِدۡ وَلَمۡ يُولَدۡ ٣ وَلَمۡ يَكُن لَّهُۥ كُفُوًا أَحَدُۢ ٤ ﴾ (الإخلاص: 1-4)

ความว่า “จงกล่าวเถิด มุฮัมมัด พระองค์คือ อัลลอฮฺผู้ทรงเอกกะ  อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นที่พึ่ง พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ  และไม่มีผู้ใด เสมอเหมือนพระองค์” (อัล-อิคลาศ : 1-4)

รายงาน จาก อะนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า มีชายชาวอันศอรฺ คนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นผู้นำละหมาด ในมัสยิดกุบาอ์ ทุกครั้งที่เขาจะอ่านสูเราะฮฺ ในการละหมาด (หลังการอ่านสูเราะฮฺ อัล-ฟาติหะฮฺแล้ว) เขาจะเริ่มต้นด้วยการสูเราะฮฺอัล-อิคลาศอยู่เสมอ แล้วจึงอ่านสูเราะฮฺอื่นๆ ซึ่งเขากระทำเช่นนี้ ในทุกร็อกอะฮฺ ต่อมามีมิตรสหายของเขา ได้กล่าวแก่เขาว่า การที่ท่านได้เริ่มต้น ก่อนการอ่านสูเราะฮฺอื่น ด้วยสูเราะฮฺอัล-อิคลาศ ก่อนนั้น ไม่เห็นว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นเลย เพราะยังไงท่านก็ต้องอ่านสูเราะฮฺอื่นอยู่ดี ดังนั้น ท่านน่าจะเลือกอ่านอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ก็เลือกอ่านสูเราะฮฺ อัล-อิคาศ ไปเลย หรือไม่ก็ละเว้นการอ่านสูเราะฮฺอัล-อิคลาศ และไปอ่านสูเราะฮฺอื่นแทน ชายชาวอันศอรฺคนนั้น ตอบว่า ฉันจะไม่ละทิ้งการอ่านสูเราะฮฺอัล-อิคลาศ เด็ดขาด หากพวกท่านประสงค์ ที่จะให้ฉันเป็นผู้นำละหมาดอีก ฉันก็จะยืนยันในการกระทำของฉัน แต่หากพวกท่านไม่พอใจ ฉันก็จะไม่ทำหน้าที่เป็นผู้นำละหมาดอีก แต่ทว่าผู้คนต่างเห็นว่า มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้น ที่เหมาะสมกับการเป็นผู้นำละหมาดพวกเขา และพวกเขาไม่เห็นด้วย หากคนอื่นจะมาทำหน้าที่แทนเขา ดังนั้น เมื่อท่านนบีได้มาพบปะกับพวกเขา พวกเขาได้เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านนบีจึงได้สอบถามชายชาวอันศ็อรคนดังกล่าว ว่า

«يَا فُلَانُ، مَا يَمْنَعُكَ أَنْ تَفْعَلَ مَا يَأْمُرُكَ بِهِ أَصْحَابُكَ، وَمَا حَمَلَكَ عَلَى لُزُوم هَذِهِ السُّورَةِ فِي كُلِّ رَكْعَةٍ؟» فقال : إني أحبها وفي رواية : لِأَنَّهَا صِفَةُ الرّحمٰن عَزَّ وجلَّ – [أخرجه البخاري4/379 برقم  7375] -فقال : «حُبُّكَ إِيَّاهَا أَدْخَلَكَ الْجَنَّة» . [أخرجه البخاري 1/252  برقم 774]

ความว่า "โอ้ชายหนุ่ม เป็นเพราะเหตุใด ที่เจ้าไม่ยอมทำตาม ในสิ่งที่มิตรสหายของเจ้าร้องขอ และเหตุใดที่เจ้าหมั่นอ่านสูเราะฮฺนี้ (อัล-อิคลาศ) ทุกร็อกอะฮฺ ของการละหมาด"  ชายคนดังกล่าวตอบว่า “เพราะฉันรักสูเราะฮฺนี้” ในบางสายรายงาน เขาตอบว่า “เนื่องจากสูเราะฮฺนี้ กล่าวถึงคุณลักษณะ ของพระผู้ทรงกรุณา” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ 4/379   หมายเลข 7375 ) ท่านนบีจึงกล่าวว่า "ความรักของเจ้า ที่มีต่อสูเราะฮฺนั้น อัลลอฮฺจะทรงให้เจ้า ได้เข้าสวรรค์" (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ 1/252   หมายเลข 774 )

ถัดไป

หน้าหลัก

มิถุนายน 23, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม