Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

อธิบายความหมายพระนามอัล-ฟัตตาหฺ

ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

มวลการสรรเสริญ เป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขอการยกย่องสดุดี และความศานติ จงประสบ แด่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ เพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ และเป็นศาสนทูตของพระองค์

ท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«إِنَّ للهِ تِسْعَةً وَتِسْعِيْنَ اسْمًا مِئَةً إِلَّا وَاحِدًا ، مَنْ أَحْصَاهَا دَخَلَ الجَنَّةَ » [البخاري برقم 2736، ومسلم برقم 2677]

ความว่า “พระนามของอัลลอฮฺ มีเก้าสิบเก้าพระนาม ผู้ใดสามารถจดจำพระนามเหล่านั้นได้ เขาจะได้เข้าสวรรค์” (บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่ 2736 และมุสลิม 2677)

และหนึ่งในพระนามของพระองค์อันวิจิตรที่พระองค์ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ก็คือ "อัล-ฟัตตาหฺ" ซึ่งมีสองความหมายคือ

ความหมายที่หนึ่ง คือผู้ที่ตัดสินชี้ขาด ระหว่างบ่าวของพระองค์ พระองค์ทรงตัดสินพวกเขา ด้วยบทบัญญัติของพระองค์ โดยทรงตอบแทน แก่ผู้ที่เคารพภักดี และเชื่อฟัง และลงโทษผู้ฝ่าฝืน ทั้งในดุนยา และอาคิเราะฮฺ ดังที่พระองค์ตรัสว่า

﴿ قُلۡ يَجۡمَعُ بَيۡنَنَا رَبُّنَا ثُمَّ يَفۡتَحُ بَيۡنَنَا بِٱلۡحَقِّ وَهُوَ ٱلۡفَتَّاحُ ٱلۡعَلِيمُ ٢٦ ﴾ [سبأ : ٢٦] 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุหัมมัด พระเจ้าของเรา จะทรงรวบรวมพวกเราทั้งหมด แล้วพระองค์จะทรงตัดสิน ระหว่างพวกเจ้า ด้วยความจริง และพระองค์คือผู้ทรงตัดสิน ผู้ทรงรอบรู้” (สะบะอ์: 26)

และตรัสอีกว่า

﴿ رَبَّنَا ٱفۡتَحۡ بَيۡنَنَا وَبَيۡنَ قَوۡمِنَا بِٱلۡحَقِّ وَأَنتَ خَيۡرُ ٱلۡفَٰتِحِينَ ٨٩ ﴾ [الأعراف: ٨٨] 

ความว่า “โอ้พระเจ้าของเรา โปรดชี้ขาดระหว่างพวกเรา และประชาชาติของเรา ด้วยความจริงเถิด และพระองค์นั้น คือผู้ที่ดีเยี่ยม ในหมู่ผู้ชี้ขาดทั้งหลาย” (อัล-อะอฺรอฟ: 89)

อิบนุ กะษีรฺ กล่าวว่า "หมายถึง ขอพระองค์ทรงตัดสิน ระหว่างเรา จากกลุ่มชนของเรา และขอทรงให้ชัยชนะแก่เรา"

﴿وَأَنتَ خَيۡرُ ٱلۡفَٰتِحِينَ﴾

ความว่า “และพระองค์นั้น คือผู้ที่ดีเยี่ยม ในหมู่ผู้ชี้ขาดทั้งหลาย”

อิบนุกะษีรฺกล่าวว่า "หมายถึง พระองค์นั้น คือผู้ชี้ขาดตัดสินที่ดีที่สุด เพราะพระองค์คือผู้ทรงความยุติธรรม และมิทรงอธรรม ต่อผู้ใด เป็นอันขาด" (ตัฟสีร อิบนุกะษีรฺ 6/350)

อายะฮฺแรก คือการตัดสินบ่าวของพระองค์ ในวันกิยามะฮฺ ส่วนอายะฮฺที่สอง เป็นการตัดสิน ในโลกดุนยา ด้วยการที่พระองค์ทรงช่วยเหลือ ปกป้องผู้ศรัทธา และให้ความต่ำต้อย แก่บรรดาผู้ที่ฝ่าฝืน พร้อมทั้งลงโทษพวกเขาด้วย

ความหมายที่สอง หมายถึง พระองค์ทรงเป็นผู้ประทานความดี และความจำเริญต่างๆ ดังที่พระองค์ตรัสว่า

﴿ مَّا يَفۡتَحِ ٱللَّهُ لِلنَّاسِ مِن رَّحۡمَةٖ فَلَا مُمۡسِكَ لَهَاۖ  ﴾ [فاطر: ٢] 

ความว่า “สิ่งใดที่อัลลอฮฺทรงประทานให้ จากความเมตตา แก่มนุษยชาติ ไม่มีผู้ยับยั้งมันได้” (ฟาฏิร: 2)

พระองค์ทรงประทาน แก่บ่าวของพระองค์ ซึ่งสิ่งที่เป็นประโยชน์ ทั้งในเรื่องดุนยา และเรื่องศาสนา พระองค์ทรงเปิดใจพวกเขา ให้เป็นผู้ที่มีความคิด และเป็นผู้ศรัทธา ที่มีความมั่นคง มีความรู้ความสามารถ ดำเนินชีวิต อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง และทรงเปิดประตูริสกี และวิถีทางทำมาหาเลี้ยงชีพ พระองค์ทรงประทานริสกี แก่ผู้ที่มีความศรัทธายำเกรง โดยที่พวกเขาไม่เคยคาดคิด ทรงตอบรับผู้ที่มอบหมายการงาน ต่อพระองค์มากกว่าสิ่งที่พวกเขาขอ และคาดหวัง พระองค์ทรงทำให้เรื่องยาก ของพวกเขา เป็นเรื่องง่ายดาย และทรงเปิดทาง ให้แก่พวกเขา (ฟัตหุรเราะฮีมิล มะลิกิลอัลลาม ของเชคสะอฺดีย์ หน้า 42)

ตัวอย่างการประทานดังกล่าวนี้ ก็เช่นการที่พระองค์อัลลอฮฺ ทรงประทานบรรดาการสรรเสริญ และความมีเกียรติ แก่ท่านนบีของพระองค์ ในวันกิยามะฮฺ ท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

«ثُمَّ يَفْتَحُ اللهُ عَلَيَّ وَيُلْهِمُنِيْ مِنْ مَحَامِدِهِ وَحُسْنِ الثَّنَاءِ عَلَيْهِ شَيْئًا لَمْ يَفْتَحْهُ لِأَحَدٍ قَبْلِي ، ثُمَّ يُقَالُ : يَا مُحَمَّدُ ارْفَعْ رَأْسَكَ ، سَلْ تُعْطَهُ ، اشْفَعْ تُشَفَّعْ» [البخاري برقم 194، ومسلم برقم 6565]

ความว่า “แล้วพระองค์ก็จะทรงประทาน ให้แก่ฉัน ซึ่งส่วนหนึ่งจากมวลการสรรเสริญ อันประเสริฐงดงามยิ่ง ที่เป็นสิ่งที่คู่ควรกับพระองค์ โดยที่ไม่มีผู้ใด เคยได้รับสิ่งนี้ มาก่อนหน้าฉัน หลังจากนั้น ก็จะมีเสียงเรียกว่า โอ้มุหัมมัด จงแหงนศีรษะของเจ้าขึ้น จงขอเถิด แล้วเจ้าจะได้ในสิ่งที่ขอ จงขอความช่วยเหลือ แล้วเจ้าก็จะได้รับความช่วยเหลือ” (บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่ 194 และมุสลิม 6565)

ถัดไป

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม