Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

บทเรียนที่ได้รับจาก อายะฮฺ 33-35

สูเราะฮฺ อัซ-ซุครุฟ

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

﴿وَلَوۡلَآ أَن يَكُونَ ٱلنَّاسُ أُمَّةٗ وَٰحِدَةٗ لَّجَعَلۡنَا لِمَن يَكۡفُرُ بِٱلرَّحۡمَٰنِ لِبُيُوتِهِمۡ سُقُفٗا مِّن فِضَّةٖ وَمَعَارِجَ عَلَيۡهَا يَظۡهَرُونَ ٣٣ وَلِبُيُوتِهِمۡ أَبۡوَٰبٗا وَسُرُرًا عَلَيۡهَا يَتَّكِ‍ُٔونَ ٣٤ وَزُخۡرُفٗاۚ وَإِن كُلُّ ذَٰلِكَ لَمَّا مَتَٰعُ ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَاۚ وَٱلۡأٓخِرَةُ عِندَ رَبِّكَ لِلۡمُتَّقِينَ ٣٥ ﴾ [الزخرف: ٣٣ – ٣٥]

ความว่า "และหากมิใช่มนุษย์ทั้งหลาย จะได้เป็นประชาชาติหนึ่งเดียวกันแล้ว แน่นอนเราจะให้ผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา ต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานี มีบ้านของพวกเขา หลังคาทำด้วยเงิน และบันไดที่พวกเขาขึ้น (ก็ทำด้วยเงิน) และบ้านของพวกเขา มีประตูและเตียงนอน (ทำด้วยเงิน) ซึ่งพวกเขาจะนอนเอกเขนกบนมัน และ (เราจะให้เครื่องประดับ แก่พวกเขาที่ทำด้วย) ทองคำ แต่ทั้งหมดนั้น เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว แห่งชีวิตในโลกนี้ เท่านั้น ส่วนในปรโลก ณ ที่พระเจ้าของเจ้านั้น เป็นที่สำหรับบรรดาผู้ยำเกรง" (อัซ-ซุครุฟ : 33-35)

มวลการสรรเสริญ เป็นสิทธิของอัลลอฮฺ การยกย่องสรรเสริญ และความสันติ จงประสบ แด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด ที่ควรเคารพสักการะ นอกจากอัลลอฮฺพระองค์เดียว เท่านั้น โดยปราศจากการตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์ และขอปฏิญานตนว่า มุหัมหมัดคือบ่าว และศาสนทูตของอัลลอฮฺ

ชัยคฺอับดุรเราะหฺมาน บิน สะอฺดีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า อัลลอฮฺได้บอกว่า แท้จริงโลกใบนี้ไม่มีค่าใดๆ เลย ณ พระองค์ หากพระองค์ไม่มอบความเมตตา และความปรานี แก่ปวงบ่าวของพระองค์แล้ว ซึ่งสิ่งนั้น ไม่สามารถนำมาเทียบค่า กับสิ่งใดๆ แน่นอนพระองค์จะแผ่โลกใบนี้ ให้กับผู้ปฏิเสธศรัทธา อย่างกว้างขวาง พระองค์อาจจะให้คฤหาสน์ของพวกเขา มีหลังคา และบันไดทำด้วยเงิน ที่สามารถเห็นเด่นชัด และคฤหาสน์ของพวกเขา จะมีช่องประตูหลายบาน พร้อมกับมีเก้าอี้ และเตียงสำหรับพวกเขาเอกเขนก พระองค์จะให้เครื่องประดับมากมาย หลากหลายชนิด แต่พระองค์ไม่กระทำเช่นนั้น เนื่องด้วยความเมตตาของพระองค์ ที่มีต่อปวงบ่าว เกรงว่าพวกเขาจะประชัน ในเรื่องปฏิเสธศรัทธา กระทำบาป และฝ่าฝืนอัลลอฮฺ เนื่องจากหลงระเริงในโลกดุนยา อายะฮฺนี้ เป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า การที่พระองค์พระองค์ทรงห้าม ปวงบ่าวจากการกระทำบางอย่างในโลก ทั้งนี้ เพื่อผลประโยชน์ แก่ตัวของบ่าวเอง และแท้จริงโลกนี้ไม่มีค่าใดๆ เลย แม้จะเทียบกับปีกของยุง ณ อัลลอฮฺ ทุกอย่างที่กล่าวมานั้น คือความสุขสบายทางโลก ซึ่งมันต้องมีวันสูญสลายไป แต่ทว่าโลกอาคิเราะฮฺนั้น คือสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่ยำเกรง ต่อพระผู้ทรงอภิบาล ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่ง และห่างไกล จากสิ่งที่พระองค์ห้าม เนื่องจากสิ่งที่อัลลอฮฺ จะประทานในโลกอาคิเราะฮฺนั้น ช่างสมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการ ในสวนสวรรค์ จะมีแต่สิ่งที่อารมณ์ของมนุษย์ชื่นชอบ และมีแต่สิ่งที่ดูแล้วสบายตา แล้วชาวสวรรค์จะพำนักในนั้น อย่างนิรันดร ช่างเป็นสิ่งที่แตกต่าง อย่างสิ้นเชิง ระหว่างสองโลกดังกล่าว (ตัฟสีรฺ อิบนุ สะอฺดีย์ หน้า 765)

ในอายะฮฺข้างต้น มีบทเรียนมากมาย ดังต่อไปนี้

- ความสุขสบายทางโลก ที่อัลลอฮฺประทาน แก่ผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น เนื่องจากโลกดุนยานี้ ไม่มีค่าใดๆ ณ พระองค์ การที่พระองค์ให้ความสุขสบาย แก่พวกเขา เนื่องจากพระองค์จะทดสอบพวกเขา ดังที่พระองค์ได้ตรัสว่า

﴿وَيَوۡمَ يُعۡرَضُ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ عَلَى ٱلنَّارِ أَذۡهَبۡتُمۡ طَيِّبَٰتِكُمۡ فِي حَيَاتِكُمُ ٱلدُّنۡيَا وَٱسۡتَمۡتَعۡتُم بِهَا فَٱلۡيَوۡمَ تُجۡزَوۡنَ عَذَابَ ٱلۡهُونِ بِمَا كُنتُمۡ تَسۡتَكۡبِرُونَ فِي ٱلۡأَرۡضِ بِغَيۡرِ ٱلۡحَقِّ وَبِمَا كُنتُمۡ تَفۡسُقُونَ ٢٠﴾ [الأحقاف: ٢٠]

ความว่า "และวันที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา จะถูกนำมาอยู่ต่อหน้าไฟนรก (จะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า) พวกเจ้าได้เอาสิ่งดีงามทั้งหลาย ของพวกเจ้า ในโลกดุนยา ไปแล้ว และพวกเจ้าได้มีความสำราญกับมันแล้ว ฉะนั้น วันนี้พวกเจ้าจะได้รับการตอบแทน ด้วยการลงโทษอันอัปยศ เนื่องด้วย พวกเจ้าหยิ่งยโสในแผ่นดิน โดยไม่เป็นธรรม และเนื่องด้วยพวกเจ้าฝ่าฝืน"  (อัล-อะหฺกอฟ : 20)

รายงานจากท่านอะนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวสัลลัม กล่าวว่า

«إنَّ اللهَ لا يَظْلِـمُ مُؤْمِنًا حَسَنَةً، يُـعْطىٰ بِـهَا فِي الدُّنْيَا، وَيُـجْزٰى بِـهَا فِي الآخِرَةِ، وَأَمَّا الكَافِرُ فَيُطْعَمُ بِـحَسَنَاتِ مَا عَمِلَ بِـهَا  فِي الدُّنْيَا، حَتّٰى إذَا أَفْضٰى إلَى الآخِرَةِ، لَـمْ يَكُنْ لَـهُ حَسَنَةٌ يُـجْزٰى بِـهَا». [ أخرجه مسلم برقم 2808]

ความว่า  “แท้จริงอัลลอฮฺ จะไม่ทรงอยุติธรรม ต่อผู้ศรัทธา แม้เพียงในเรื่องการงานที่ดี แค่อันเดียว เขาจะได้รับสิ่งที่ดี (จากพระองค์) ด้วยการงานนั้น ในดุนยา และจะยังได้รับผลตอบแทน ด้วยการงานดังกล่าว ในวันอาคิเราะฮฺด้วย ในขณะที่กาฟิร ผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น เขาจะได้รับปัจจัยในชีวิต เท่าที่พวกเขา ทำความดี ในโลกดุนยานี้ จนกระทั่งเมื่อถึงวันอาคิเราะฮฺ แล้วก็จะไม่มีความดีหลงเหลือ ที่พอจะได้รับผลตอบแทน (จากอัลลอฮฺ) อีกต่อไป” (บันทึกโดยมุสลิม เล่ม 4 หน้า 2162 เลขที่หะดีษ 2808)

ท่านอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เคยปีนขึ้นไปบนห้องเก็บของ (ชั้นบนบ้าน) ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตอนที่ท่านนบีทำการอีลาอ์ (สาบานต่ออัลลอฮฺว่า จะไม่ร่วมหลับนอน) กับภริยาของท่านบางคน อุมัรเห็นรอยเสื่อ ติดอยู่บนสีข้างของท่านนบี ท่านอุมัรได้ร้องไห้ แล้วกล่าวว่า โอ้ท่านศานทูตของอัลลอฮฺ กิสรอ (จักรพรรดิแห่งเปอร์เซีย) และกอยศ็อร หรือซีซาร์ (จักรพรรดิแห่งโรมัน) ต่างเสพสุขอยู่ในวังของตน แต่ทำไมท่าน เป็นถึงคนที่อัลลอฮฺคัดเลือก (เป็นศาสนทูต) มีสภาพอยู่เช่นนี้ ท่านเราะสูลซึ่งนอนเอกเขนกอยู่ ได้ลุกขึ้นนั่งและกล่าวว่า โอ้ บุตรชายของอัล-ค็อฏฏอบ! ท่านยังสงสัยอยู่อีกหรือ ว่าพวกเขาเหล่านั้น อัลลอฮฺได้เร่งให้ความสุขสำราญ บนโลกนี้ แก่พวกเขา (ในบางสายรายงาน นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า) ท่านไม่ยอมรับหรือว่า โลกนี้สำหรับเขาทั้งสอง ส่วนโลกหน้านั้น คือโลกสำหรับพวกท่าน (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ เล่ม 3 หน้า 313 เลขที่หะดีษ 4913 มุสลิม เล่ม 2 หน้า 1105 เลขที่หะดีษ 1479)

- และส่วนหนึ่งจากบทเรียน ที่ได้รับ คือ การที่อัลลอฮฺให้ความสุขสบาย อย่างมากมาย แก่บ่าวของพระองค์ ในโลกนี้ มิได้หมายถึงว่า พระองค์ทรงพอพระทัย และรักเขา

อัลลอฮฺ ตะอาลาตรัสว่า

﴿أَيَحۡسَبُونَ أَنَّمَا نُمِدُّهُم بِهِۦ مِن مَّالٖ وَبَنِينَ ٥٥ نُسَارِعُ لَهُمۡ فِي ٱلۡخَيۡرَٰتِۚ بَل لَّا يَشۡعُرُونَ ٥٦ ﴾  [المؤمنون : 55-56]

ความว่า “พวกเขาคิดหรือว่า แท้จริงสิ่งที่เราได้ให้แก่พวกเขา เช่น ทรัพย์สมบัติ และลูกหลานนั้น เราได้รีบเร่งให้ความดีต่าง ๆ แก่พวกเขา กระนั้นหรือ ? เปล่าเลย แต่ทว่าพวกเขา ไม่มีความรู้สึกหรือ”  (อัล-มุอ์มินูน : 55-56)

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม