Custom Search

ตัฟซีร์ อัลกุรอาน ซูเราะฮฺยาซีน

บทที่ว่าด้วย "เดชานุภาพของอัลลอฮฺ"

โดย อาจารย์มูนีร มูหะหมัด

อัลลอฮฺ ตรัสในซูเราะฮ์ยาซีน ความว่า

41- และสัญญาณหนึ่งสำหรับพวกเขาคือ เรา (อัลลอฮฺ) ได้บรรทุกลูกหลานของเขาในเรือ จนเต็มระวาง
42- และเราได้สร้างเช่นเดียวกับมัน ให้แก่พวกเขา ซึ่งสิ่งที่พวกเขาขับขี่
43- และถ้าเราประสงค์ เราจะให้พวกเขาจมน้ำตาย โดยจะไม่มีผู้ใดร้องตะโกน (เพื่อขอความช่วยเหลือให้) แก่พวกเขา และพวกเขาก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ (จากการจมน้ำตาย)
44- เว้นแต่ด้วยความเมตตาจากเรา และ (มีความสุข) เพลิดเพลิน จนถึงช่วงเวลาหนึ่ง

อธิบายความ

ภายหลังจากที่อัลลอฮ์ ได้ตรัสถึงสัญญาณต่างๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งบ่งถึงเดชานุภาพของพระองค์ อันได้แก่ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก และดวงดาวต่างๆ การเกิดกลางวัน และกลางคืน พระองค์ก็ได้ตรัสถึงสัญญาณ ที่บ่งถึงเดชานุภาพของพระองค์ นั่นคือ การเดินทางในท้องทะเลของมนุษย์
นักวิชาการได้ให้ความหมายของ “อายะฮ์” ไว้ 3 นัยด้วยกันคือ

- หมายถึงเป็นอนุสติสำหรับมนุษย์ เพื่อพวกเขาจะได้พิจารณาไตร่ตรอง
- หรือหมายถึงเป็นความเมตตาสำหรับบรรดามนุษย์
- หรือหมายถึงเป็นการเตือนสติแก่พวกเขา

ด้วยการที่อัลลอฮฺตรัสว่า “พระองค์ทรงบรรทุกลูกหลานของพวกเขาในเรือ จนเต็มระวาง”

นักวิชาการบางท่าน กล่าวว่า คำว่า “ลูกหลาน” หมายถึงบรรพบุรุษของพวกเขา ซึ่งโดยสารเรือของนบีนัวหฺ และเรือลำนี้ได้บรรทุกสัตว์ ซึ่งอัลลอฮ์ได้ใช้ให้นบีนัวหฺ นำสัตว์อย่างละ 2 คู่ บรรทุกในเรือ เพื่อให้สัตว์เหล่านั้น ได้สืบเผ่าพันธุ์ต่อไป หลังจากที่สัตว์อื่นๆ จมน้ำตายหมด

นักวิชาการบางคน กล่าวว่า คำว่า “สัญญาณสำหรับพวกเขา” สรรพนาม “พวกเขา” หมายถึง ชาวเมืองมักกะฮฺ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก และเรือที่บรรทุก หมายถึงเรือทั่วๆ ไป

ดังนั้น ความหมายโดยรวม คือ ส่วนหนึ่งจากสัญญาณ ที่บ่งถึงเอกภาพของอัลลอฮฺ และเดชานุภาพของพระองค์ โดยที่พระองค์ได้ประทานความเมตตา แก่บรรดามนุษย์ โดยให้พวกเขาโดยสารเรือ เฉพาะอย่างยิ่งในสมัยนบีนัวหฺ  ซึ่งทำให้บรรดาผู้ศรัทธา ได้รับความปลอดภัย ไม่ประสบความหายนะ  ดังเช่นผู้ปฏิเสธ ที่ต้องจมน้ำตาย การใช้คำว่า “ลูกหลาน” โดยหมายรวมถึงบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นต้นสายวงศ์วานของมนุษย์ จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้มนุษย์ในปัจจุบัน และอนาคตได้รู้ว่า พวกเขามีรากเหง้า มาจากบรรพบุรุษนั่นเอง

ท่าน อิบนุกะษีร มีความเห็นว่า การที่อัลลอฮฺ ตรัสว่า และสัญญาณหนึ่งสำหรับพวกเขา คือ เรา (อัลลอฮฺ) ได้บรรทุกลูกหลานของพวกเขาในเรือ จนเต็มระวาง เป็นการแสดงถึงเดชานุภาพ ของพระองค์ คือการบัญชาให้สร้างเรือ เพื่อมนุษย์จะได้ใช้โดยสาร บรรทุกสัตว์ และสิ่งของ เพื่อจะนำไปใช้ประโยชน์ ถ้าหากว่า "เรือ" ในอายะฮฺนี้ หมายถึง เรือโดยทั่วไป ก็จะมีหลากหลายชนิด เช่น เรือใบ เรือกลไฟ เรือที่ใช้พลังนิวเคลียร์ ซึ่งแล่นอยู่ในน้ำ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกฎ ที่เกี่ยวกับแรงลอยตัว

กฎเกี่ยวกับแรงลอยตัว เป็นสัญญาณหนึ่ง ที่แสดงถึงเดชานุภาพของอัลลอฮฺ

สิ่งที่ปรากฏอยู่ในโลกนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

♦ ของแข็ง ได้แก่ วัตถุโดยทั่วไป คุณสมบัติของมันคือ มีรูปร่างและขนาดที่แน่นอน ซึ่งมีอยู่มากมาย
♦ ของเหลว ได้แก่ สิ่งที่มีอยู่แพร่หลาย สามารถมองเห็นได้ด้วยตา คุณสมบัติของมันคือ มีขนาดที่แน่นอน แต่มีรูปร่างที่ไม่แน่นอน รูปร่างของมันจะเปลี่ยนแปลง ไปตามสิ่งที่บรรจุมัน เช่น น้ำ, น้ำมัน, น้ำเชื่อม ฯลฯ
♦ ก๊าซ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา มีแพร่หลาย ขนาดและรูปร่างของมันไม่แน่นอน ที่รู้ว่ามันมีอยู่ก็ด้วยการสัมผัส

น้ำเป็นของเหลวที่อัลลอฮฺ ประทานมาโดยให้มันยึดเหนี่ยวกัน ด้วยพลังเช่นนี้ จึงหนุนเรือให้ลอยขึ้น โดยไม่จม ซึ่งเป็นไปตามกฎแรงดันลอยตัวของ อาร์คีมิดีส (Archimedes) นักคณิตศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ชาวกรีก ซึ่งเมื่อกล่าวถึง “กฎแรงดันลอยตัว หรือกฎการแทนที่” ไว้ว่า “เมื่อวัตถุอยู่ในน้ำ จะมีแรงกระทำ 2 แรงคือ แรงน้ำหนักของวัตถุ ที่กระทำต่อด้านล่าง และแรงดันของน้ำที่ดันขึ้น ถ้าหากน้ำหนักของวัตถุเท่ากัน หรือน้อยกว่าแรงดันของน้ำ ที่ดันวัตถุขึ้นมา วัตถุก็จะลอยได้ แต่ถ้าหากว่า น้ำหนักของวัตถุมากกว่าน้ำหนักของน้ำที่มันแทนที่ วัตถุนั้นก็จะจมน้ำ”

เรือที่แล่นอยู่ในน้ำ แม้ว่ามันจะมีน้ำหนักมาก และใหญ่โต สักเพียงใด มันก็สามารถลอยอยู่บนน้ำได้ เพราะว่า แรงดันของน้ำ มากกว่าน้ำหนักของเรือ ซึ่งเป็นเหมือนสิ่งที่อัลลอฮฺทรงบรรทุกพวกเขา จากเมืองหนึ่ง ไปยังอีกเมืองหนึ่ง ดังที่พระองค์ ตรัสความว่าเจ้า (มุฮัมมัด) ไม่เห็นดอกหรือว่า เรือนั่นแล่นไปในท้องทะเล ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺ เพื่อพระองค์จะให้พวกสูเจ้า ได้เห็นสัญญาณต่างๆ ของพระองค์ (ที่แสดงถึงการมีอยู่ของพระองค์) แท้จริง ในนั้นมีสัญญาณต่างๆ สำหรับผู้ที่อดทน ผู้ขอบคุณทุกคน (ลุกมาน 31/31)

หลังจากที่อัลลอฮฺ ตรัสถึงการให้มนุษย์โดยสารเรือ และบรรทุกสิ่งของต่างๆ เดินทางไปในแม่น้ำ ลำคลอง ในท้องทะเลและมหาสมุทร พระองค์ก็ตรัสถึงความเมตตา ของพระองค์ ที่ประทานแก่บรรดามนุษย์ โดยให้พวกเขารู้จักใช้พาหนะเดินทางบนบก เช่น อูฐ ซึ่งมีความอดทน มีความสามารถเดินทางในแผ่นดิน ที่แห้งแล้ง มีความร้อนระอุ ได้เป็นระยะทางไกล จนมันได้ชื่อว่า นาวาแห่งท้องทุ่งทะเลทราย และรวมถึงสัตว์อื่นๆ ที่เป็นพาหนะ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย ลา ล่อ เป็นต้น
อัลลอฮฺ ตรัสความว่า “ และในตัวของมัน (บรรดาปศุสัตว์) มีความสวยงามสำหรับพวกเจ้า ขณะที่นำกลับมา (จากทุ่งหญ้า) และขณะที่นำมันออกไปเลี้ยง และมันแบกสัมภาระหนักของพวกเจ้า ไปยังเมืองไกล โดยที่พวกเจ้าจะไปถึงมันไม่ได้ นอกจากด้วยความลำบากใจ แท้จริง พระเจ้าของพวกเจ้าเป็นผู้ทรงเอ็นดู ผู้ทรงกรุณาเสมอ ม้า ล่อ และลา เพื่อพวกเจ้าจะได้ขี่มัน และเป็นเครื่องประดับประดา และพระองค์ทรงบังเกิดสิ่งอื่นๆ ที่พวกเจ้าไม่รู้ (อันนะหฺลฺ 16/6-8)

ถัดไป

หน้าหลัก

เมษายน 28, 2013

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม