Custom Search

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

เป้าหมายต่างๆ ของสูเราะฮฺ อัล-อันฟาล

ฟุอาด ซัยดาน

มวลการสรรเสริญ เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขอการสดุดีแห่งอัลลอฮฺ และความสันติสุขปลอดภัย จงมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบรรดาเครือญาติ ตลอดจนบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านทั้งหลาย และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว โดยไม่มีการตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดคือบ่าว และศาสนทูตของพระองค์

เป้าหมายของสูเราะฮฺ

กฎเกณฑ์แห่งชัยชนะ ต้องมีทั้งด้าน ร็อบบานียะฮฺ (เงื่อนไขด้านการศรัทธาเชื่อมั่น) และด้าน มาดดียะฮฺ (เงื่อนไขทางด้านวัตถุปัจจัย)

สูเราะฮฺอัล-อันฟาล เป็นสูเราะฮฺมะดะนียะฮฺ ซึ่งถูกประทานลงมา หลังจากเกิดสงครามบะดัรฺ โดยถือเป็นสงครามแรก ในประวัติศาสตร์อิสลามอันรุ่งโรจน์ และถือเป็นชัยชนะแรก ของกองทัพแห่งพระผู้เป็นเจ้า ผู้ได้ชื่อว่า อัร-เราะหฺมาน กระทั่งเศาะหาบะฮฺบางท่าน ได้ตั้งชื่อสูเราะฮฺนี้ว่า “สูเราะฮฺบะดัร” และอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตั้งชื่อสูเราะฮฺนี้ ในอัลกุรอานว่า “อัลฟุรกอน” เนื่องจากสูเราะฮฺนี้ มีการกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ อย่างยืดยาว และยังมีการนำเสนอแบบแผน ของการทำสงครามอย่างละเอียด พร้อมทั้งยังมีการชี้แจง ถึงความจำเป็นที่มุสลิมต้องเป็นวีรบุรุษ และมีจุดยืนต่อความเท็จ ด้วยความกล้าหาญชาญชัย และยืนหยัดอย่างมั่นคง

ในเหตุการณ์ครั้งนั้น กองกำลังทหารของฝ่ายมุสลิม มีเพียง 313 คนท่านั้น ในทางกลับกัน กองกำลังของฝ่ายมุชริกีน มีจำนวนทั้งสิ้น 1,000 คน อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากองกำลังทหารของมุสลิม มีอยู่จำนวนที่น้อยนิด แต่พวกเขาก็ได้รับชัยชนะ ด้วยกับความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ และการตระเตรียมแผน เพื่อการทำสงครามมาอย่างดี กับพวกมุชริกีน ซึ่งมีจำนวนที่มากกว่า และสงครามครั้งนั้น ก็ถือเป็นสงครามครั้งแรก ที่มีการเผชิญหน้าระหว่างสัจธรรม และความเท็จ ในประวัติศาสตร์อิสลาม

ในสูเราะฮฺที่มีเนื้อหาอย่างยืดยาว (อัล-บะเกาะเราะฮฺ ถึง อัล-อัอฺรอฟ) ก่อนหน้าที่จะถึงสูเราะฮฺ อัล-อันฟาล นั้น อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้นำเสนอแก่เรา ถึงวิถีปฏิบัติ (มันฮัจญ์) รวมถึงแนวทางการสร้างความมั่นคง ในการให้เอกภาพ (เตาฮีด) แด่อัลลอฮฺ อย่างบริสุทธิ์ใจนั้น ต้องเป็นเช่นไร พร้อมกับการให้ดำรงซึ่งความยุติธรรม และประกาศจุดยืนให้ชัดเจน (ต่อความชั่วร้ายที่มีอยู่) หลังจากนั้น สูเราะฮฺ อัล-อันฟาล ก็ได้มา เพื่อเป็นการอธิบายแก่เราว่า การที่จะทำให้วิถีปฏิบัติ (มันฮัจญ์) นั้น ประสบความสำเร็จ จำเป็นที่ต้องครบเงื่อนไขของมัน ซึ่งความสำเร็จ ย่อมไม่เกิดขึ้น ด้วยกับความบังเอิญ หรือเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ทว่ามันต้องอาศัยเงื่อนไขต่างๆ ด้วย โดยที่สูเราะฮฺอัล-อันฟาลนี้ ได้กล่าวถึงเงื่อนไขแห่งชัยชนะ ในสงครามบะดัรฺ ซึ่งมีอยู่ 2 ประการด้วยกัน และถือเป็นเงื่อนไขทั่วไป สำหรับทุกๆ สงคราม หรือการต่อสู้ระหว่างสัจธรรมกับความเท็จ

หนึ่ง คือ ร็อบบานียะฮฺ เป็นเงื่อนไขทางด้านศรัทธา (ชัยชนะมาจากอัลลอฮฺ)

สอง คือ มาดดียะฮฺ เป็นเงื่อนไขทางด้านวัตถุ (การตระเตรียมความพร้อม เพื่อการทำสงคราม ด้วยการตระเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ และการสร้างขวัญกำลังใจ แก่กองกำลังทหาร)

สูเราะฮฺนี้ ได้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ส่วน อย่างชัดเจน ซึ่งแต่ละส่วนนั้น ก็จะมีเนื้อหาของเงื่อนไขข้างต้นนี้ โดยที่เนื้อหาของสูเราะฮฺนี้ จะแยกส่วนของเงื่อนไขข้างต้นไว้ อย่างสมดุล คือ การอธิบายว่า ชัยชนะนั้นมาจากอัลลอฮฺ ซึ่งเมื่อมีการเน้นในสูเราะฮฺอัล-อันอาม ถึงการให้เอกภาพแด่อัลลอฮฺ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และยืนยันว่า ทุกๆ กิจการงานนั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ จึงเป็นเรื่องปกติ ที่จะทำให้ได้ชัยชนะมา ด้วยความช่วยเหลือจากพระองค์ อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีการวางแผน และตระเตรียมความพร้อมด้วยเช่นกัน

﴿ ذَٰلِكَ بِأَنَّ ٱللَّهَ لَمۡ يَكُ مُغَيِّرٗا نِّعۡمَةً أَنۡعَمَهَا عَلَىٰ قَوۡمٍ حَتَّىٰ يُغَيِّرُواْ مَا بِأَنفُسِهِمۡ وَأَنَّ ٱللَّهَ سَمِيعٌ عَلِيمٞ ٥٣﴾ [الأنفال: ٥٣] 

ความว่า “นั่นก็เพราะว่า อัลลอฮฺมิได้ทรงเป็นผู้เปลี่ยนแปลง ความกรุณาใดๆ ที่พระองค์ทรงประทานมัน แก่กลุ่มชนหนึ่งกลุ่มชนใด จนกว่าพวกเขาจะได้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่อยู่ในตัวของพวกเขาเอง และแท้จริง อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้” สูเราะฮฺอัล-อันฟาล : 53

หมายความว่า ให้มีการทุ่มเทพละกำลัง และให้มีการมอบหมายต่ออัลลอฮฺ จนกว่าพระองค์จะทรงช่วยเหลือเรา ให้ได้รับชัยชนะ

การตั้งชื่อสูเราะฮฺนี้ว่า “อัล-อันฟาล”

เนื่องจากมีคำว่า “อัล-อันฟาล” ได้ปรากฏในเนื้อหาของสูเราะฮฺนี้ ซึ่งมีความหมายว่า “ทรัพย์เชลย ที่ยึดได้จากการทำศึกสงคราม” โดยในเหตุการณ์ครั้งนั้น หลังจากที่บรรดามุสลิม ได้รับชัยชนะเหนือบรรดาศัตรู พวกเขามีความคิดเห็น ที่ขัดแย้งกัน ในเรื่องการจัดสรรทรัพย์เชลย ที่ได้ยึดมา ซึ่งอัลลอฮฺ ตะอาลา มีความประสงค์ที่จะเตือนสำทับพวกเขา ถึงทรัพย์เชลยนั้นว่า เป็นเรื่องของโลกดุนยา และการขัดแย้งในเรื่องนี้นั้น ก็ถือเป็นการขัดแย้ง ในเรื่องของโลกดุนยา และอัลลอฮฺ ตะอาลา ต้องการปลูกฝังเงื่อนไข แห่งชัยชนะ ในหัวใจของมุสลิมทุกคน โดยให้หลีกห่าง จากโลกดุนยา และความเพริดแพร้วของมัน กล่าวคือทรัพย์เชลยเหล่านั้น ถือเป็นเรื่องปลีกย่อย แต่เรื่องที่สำคัญกว่านั้นคือ ความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ด้วยเหตุนี้เอง เนื้อหาของสูเราะฮฺนี้ จึงได้เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามถึง “อัล-อันฟาล” หรือทรัพย์เชลย ที่ยึดได้มาจากการทำสงคราม 

﴿ يَسۡ‍َٔلُونَكَ عَنِ ٱلۡأَنفَالِۖ قُلِ ٱلۡأَنفَالُ لِلَّهِ وَٱلرَّسُولِۖ فَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَأَصۡلِحُواْ ذَاتَ بَيۡنِكُمۡۖ وَأَطِيعُواْ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥٓ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ ١﴾ [الأنفال: ١] 

ความว่า “พวกเขาถามเจ้า เกี่ยวกับบรรดาทรัพย์สินเชลย จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ว่า บรรดาทรัพย์สินเชลยนั้น เป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และของเราะสูล ดังนั้น พวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด และจงปรับปรุงความสัมพันธ์ ระหว่างพวกท่าน และจงเชื่อฟังอัลลอฮฺ และเราะสูลลของพระองค์เถิด หากพวกท่านเป็นผู้ศรัทธา (สูเราะฮฺ อัล-อันฟาล : 1)

1 2 3 4 5

หน้าหลัก

ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับบทความของเว็บไซต์นี้ ทีมงานสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ต่อเพื่อความดีงาม

จำนวนผู้เข้าชม